background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

กกต.ยันแบ่ง 400 เขตเลือกตั้ง 66 ตามเดิม เมินหลายพรรคท้วง พร้อมสู้ในศาล ปค.

กกต.ยันแบ่ง 400 เขตเลือกตั้ง 66 ตามเดิม เมินหลายพรรคท้วง พร้อมสู้ในศาล ปค.

กกต.ประชุมด่วน! หลังหลายพรรคการเมือง ท้วงติงปมแบ่งเขตเลือกตั้ง 66 พื้นที่ กทม. ยึดหลักเดิม เป็นไปตามกฎหมายกำหนดแล้ว ผลต่างจำนวนราษฎรแต่ละเขตไม่เกิน 10% ยันข้อมูลดังกล่าวต่อศาล ปค. ไม่สามารถกำหนดเขตเดียวได้ เหตุค่าเฉลี่ยประชากรเมืองหลวง 1.6 แสนคน

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2566 ที่สำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายปกรณ์ มหรรณพ กกต. แถลงข่าวชี้แจงข้อท้วงติงจากพรรคการเมืองถึงกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้ง ในการเลือกตั้ง 2566 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยจะมีการประชุมด่วน ในเวลา 16.00 น. เพื่อหาทางออกของเรื่องนี้นั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 18.30 น. มีรายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังการประชุม กกต.เห็นว่า การดำเนินการแบ่งเขตทั้ง 400 เขตเลือกตั้งที่ได้มีมติไปได้ยึดตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดแล้วโดยเฉพาะแต่ละเขตต้องติดต่อกัน และผลต่างของจำนวนราษฎรแต่ละเขตไม่เกินร้อยละ 10 ดังนั้น จึงไม่เปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไร และพร้อมยืนยันข้อมูลดังกล่าวต่อศาลปกครอง

อนึ่ง เมื่อเวลา 15.00 น. นายปกรณ์ แถลงว่า วันนี้ กกต.จะมีประชุมด่วน ซึ่งเรื่องดังกล่าวเราพร้อมให้ข้อมูลและเหตุผล ซึ่งสิ่งที่มีข่าวในช่วงนี้คือการแบ่งเขตของ กกต.กทม.อาจจะมีปัญหา แต่ตนขอยืนยันว่า ผอ.กกต.กทม. และทีมงาน รวมทั้งส่วนกลางที่เกี่ยวข้องได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการแบ่งเขตอย่างสุดความสามารถ และได้ใช้เวลาในการพิจารณาอย่างเหมาะสม โดยเรื่องที่มีข้อท้วงติงของนักการเมือง บางครั้งอาจจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อยากจะขอชี้แจงว่าการแบ่งเขตครั้งนี้ กกต.กทม.ยึดหลักตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส อย่างเคร่งครัด ซึ่งกฎหมายในมาตรา 27 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ระบุว่าให้แบ่งเขตแต่ละเขตติดต่อกัน และต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน ซึ่งมาจากรัฐธรรมนูญมาตรา 86 (5) บัญญัติว่าจะต้องแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้แต่ละเขตติดต่อกัน และต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน ซึ่งกฎหมายบัญญัติให้เราปฏิบัติ

นายปกรณ์ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นปัญหาคือกรุงเทพมหานครไม่สามารถกำหนดเขตปกครองเดียวให้เป็นเขตเลือกตั้งได้ เพราะค่าเฉลี่ยของประชากรของกรุงเทพมหานครในหนึ่งเขตเลือกตั้งมีประมาณ 160,000 คน แต่อย่างเช่นเขตปกครองในเขตคลองสามวา มีประมาณ 200,000 คน เขตบางเขน เขตประเวศ เขตลาดกระบังมีเขตละ 180,000 คน เขตสายไหม 200,000 กว่าคน เขตหนองจอก เขตบางขุนเทียน มีเขตละ 180,000 กว่าคน เขตบางแค 190,000 คน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทั้ง 8 เขตนี้ไม่สามารถแบ่งเป็นเขตเดียวของการเลือกตั้งได้ เราจึงได้พิจารณาตามกฎหมายในมาตรา 21 (2) ที่กำหนดว่า ในกรณีที่ไม่สามารถทำตาม (1) ได้ เพราะราษฎรในแต่ละเขตไม่ใกล้เคียงกัน จึงให้แบ่งเขตตามสภาพของชุมชนที่มีราษฎรติดต่อกันประจำ ในลักษณะเป็นเขตชุมชนเดียวกัน โดยจะต้องให้จำนวนประชากรมีจำนวนใกล้เคียงกันมากที่สุด

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า กรณีตามที่เป็นข่าวที่ยกตัวอย่างเขต 8 และ 9 ว่าไม่มีเขตหลัก ซึ่งกฎหมายไม่ได้กำหนดว่าจะต้องมีเขตหลัก ซึ่งเขต 8 และ 9 มองแล้วมีเขตหลักและจำเป็นต้องเอาแขวงที่ใกล้เคียงมารวมกันเพื่อให้จำนวนประชากรมีจำนวนใกล้เคียงกันมากที่สุด อย่างไรก็ตามเราได้ปฏิบัติตามมาตรา 27 (2) อย่างเคร่งครัด ทุกเขตจะเป็นลักษณะชุมชนเดียวกัน จำนวนราษฎรจะไม่เกินหลักเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งกกต.ได้ออกหลักเกณฑ์ระเบียบที่ว่า จังหวัดแบ่งเขตโดยค่าเฉลี่ยประชากรในจังหวัดเป็นเกณฑ์ แต่ละเขตไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของค่าเฉลี่ยประชากร หรือในกรุงเทพมหานครแต่ละเขตไม่ควรเกิน 16,000 คน

นายปกรณ์ กล่าวด้วยว่า ขอให้นักการเมืองโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครให้คำนึงถึงทั้ง 33 เขต เพราะมันเชื่อมโยงกันหมด อย่าพิจารณาเฉพาะบางเขต เพราะถ้าพิจารณาเฉพาะเขต จะไม่สามารถทำงานในภาพรวมได้เลย และตามที่มีข่าวว่ามีการยื่นร้องต่อศาลปกครองในเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นสิทธิที่จะทำได้ตามกฎหมาย แต่ตนขอร้องต่อศาลปกครองว่าก่อนที่ท่านจะมีคำสั่งอย่างอื่นอย่างใด ทางกกต.พร้อมที่จะชี้แจงให้ข้อมูลและตนยินดีจะไปชี้แจงด้วยตนเอง

เมื่อถามว่าได้พิจารณาข้อมูลของพรรคชาติพัฒนากล้าไปแล้วหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ทุกอย่างเราได้พิจารณาไปแล้วแต่เมื่อมีข้อท้วงติงของพรรคการเมือง เราก็พร้อมที่จะตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง จึงมีการเรียกประชุมด่วนในเวลา 16.00น. ของวันนี้