วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

คุก 20 ปี “อดีต ผจก.ใหญ่ TOT” ชดใช้พันล้าน ปมอนุมัติจ่ายเงินให้ บมจ.สามารถฯ

คุก 20 ปี “อดีต ผจก.ใหญ่ TOT” ชดใช้พันล้าน ปมอนุมัติจ่ายเงินให้ บมจ.สามารถฯ

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาคุก 20 ปี “วรุธ สุวกร” อดีต ผจก.ใหญ่ “ทีโอที” สั่งชดใช้ค่าสินไหม 1 พันล้านบาทเศษ หลังอนุมัติจ่ายเงินให้ บมจ.สามารถฯ 1.4 พันล้านบาท โดยมิชอบ ไร้อำนาจดำเนินการ ถูกค้านแต่ไม่ฟัง ข้ออ้างฟังไม่ขึ้น

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2566 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อท 139/2565 ระหว่างอัยการสูงสุด (อสส.) โจทก์ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง นายวรุธ สุวกร อดีตผู้จัดการใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จำเลย กรณีถูกกล่าวหาว่า อนุมัติการจ่ายเงินจำนวน 1,485,000,000 บาท (ราว 1.4 พันล้านบาท) ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้แก่บริษัท สามารถไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) โดยมิชอบ

คดีนี้โจทก์ฟ้องสรุปได้ว่า นายวรุธ จำเลย ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่ บมจ.ทีโอทีฯ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย กล่าวคือ จำเลยอนุมัติจ่ายเงินให้แก่ บมจ.สามารถฯ จำนวน 1.485 พันล้านบาท ซึ่งเกินกว่าวงเงิน 10 ล้านบาทที่จำเลยมีอำนาจอนุมัติได้ ทั้งไม่เข้าข้อยกเว้นตามคำสั่งคณะกรรมการ บมจ.ทีโอทีฯ ที่ 29/2546 ลงวันที่ 22 ส.ค. 2546 ข้อ 2.1.2.5 และจำเลยมิได้ขออนุมัติการจ่ายเงินดังกล่าวจากที่ประชุม บมจ.ทีโอทีฯ ทำให้ บมจ.สามารถฯ ได้รับชำระเงินค่าเสียหายไปจำนวนเกินกว่าที่ บมจ.ทีโอทีฯ ควรจะต้องจ่าย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่ บมจ.ทีโอทีฯ และเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย คิดเป็นเงิน 525,370,000 บาท ขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 8, 11 เบื้องต้นจำเลยปฏิเสธ

คดีนี้โจทก์ฟ้องคดีเมื่อ 3 ส.ค. 2565 ศาลดำเนินกระบวนการพิจารณานัดสอบคำให้การ ตรวจพยานหลักฐาน และสืบพยานโจทก์และจำเลย 5 นัด รวมระยะเวลาตั้งแต่วันฟ้อง ถึงวันอ่านคำสั่งหรือคำพิพากษา เป็นเวลา 7 เดือน 13 วัน

โดยศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามฟ้องคดีนี้ฟังได้ว่า จำเลยอนุมัติสั่งจ่ายเงินให้แก่ บมจ.สามารถฯ เป็นจำนวนเงิน 1.485 พันล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเกินกว่า 10 ล้านบาท จำเลยจึงต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ.ทีทีฯ เสียก่อน เว้นแต่เป็นการปฏิบัติตามเงื่อนไขผูกพันในสัญญาคำสั่งคณะกรรมการ บมจ.ทีโอทีฯ ที่ 29/2546 ลงวันที่ 22 ส.ค. 2546 ข้อ 2.1.2.5

เมื่อพิจารณาจากคำฟ้องคดีแพ่งเป็นการฟ้องเรียกให้ บมจ.ทีโอทีฯ ชำระเงินให้แก่ บมจ.สามารถฯ จากการผิดสัญญา และเรียกค่าเสียหาย กรณีจึงไม่อาจเป็นการเจรจาหาข้อยุติเพื่อที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อผูกพันในสัญญาได้ที่จะเป็นข้อยกเว้นตามคำสั่งคณะกรรมการ บมจ.ทีโอทีฯ ที่ 29/2546 ลงวันที่ 22 ส.ค. 2546 ข้อ 2.1.2.5 ได้

ทั้งการนำยอดเงินจำนวนเต็มตามฟ้องในคดีแพ่งมาเป็นหลักในการเจรจาต่อรองจึงเท่ากับเป็นการยอมรับว่า บมจ.ทีโอทีฯ เป็นฝ่ายผิดสัญญาและยอมรับผิดเต็มตามฟ้อง นอกจากนี้การเจรจาของคณะกรรมการเพื่อพิจารณากำหนดแนวทาง ก็มิได้ปฏิบัติตามความเห็นที่เป็นข้อสังเกตของที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ.ทีโอทีฯ ที่ 19/2551 เมื่อ 26 ก.ค. 2551 ประกอบกับจำเลยอนุมัติจ่ายเงินให้แก่ บมจ.สามารถฯ ในวันที่ 13 ต.ค. 2551 ซึ่งเป็นระยะเวลาเกินกว่า 1 เดือน ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ.ทีโอทีฯ ครั้งที่ 19/2551 กำหนดไว้ 

นอกจากนี้ก่อนและหลังจำเลยอนุมัติให้จ่ายเงินแก่ บมจ.สามารถฯ ได้มีการคัดค้านจากบุคคลภายในหน่วยงานของจำเลยหลายครั้ง โดยเฉพาะการยกเลิกเช็คคำสั่งจ่ายเงินให้แก่ บมจ.สามารถฯ เพราะฝ่ายการเงินและบัญชีคัดค้านเรื่องอำนาจจ่ายเงินของจำเลย แต่จำเลยยังอนุมัติให้มีการจ่ายเงินดังกล่าว โดยไม่หารือหรือขอความเห็นจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ตอบข้อหารือ หรือนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ.ทีโอทีฯ เพื่อแสดงให้เห็นว่า จำเลยได้ใช้ความละเอียดรอบคอบในการตัดสินใจอนุมัติวงเงิน ซึ่งมากถึง 1,467,100,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่ บมจ.ทีโอทีฯ กับเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ บมจ.ทีโอทีฯ โดยทุจริต

ส่วนข้อที่จำเลยให้การและนำสืบปฏิเสธมา ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ทั้งการที่จำเลยเบิกความว่า ขอขยายระยะเวลา 1 เดือนด้วยวาจากับคณะกรรมการ บมจ.ทีโอทีฯแล้วนั้น ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวในชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณามาก่อน จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังเช่นกัน พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบรับฟังได้ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง และต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ บมจ.ทีโอทีฯ พร้อมดอกเบี้ยตามคำร้อง

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 จำคุก 20 ปี กับให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องเป็นเงิน 1,062,147,006.16 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปีของเงินต้น จำนวน 525,370,000 บาท นับถัดจากวันที่ 15 ธ.ค. 2565 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ