วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เบื้องลึก รุมสกรัม “ภูมิใจไทย” เพื่อนหักเหลี่ยม-ศัตรูหักดิบ

ปฏิบัติการ “เพื่อนหักเหลี่ยม” จังหวะ​​​​​​​บังเอิญ "ชูวิทย์" ออกมาสอยปมฮั้วการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มในวันที่เดินเข้าทำเนียบรัฐบาล เช่นเดียวกับ “ศัตรูหักดิบ” ดิสเครดิตนโยบายกัญชาทุกเวที ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทย ถูกต้อนเข้ามุม

การขยับของ เนวิน ชิดชอบ ผู้มีบารมีเหนือพรรคภูมิใจไทย คิดการณ์ใหญ่ จากการเป็นตัวเลือกอะไหล่การเมือง หวังพลิกเกมขยับไซส์ไปสู่พรรคการเมืองขนาดใหญ่ 

จึงเห็นได้ชัดว่า เวลานี้ “เนวิน” ไม่คิดเหมือนเก่า เขาฝันไกลดันภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่ง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรค นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี 

จากเดิมภูมิใจไทยพึงพอใจความเป็นพรรคขนาดกลาง ตัวเลข ส.ส. 60-80 ที่นั่งสวิงได้ทุกขั้ว ต่อรองได้ไม่ยาก แต่เที่ยวนี้คีย์แมนของพรรค ประเมินว่า สามารถก้าวข้ามขีดจำกัด มีโอกาสกวาด ส.ส.เข้าสภาฯเกินร้อย 

เนวินจึงตั้งเป้าอย่างน้อย 120 ที่นั่ง เพื่อเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 

ที่สำคัญ หาก “บิ๊กเน” สามารถเชิด “อนุทิน” ให้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ ย่อมไม่มีใครเข้ามาขวางทาง “ผู้ยิ่งใหญ่บุรีรัมย์” ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะข้อจำกัด ถูกเตะตัดขานโยบายหาเสียงหลัก ที่ไม่ได้รับการสนับสนุน

ทว่า คนในกระดานการเมืองอ่านเกม “เนวิน” ได้ทะลุปรุโปร่ง จึงออกฤทธิ์ออกเดช เดินหมากสกัดไม่ให้ “เนวิน-ภูมิใจไทย” เติบโตเกินควร เพราะหากปล่อยให้ได้ ส.ส.เพิ่มมากขึ้น แรงต่อรองจะยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปด้วย

ยี่ห้อ “เนวิน” การเจรจาบนโต๊ะ คำนวณต้นทุน ทบต้นทบดอก หากจะลดแรงต่อรอง ก็จำเป็นต้องกดตัวเลข ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ปฏิบัติการ “เพื่อนหักเหลี่ยม” เพื่อทิ่มแทงพรรคนี้ จึงบังเกิด บังเอิญ จังหวะสอดรับกับการออกมาจุดประเด็น ปมฮั้วการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มของ ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ จึงถูกตีความว่ามีการ “รับงาน” จาก “บิ๊กเนม” ชกหมัดตรงพุ่งเป้าไปที่พรรคภูมิใจไทย

เนื่องจากปมรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งอยู่ในข้อร้องเรียนที่"เฮียชู" ส่งถึงมือ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โผล่มาแบบเซอร์ไพรส์ แบบไม่เคยโหมโรงพูดถึงมาก่อน แต่จู่ๆ เจ้าตัวมาเปิดประเด็นหลังเข้าพบ“พีระพันธุ์” แถมมี “เสธ.หิ” หิมาลัย ผิวพรรณ แห่งพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาประสานงาน 

จึงไม่แปลกที่ “อนุทิน-ภูมิใจไทย” จะเชื่อวว่า “เพื่อนร่วมขั้วรัฐบาล”แอบวางยา หรือมีใบสั่งให้ “ชูวิทย์” ออกมาขย่มพรรคภูมิใจไทย

ว่ากันว่า หมากเกมนี้ “บิ๊กเนม” พยายามสร้างสตอรี่ เพื่อส่งสัญญาณไปยัง “อนุทิน-เนวิน” ห้ามเบี้ยวข้อตกลง ที่ให้สัญญากันเอาไว้ จึงใช้ปมรถไฟฟ้าสายสีส้มมาเป็นตัวประกัน

ทว่า “คนหลังฉาก” ประเมินงาน “ชูวิทย์”ว่า น่าจะจบแค่ยื่นข้อร้องเรียน แต่ความขัดแย้งกลับเลยเถิด ขยายวงกว้างจนทำให้ “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ออกมาโจมตีกลับ ซัดกันนัว จนกลายเป็น “ขั้วรัฐบาล” ฟัดกันเอง 

ต้องติดตามว่า ฉากจบของมหรสพ “ชูวิทย์” ปะฉะดะ “อนุทิน-เนวิน-ภูมิใจไทย” จะลงเอยอย่างไร จะฟาดฟันกันจนสะเทือน “คนหลังฉาก” หรือไม่ หรืออาจจะเกี๊ยะเซี๊ยะหาทางลงแบบบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น ไปมากกว่านี้

เช่นเดียวกับปฏิบัติการ “ศัตรูหักดิบ” โดยทุกเวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทย มักจะโจมตีไปที่นโยบายกัญชาเสรี ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทย ที่เคยใช้หาเสียงเมื่อปี 2562 และมีส่วนสำคัญที่ทำให้พรรคนี้ ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว

แต่คล้อยหลัง 4 ปี “กัญชาเสรี” กลับมาทิ่มแทง “อนุทิน-ภูมิใจไทย” เสียเอง เมื่อ พ.ร.บ.กัญชาถูกยื้อจนตีตกคาสภาฯ ส่งผลให้กัญชาไม่เสรีจริงตามที่เคยสัญญาเอาไว้

ที่สำคัญนโยบาย “กัญชา” ส่งผลกระทบต่อสถาบันครอบครัวอย่างชัดเจน มีหลายกรณีที่เกิดผลทางลบ มีเยาวชนเสพกัญชาเพิ่มขึ้น ทำให้คู่แข่ง-คู้แค้นทางการเมือง หยิบยกไปปราศรัยบลัฟภูมิใจไทยในทุกเวที

โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองอย่าง “ประชาธิปัตย์” ที่ถล่มยับต่อเนื่อง ทั้งในสภา นอกสภา

ที่สำคัญ ภาคอีสาน ฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทย พื้นที่เป้าหมายของภูมิใจไทย ที่ต้องการเจาะเข้าเรดโซนให้ได้ เพื่อเพิ่มปริมาณเก้าอี้ ส.ส.ให้พรรคตัวเอง แต่นโยบายกัญชาเสรีกลับถูกด้อยค่า จนกระแสตีกลับ โทษฐานมอมเมาเยาวชน ส่งผลให้ “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ต้องคิดหนัก หากจะใช้ “กัญชาเสรี” มาหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้

สถานการณ์ของ “อนุทิน-ภูมิใจไทย” กำลังถูกบีบให้เข้ามุมอับ จาก “เพื่อนร่วมขั้ว” และ “ศัตรูคู่อาฆาต” 

จึงต้องจับตาว่าครูใหญ่“เนวิน”จะมีไม้เด็ด แก้เกม พา“ภูมิใจไทย”ออกจากการโดนไล่ต้อน เพื่อพลิกกระแสการเมืองที่ถูกรุมสกรัมในยามนี้ได้อย่างไร