"สมชัย" ยอมรับ เสรีรวมไทยพ่ายเลือกตั้งเหตุใช้วิธีแบบเก่า มอง "พิธา" ก้าวเป็นนายกฯ ต้องฝ่า 2 เงื่อนไขยาก โดยเฉพาะ ทัศนคติของส.ว.ที่มองก้าวไกลในแง่ลบ
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาตร์และนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ประเมินในภาพรวมเลือกตั้งของพรรคเสรีรวมไทย ว่า เป็นผลงานที่ตกต่ำมาก เพราะพ่ายแพ้กับกระแส แม้การหาเสียงจะชูผลงานและการทำงานของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรค แต่พบว่าเป็นการหาเสียงแบบเก่า ขณะที่พรรคที่สร้างกระแสได้ ชูประเด็นสิ่งที่เป็นความหวัง และใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
“กรณีที่ก้าวไกลชนะเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าจะพลิกโฉมการเมือง แต่สิ่งที่ท้าทายอย่างมาก คือ การดำเนินตามนโยบายที่ได้หาเสียง เพราะผมมองว่าเป็นนโยบายประชานิยมที่ใช้เงินมหาศาล อีกทั้งมีนโยบายที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้าง ทั้งตำรวจ ทหาร ดังนั้นการจัดสรรงบประมาณที่มีกรอบเป็นประเด็นที่ไม่ง่าย” นายสมชัย กล่าว
เมื่อถามว่ามองโอกาสของการก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนายกฯ ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตจากพรรคก้าวไกลอย่างไร นายสมชัย กล่าวว่า ขณะนี้ไม่ง่าย เพราะต้องฝ่า 2 ด่าน คือ 1.การตรวจสอบคุณสมบัติ กรณีถือหุ้นสื่อ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อยู่ระหว่างการพิจารณา ตนมองว่าการพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะออกมาหลังจากที่มีการรับรองผลการเลือกตั้ง และนายพิธาได้เป็นส.ส.แล้วตามขั้นตอนคือต้องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย เบื้องต้นตนมองว่าศาลรัฐธรรมนูญควรวินิจฉัยให้แล้วเสร็จก่อนขั้นตอนที่รัฐสภาจะลงมติเลือกนายกฯ หากประเด็นคุณสมบัติผ่าน ด่านต่อไปคือ 2.การตัดสินใจของ ส.ว. ที่ตนมองว่าขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณที่ดี เพราะส.ว.มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อพรรคก้าวไกล เพราะจากการทำงาน 4 ปี ความเป็นมิตรสหาย หรือกัลยาณมิตรไม่เกิดขึ้น หากจะให้ส.ว.เปลี่ยนใจทันทีเป็นไปได้ยาก
“ผมไม่คิดว่า ส.ว. จะโหวตเพื่อต้องการสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เพราะถือว่าพ้นไปจากตำแหน่งหน้าที่แล้ว และส.ว. ยังมีเวลาทำงานอีก 1 ปี ดังนั้นการโหวตจะอยู่บนพื้นฐานของทัศนคติ และความคิดต่อการดำรงอยู่ของประเทศอยากให้คน หรือพรรคการเมืองที่มีลักษณะแบบไหนดูแลบ้านเมือง ซึ่งเป็นสิทธิของส.ว.ที่จะพิจารณา ทั้งนี้ผมมองว่าส.ว.ส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุ ข้าราชการเกษียณ ดังนั้นแนวคิดอนุรักษ์นิยมจึงมีสูงดังนั้นอาจจะมีแนวทางส่วนตัวที่ไม่รับ” นายสมชัย กล่าว
เมื่อถามถึงการดีลร่วมรัฐบาล นายสมชัย กล่าวว่าตนไม่ทราบ เพราะพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเป็นผู้คุยโดยตรง .





