3 พรรคร่วมฯ อยากทำงานส่วนไหน กระทรวงใดในรัฐบาลก้าวไกล ล่าสุดได้ 314 ที่นั่ง

3 พรรคร่วมฯ อยากทำงานส่วนไหน กระทรวงใดในรัฐบาลก้าวไกล ล่าสุดได้ 314 ที่นั่ง

เปิดใจ 3 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลพรรคก้าวไกล ประกอบด้วย กัณวีร์ สืบแสง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ดร.เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ และกฤดิทัช แสงธนโยธิน หัวหน้าพรรคใหม่ กับคำถามสำคัญอยากทำงานส่วนไหน

รายการโหนกระแสทางช่อง 3 HD ได้เชิญ 3 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลพรรคก้าวไกล ประกอบด้วย กัณวีร์ สืบแสง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ดร.เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ และกฤดิทัช แสงธนโยธิน หัวหน้าพรรคใหม่ ที่ทางก้าวไกลได้ติดต่อเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาลล่าสุด มาพูดคุยกันในรายการ 

สำหรับความคืบหน้าขณะนี้ (19 พ.ค.2566) มีพรรคร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเป็น 9 พรรค รวม 314 ที่นั่ง แบ่งเป็น

  1. พรรคก้าวไกล 152 ที่นั่ง
  2. พรรคเพื่อไทย 141 ที่นั่ง
  3. พรรคประชาชาติ 9 ที่นั่ง
  4. พรรคไทยสร้างไทย 6 ที่นั่ง
  5. พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 ที่นั่ง
  6. พรรคเสรีรวมไทย 1 ที่นั่ง
  7. พรรคเป็นธรรม 1 ที่นั่ง 
  8. พรรคพลังสังคมใหม่ 1 ที่นั่ง
  9. พรรคใหม่ 1 ที่นั่ง 

โดยคำถามสำคัญซึ่งผู้ดำเนินรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้ถามคำถาม 3 พรรค คือ พรรคเป็นธรรม พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคใหม่ ว่า หากพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คือ พรรคก้าวไกล มอบหมายงานให้รับผิดชอบในแต่ละกระทรวง คิดว่าตัวเองเหมาะที่จะไปอยู่ตรงไหน หรือแต่ละพรรคมีความถนัดในส่วนใดมากที่สุด 

1.พรรคเป็นธรรม

กัณวีร์ สืบแสง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ระบุว่า พรรคก้าวไกล โดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ย้ำชัดเจนแล้วว่าจะชวนพรรคเป็นธรรมเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งได้มองเห็นนโยบายของเรา คือ นโยบายการสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งนโยบายนี้ก็มีหลายกระทรวง มีทั้งบริบททางต่างประเทศ ความมั่นคงภายในประเทศ หรือบริบทของมหาดไทย ซึ่งเราสามารถทำงานได้ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน และเราไม่มีการต่อรองขอแค่เราได้ทำงานในเนื้อหา กระบวนการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น 

อีกเรื่องที่ พรรคเป็นธรรม ค่อนข้างจะมีความถนัดมากคือ นโยบายที่มาจากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยชน ทุกนโยบายของเป็นธรรมล้วนได้แฝงตัวสิทธิมนุษยชนไว้ตรงกลาง ฉะนั้น การผลักดันเรื่องนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เรายืนยันว่าประชาธิปไตยในประเทศไทยจะไม่เกิดขึ้น หากไม่เอากระบวนการทางด้านสิทธิมนุษยชนมาใส่ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- อัปเดต รวมรายชื่อ ส.ว. ล่าสุด แสดงจุดยืนพร้อมโหวต พิธา เป็นนายกฯ คนที่ 30

- เปิดประวัติ กัณวีร์ สืบแสง ส.ส.หนึ่งเดียวพรรคเป็นธรรม ย้อนผลงานภาคประชาชน 

- รู้จัก “พรรคเป็นธรรม” มี 1 ส.ส. ทำไม “ก้าวไกล” ชวนร่วมตั้งรัฐบาล

2.พรรคพลังสังคมใหม่ 

ดร.เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ ระบุว่า พรรคไม่มีเงื่อนไขอะไรทั้งสิ้น แต่ที่พรรคของเรามีความตั้งใจทำก็คือ อยากจะผลักดันนโยบายของพรรคเรา เช่น นโยบายทางการเกษตร เรื่องการศึกษา อยากให้มีการปฏิรูปโครงสร้างด้านการศึกษาในประเทศให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบันที่ยังค่อนข้างจะล้าหลังอยู่ และอีกเรื่องคือสวัสดิการประกันสังคม ซึ่งทางพรรคก็มีแนวคิดนำเสนอ คือ อยากเพิ่มสวัสดิการประกันสังคมให้เทียบเท่ากับสวัสดิการของราชการ 

3.พรรคใหม่ 

กฤดิทัช แสงธนโยธิน หัวหน้าพรรคใหม่ กล่าวว่า นโยบายหลักของ พรรคใหม่ คือ การปราบทุจริต คอร์รัปชัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นนโยบายที่เราอยากทำมากๆ เพื่ออยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของสังคม 

ส่วนเรื่องเกษตร เราก็มีความสนใจเนื่องจากพี่น้องประชาชนเราส่วนใหญ่มีฐานะยากจน มีนโยบายที่เราอยากจะเพิ่มมูลค่าของสินค้าทางการเกษตร หรือเรื่องแหล่งน้ำต่างๆ ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ แม้แต่เรื่องนโยบายการศึกษา เราเห็นด้วยกับ ดร.เชาวฤทธิ์ ว่าต้องปฏิรูปการศึกษาอย่างชัดเจน ซึ่งตรงนี้มันก็ไปอยู่ในกลุ่มปฏิรูประบบของราชการด้วย 

ในส่วนของตนเองก็ได้มีโอกาสได้ดูนโยบายของพรรคก้าวไกลแล้ว ก็มีนโยบายที่ใกล้เคียงกัน เช่น การปฏิรูประบบของราชการ เกษตร ฯลฯ แต่เรื่องนโยบาย 112 ที่เราต้องยอมรับตรงๆ ว่ายังติดตรงนี้อยู่นิดนึง ซึ่งก็ต้องรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียด ณ ตอนนี้ก็ขอสงวนท่าทีก่อน 

ทั้งนี้ สำหรับตัว 112 เบื้องต้นไม่ได้อยู่ใน MOU เป็นเรื่องของรายละเอียดที่จะไปพูดคุยกันต่อในสภาฯ 

 

 

ขอบคุณคลิปจากรายการ โหนกระแส

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์