"ผ่องศรี" แถลงปมประชุมสภาฯ ล่มเมื่อ 4พ.ย. เหตุ "ส.ส." เบี้ยวของตกลงของวิป ชี้เป็นอุบัติเหตุไม่ควรเกิดขึ้น ขอวิป2ฝ่ายประสานงานให้ดี
น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ คณะทำงานของประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงกรณีที่การประชุมสภาฯ วันที่ 4 พฤศจิกายน ระหว่างพิจารณารายงานของกรรมาธิการ ศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงกรณีปิดอ่าวมาหยา จ.กระบี่ ต้องปิดประชุมเพราะองค์ประชุมไม่ครบ ว่า เป็นอุบัติเหตุที่ไม่ควรเกิดขึ้น เนื่องจากมีการตกลงในที่ประชุมคณะกรรมการประสานงาน เมื่อ 1 พฤศจิกายน ตามที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ขอนัดประชุมเป็นพิเศษในวันศุกร์ เพื่อพิจารณารายงานที่กรรมาธิการพิจารณาศึกษาแล้วเสร็จ เนื่องจากมีเรื่องที่ค้างการพิจารณา และขอความเห็นชอบจากสภาฯ จำนวนมาก และการประชุมสภาฯ สมัยปัจจุบันถือเป็นสมัยสุดท้ายก่อนหมดวาระจึงต้องเร่งการทำงาน เพื่อไม่ให้การทำงานของกรรมาธิการสูญเปล่า ทั้งนี้วิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลเห็นพ้องกับข้อเสนอและรับว่าจะแจ้งให้สมาชิกแต่ละฝ่ายแต่ละพรรคทราบเพื่อให้ความร่วมมือ
"วิปทั้งสองฝ่ายจึงควรประสานงานกันให้ดี เพื่อให้ส.ส.ร่วมกันทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติให้สมบูรณ์ ใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า เป็นประโยชน์ต่อประชาชนร่วมกัน เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ พึงพอใจและภาคภูมิใจที่จะเห็นผู้แทนฯของตนทำหน้าที่ในสภาฯด้วยความรับผิดชอบโดยเฉพาะในสมัยประชุมสุดท้ายของสภาฯชุดนี้" น.ส.ผ่องศรี กล่าว
น.ส.ผ่องศรี กล่าวด้วยว่า นายชวน เข้าใจดีว่า ส.ส.ต้องลงพื้นที่พบปะประชาชน แต่งานประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็เป็นหน้าที่สำคัญของสมาชิกที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเช่นกัน สำหรับวาระการประชุมเพื่อรับทราบรายงานต่างๆนั้น ปกติสมาชิกจะเข้าใจกันและให้ความร่วมมือเพื่อให้การประชุมมีความต่อเนื่องไม่มีการเสนอให้ลงมติหรือไม่มีการเสนอนับองค์ประชุม แต่เมื่อมีสมาชิกเสนอขึ้นมาก็เป็นสิทธิท่านนั้นตามข้อบังคับ ซึ่งวิปทั้งสองฝ่ายจะต้องประสานงานกับสมาขิกของแต่ละฝ่ายเพื่อขอความร่วมมือร่วมกัน เพื่อให้เป็นไปตามที่ได้หารือร่วมกันมีข้อตกลงร่วมกันแล้ว
"รายงานของกรรมาธิการเป็นของสมาชิกทุกฝ่าย ไม่ใช่รายงานของฝ่ายค้านหรือรัฐบาล งานของสภาฯจึงจะก้าวหน้าต่อไปได้ หากทุกฝ่ายบริหารเวลาและร่วมมือกัน หากวาระที่ค้างอยู่จำนวนมากมีจำนวนลดลง จนประเมินว่าจะพิจารณาได้ทันในช่วงเวลาอายุของสภาฯที่เหลืออยู่แล้ว ประธานสภาฯก็อาจไม่ต้องนัดประชุมเพิ่มเติมในวันศุกร์ได้ ที่ประธานฯนัดเพิ่มเติมเพราะมีความจำเป็น เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสภาของประชาชน"น.ส.ผ่องศรี กล่าว





