วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เพื่อไทย’รีแบรนด์ลุยโซเชียลสร้างอัตลักษณ์-ไม่ลืมตัวตนพรรค

‘เพื่อไทย’รีแบรนด์ลุยโซเชียลสร้างอัตลักษณ์-ไม่ลืมตัวตนพรรค ‘อุ๊งอิ๊ง’ ให้กำลังใจต้องใช้ผลเลือกตั้งเป็นแรงขับ ‘ชลน่าน’ ยันพรรคยอมรับความจริง ปรับกลยุทธ์ก้าวเดินต่อ

ที่ชั้น 7 อาคารโอเอไอ ทาวเวอร์ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคพท.จัดประชุมสัมมนาผู้สมัคร ส.ส.พรรคพท.เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองภายหลังการเลือกตั้ง โดยมีแกนนำ คณะกรรมการบริการพรรค รวมทั้งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ ทั้งที่ได้เข้าสภาฯและไม่ได้เข้าสภาฯ เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐจันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายเศรษฐา ทวีสิน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคพท. นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์เทพสุทิน นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำพรรค และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ 

จากนั้น เวลา 12.15น. นพ.ชลน่าน แถลงข่าวการสัมมนา ว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยเชิญสมาชิกพรรค มาพูดคุยสัมมนาในหัวข้อ “ประสานกำลังใจ ก้าวเดินต่อไปเพื่อพี่น้องประชาชน” เพื่อให้กำลังใจและขอบคุณทุกคนในการทำหน้าที่ แม้ผลการเลือกตั้งจะได้ส.ส.มาเป็นอันดับสอง แต่เรายังชื่นชมผู้สมัครที่ทำงานอย่างหนัก แม้ไม่ได้รับการตอบรับก็ไม่ถือว่าเลวร้ายก็ให้กำลังใจกัน โดยวันนี้เราได้บอกทิศทางของพรรคว่าจะเดินต่อไปอย่างไร 

ขณะนี้พรรคกำลังทำอะไรกันอยู่ ทั้งงานในฐานะพรรคร่วม งานในสภา ที่สำคัญการทำพื้นที่ต้องทำต่อเนื่อง ทั้งนี้ตนได้เน้นย้ำถึงการประเมินผลการเลือกตั้ง มีคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งมี นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรค เป็นหัวหน้าทีม โดยเราได้มอบภารกิจไปให้ผู้สมัครแต่ละคนไปประเมินตัวเองว่ามีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร เพื่อนำมาเป็นข้อมูลนำเข้ามาสัม,นาครั้งต่อไป และให้พื้นที่ประเมินส่วนกลางในการสนับสนุนการเลือกตั้งด้วย 
 

“เราจะไม่ชี้หน้าด่ากันแต่จะร่วมกันทำโดยยอมรับข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อนำข้อเท็จจริงมาปรับให้ก้าวเดินกันต่อไป โดยแคนดิเดตนายกฯ ทั้งสองท่าน ให้กำลังใจทุกคนโดยยอมรับว่าเราแพ้ในการเลือกตั้ง แต่ทำอย่างไรให้ก้าวไปให้ได้ โดยน.ส.แพทองธาร ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่การล้มสลาย แต่จะเป็นแรงขับสำคัญให้เราคงอยู่ต่อไป พรรคพร้อมเดิมหน้าสนับสนุนการทำหน้าที่ของผู้สมัครของเรา ขณะที่นายเศรษฐา ได้พูดถึงภารกิจที่ต้องทำต่อโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงรูปแบบต่างๆในการรีแบรนด์ มีคณะทำงานขึ้นมาดูว่า เราจะมีแนวทางทำเรื่องนี้อย่างไร” 

เมื่อถามว่าการรีแบรนด์พรรคเพื่อไทย จะเหมือนของพรรคก้าวไกล ที่ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่าขณะนี้เรายังไม่ได้คุยถึงรูปแบบว่าจะเป็นอย่างไร แต่ต้องไม่ลืมความเป็นตัวตนของพรรค ไม่ก้าวล้ำจนทิ้งความเป็นตัวตนของพรรคไป และจะไม่เลียนแบบใคร เรามีอัตลักษณ์เป็นของเราเอง 
 

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า บรรยากาศการสัมมนาวันนี้เป็นไปด้วยความอบอุ่น ทุกท่านทำงานอย่างหนัก หลังจากนี้ได้ให้แนวทางผู้สมัครทั้งคนที่ได้รับเลือกตั้งและไม่ได้รับเลือกตั้งว่า ก่อนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะรับรองผลเลือกตั้ง จะมีเรื่องการร้องเรียน ทั้งเราเป็นคนร้องและถูกร้อง โดยฝ่ายกฎหมายของพรรคจะไปอำนวยความสะดวก 

รวมถึงการยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายที่ต้องดำเนินการภายใน 90 วัน เราได้ติวและแนะนำให้ฝ่ายบัญชีของผู้สมัครแต่ละคนได้มาทำความเข้าใจ และกรณีมีการรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว ก็ให้ผู้สมัครเตรียมความพร้อมยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และเรายังให้ข้อคิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง คือ นโยบาย กระแสการเมือง และการลงพื้นที่ ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง เราเน้นให้ทุกคนลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพราะเพื่อไทยมีจุดแข็งในการเอาปัญหาของประชาชนมาสะท้อนต่อพรรคเพื่อนำไปแก้ไขในอนาคต 

อีกทั้งในการเลือกตั้งครั้งนี้เราตั้งข้อสังเกตว่าโซเชียลมีเดียมีผลอย่างยิ่ง ประเทศไทยมีผู้ใช้โซกว่า 50 ล้านคน เพราะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรงเราจึงให้ความสำคัญตรงนี้ และสิ่งที่เห็นอีกอย่างคืออุดมการณ์ด้านการเมืองฝ่าวประชาธิปไตยยังสำคัญ คนที่ย้ายฝ่ายจากพรรคเพื่อไทยออกไป10 กว่าคนสอบตกเกือบหมด รอดมาแค่ 1-2 คน เป็นอุทาหรณ์สำหรับนักการเมืองที่ไร้อุดมการณ์

“เรามองไกลไปถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป เรื่องโซเชียลยังเป็นสมรภูมิ ที่ต้องต่อสู่กันรุนแรงมากขึ้น ทุกพรรคหันมาทำตรงนี้ ตนเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยมีความเป็นสถาบันการเมือง เวลาที่ผ่านมาเรามีจุดยืนที่มั่นคงในระบอบประชาธิปไตยแม้มีอะไรเกิดขึ้นเรายืนข้างประชาชน” 
 
เมื่อถามว่าการบ้านที่มอบหมายให้ผู้สมัครทุกคนไปวิเคราะห์ประเมินตัวเอง มีกำหนดส่งเมื่อไหร่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดเวลา แต่ให้ทุกคนเริ่มประเมิน วิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ตัวเอง ทั้งจุดอ่อน จุดแข็ง ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกตั้ง จากนั้นจะให้ส่งผลการประเมินกลับมาที่พรรคโดยเร็ว หลังจากนั้นคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพท.จะได้ประเมินเพื่อถอดบทเรียนการเลือกตั้งครั้งนี้