‘ทีมเศรษฐกิจเพื่อไทย’ถกผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม-โฮสเทล ย่านข้าวสาร-พระนคร รับฟังปัญหา โดยผู้ประกอบการ เสนอควบคุมโซนกัญชา แก้กฎหมายผังเมือง ส่งเสริมข้าวสารเป็นแหล่งท่องเที่ยว ไม่ใช่แหล่งบันเทิง
ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย นำโดย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตผู้แทนการค้าไทย และนายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ นัดผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม โฮสเทล ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ซึ่งเป็นแหล่งธุรกิจท่องเที่ยว มาพูดคุยถึงปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับธุรกิจการ ท่องเที่ยวและโรงแรมในพื้นที่ ณ โรงแรม Villa De khaosan
โดยผู้ประกอบการได้สะท้อนปัญหาที่หลากหลาย อาทิ เราอยู่ในโซนเมืองเก่า แต่ไม่รู้ถึงทิศทางที่แน่ชัดว่าเมืองเก่าจะไปทางไหน ไม่มีการบริหารจัดการที่ชัดๆ การส่งเสริมท่องเที่ยวก็ไม่มี ปล่อยให้ไหลไปเอง ปัจจุบันธุรกิจเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่รู้อนาคตจะเป็นอย่างไร เพราะเราอาศัยนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ปัญหาเรื่องกัญชา จะควบคุมดูแลอย่างไร เพราะถ้าสูบในที่สาธารณะ กลิ่นจะรบกวนคนทั่วไป เกสต์เฮาส์ หรือโฮสเทล จดทะเบียนแบบโรงแรมไม่ได้ อยากให้ข้าวสารเป็นที่ท่องเที่ยวจริงๆ ไม่ใช่แหล่งบันเทิง ผับบาร์
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า วันนี้เข้าใจดีว่าทุกฝ่ายล้วนต้องการให้ประเทศไทยและพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน เป็นพื้นที่น่าท่องเที่ยว ให้ต่างประเทศมาพบกับสิ่งที่มีคุณค่าของประเทศไทย ไม่ใช่เพียงแต่ขายของเก่ากิน หากภาครัฐและในพื้นที่ ปรึกษาหารือและทำงานร่วมกัน เพื่อให้ขับเคลื่อนไปไม่ผิดทาง จึงอยากมารับฟังความเห็นของผู้ประกอบการว่า คาดหวังจะให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาพบเห็นอะไรในพื้นที่บ้าง
ขณะที่ นายปานปรีย์ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยมีจุดยืนคัดค้านกัญชาเสรี ส่วนเรื่องโฮสเทล ถือเป็นเรื่องใหม่ มองว่าระเบียบและกฎหมายต่างๆ ยังปรับเปลี่ยนตามวัฒนธรรมไม่ทัน เชื่อว่าข้าราชการบางคนยังไม่รู้จักว่าโฮสเทลคืออะไร อีกทั้ง กทม. เองก็อาจกำลังหนักใจ เพราะไม่ได้มีอำนาจ ติดขัดทางรัฐบาลและกระทรวงต่างๆ มั่นใจว่าหากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จะสามารถประสานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาได้
ทั้งนี้การประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะเป็นภาพพจน์ของประเทศ และดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยมากขึ้น จำเป็นต้องดูในรายละเอียดให้มากกว่านี้ อาจต้องทำ เป็นรายจังหวัดหรือรายจุด เช่น ถนนข้าวสารอาจต้องทำการประชาสัมพันธ์แยกออกมา ไม่ใช่รวมทั้งกรุงเทพฯ ไว้ด้วยกัน
นายประภัสร์ ระบุว่า เมื่อกฎหมายเขียนด้วยคน คนก็ย่อมแก้ได้ จึงไม่ถือเป็นอุปสรรคที่แก้ยาก พร้อมตั้งคำถามว่าในสมัยรัฐบาลนี้มีการแอบแก้กฎหมายโดยประชาชนไม่รู้ไปกี่ฉบับแล้ว ทุกอย่างทำได้ อยู่ที่คนสั่งมีอำนาจแค่ไหน รัฐบาลไทยเห่อเรื่องระเบียงเศรษฐกิจ (EEC) ทั้งที่ไม่รู้เลยว่า ผลที่ตามมาจับต้องได้หรือไม่ โดยต้องแลกกับการที่นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามามีอิทธิพลเหนือคนไทย





