วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เดิมพัน‘ลุงป้อม’จุดเสี่ยงพปชร. รวมกันเราอยู่ แยกกันพรรคแตก

เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองต้องประเมินวันต่อวัน นาทีต่อนาที “ลุงป้อม” จึงต้องรอจังหวะที่เหมาะสมที่สุด ในการตัดสินใจทางการเมือง เพื่อดูแล “ลูกพรรคพลังประชารัฐ” ให้อยู่รอดปลอดภัยในสนามการเมือง

“ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังไม่ยอมลงจากหลังเสือ แม้การเจรจากับแกนนำขั้ว 188 เสียง แพ็กกันให้เหนียวแน่น เพื่อเพิ่มแรงต่อรองทางการเมือง

แต่เมื่อพรรคภูมิใจไทยนำ 71 เสียง แตกขั้วไปรวมกับ 141 เสียงของพรรคเพื่อไทย วางสารตั้งต้นจัดตั้งรัฐบาลเอาไว้ที่ 212 เสียง ก่อนจะเพิ่มจำนวนพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลบวกกันเป็น 9 พรรค รวม 238 เสียง ทำให้ความหวังของ “ลุงป้อม” ที่จะนั่งเก้าอี้นายกฯพังครืน

อีกทั้งเมื่อตัวของ “ลุงป้อม” ยังฝังรากอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ ส่งผลให้ “ลูกพรรค” ขยับเกมลำบากเช่นกัน เนื่องจากจะยกโขยงกันไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยทั้งพรรค ยังติดปมที่พรรคเพื่อไทยเคยประกาศไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับ “พรรค 2 ลุง”

ทำให้กลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพลังประชารัฐ แจ้งความจำนงกับ “ลุงป้อม” ต้องการหอบ 25 สส. ขอเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อไทย แต่ “ลุงป้อม” ใช้ไม้แข็ง ห้ามกลุ่ม-ก๊วนการเมือง หอบ สส. พลังประชารัฐ ไปต่อรองทางการเมือง

โดยยื่นคำขาดว่า “หากจะร่วมรัฐบาล จะต้องไปกันทั้งพรรค” ทำให้ “เพื่อนผู้กอง” ต้องหยุดปฏิบัติการรวบรวมเสียง “สส.งูเห่า” เอาไว้ก่อน หลบร้อนไปรีเซ็ตเกมใหม่

จึงไม่แปลกที่บรรยากาศการประชุมกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ค่อนข้างตึงเครียด โดย ร.อ.ธรรมนัส จะออกตัวกลางวงประชุม “เรื่องตำแหน่งผู้ช่วย สส.ให้รอก่อน เพราะเรายังไม่รู้ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล การจะให้คนนั้นคนนี้มาเป็นอาจจะเกิดประเด็นบาดหมางในบรรดา สส. และผู้สมัคร สส. ของพรรค”

ขณะเดียวกัน มีกระแสข่าวว่า บรรยากาศวงอาหารเช้าในมูลนิธิป่ารอยต่อในระยะหลัง ไม่ค่อยครึกครื้น เพราะสถานการณ์ทางการเมืองตึงเครียด เมื่อต้องลุ้นการตัดสินใจ“ลุงป้อม” ที่กุมชะตาลูกพรรคพลังประชารัฐเอาไว้ในมือ

ที่สำคัญ “น้อง ป. 4” ที่แต่งตัวนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี แม้จะออกแรงช่วยเกลี้ยกล่อม “ลุงป้อม” ให้ยอมหลบฉาก เพื่อลดเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อไทย แต่เจ้าตัวยังเสียงแข็ง โดยอ้างว่าห่วงใยลูกพรรคอีกหลายคนที่อาจไม่มีทางเลือกมากมายนัก

“กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส มีโอกาสกลับพรรคเพื่อไทย บางกลุ่มที่ความสัมพันธ์ที่ดีกันอยู่ เขาก็มีทางไป แต่มีหลายกลุ่ม หลายคน หากต้องแยกย้ายกันก็ไม่มีทางไป พล.อ.ประวิตรเป็นห่วงลูกพรรคทุกคน หากต้องแยกกันจะไปอยู่กันที่ไหน ท่านจึงไม่ต้องการให้ใครแยกไปเป็นรัฐบาล เพราะจะทำให้คนที่ไม่ได้ไปด้วยอยู่ลำบาก” แหล่งข่าวอ้างคำพูด พล.อ.ประวิตร

อย่างไรก็ตาม “ลุงป้อม” รู้ดีว่าหากพรรคพลังประชารัฐ ต้องมานั่งอยู่ใน “ฝ่ายค้าน” จะทำให้ สส.-ลูกพรรค อยู่ลำบากเช่นกัน เนื่องจากทุกคนต้องมี “ปัจจัยยังชีพ” ที่แตกต่างกันออกไป

ทางเลือกของ “ลุงป้อม-พลังประชารัฐ” คือการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่จะใช้สูตรไหน มีข้ออ้างใด ที่จะพอเปิดช่องให้พรรคเพื่อไทยอธิบายสังคมได้ ในเมื่อ “ลุงป้อม” นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ว่ากันว่า อีกกระแสหนึ่ง “ลุงป้อม” อาจยอมถอยครึ่งก้าว โดยไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี แต่จะส่ง “น้อง ป.4” นั่งเก้าอี้เสนาบดีแทน ส่วนตัวเองยังคุมบังเหียนพรรคพลังประชารัฐต่อ

ขณะเดียวกันการตัดสินใจของ “ลุงป้อม” หากต้องร่ำลาพรรคพลังประชารัฐ อาจจะเกิดขึ้นในช่วง 1-2 วันสุดท้าย ก่อนถึงวันโหวตนายกฯ เนื่องจากต้องประเมินสถานการณ์ทางการเมืองต่างๆ ควบคู่ไปด้วย

เพราะหากพรรคเพื่อไทย ยังตั้งแง่ไม่มี “พรรค 2 ลุง” เหมือนเดิม ไม่ยอมวางการันตีด้วยการตั้งโต๊ะแถลงดึง “พลังประชารัฐ” หรือ “รวมไทยสร้างชาติ” มาร่วมรัฐบาล เกมการเมืองอาจจะแปรเปลี่ยนตามไปด้วย

เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองต้องประเมินวันต่อวัน นาทีต่อนาที “ลุงป้อม” จึงต้องรอจังหวะที่เหมาะสมที่สุด ในการตัดสินใจทางการเมือง เพื่อดูแล “ลูกพรรคพลังประชารัฐ” ให้อยู่รอดปลอดภัยในสนามการเมือง