วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

ฉบับเต็ม! สตง.ชำแหละข้อพิรุธ “โคก หนอง นา โมเดล” 4.7 พันล้าน

ฉบับเต็ม! สตง.ชำแหละข้อพิรุธ “โคก หนอง นา โมเดล” 4.7 พันล้าน

โชว์ฉบับเต็ม! ผลสอบ สตง.ชำแหละสารพัดข้อพิรุธโครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” 4.7 พันล้านบาท ล่าช้าขอขยายเวลา 2 ครั้ง สร้างฐานเรียนรู้-ใช้ครุภัณฑ์ไม่ครบ ผู้รับจ้างคุณสมบัติไม่ตรง

“ตอนเริ่มโครงการภาครัฐโฆษณาด้านดีด้านเดียว โดยอ้างแต่หลักปรัชญาเศษฐกิจพอเพียง พอทำจริงข้างนอกสดใส ข้างในตะติ๊งโหน่ง ซึ่งพรรคก้าวไกลก็ได้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้แล้วว่าโครงการทำจริงในทางปฏิบัติแทบไม่ได้ แต่รัฐบาลก็ยังดันทุรังทำ ผลคือโครงการล้มเหลวตามที่พรรคก้าวไกลอภิปรายไว้ทุกประการ”

คือหนึ่งในข้อวิพากษ์วิจารณ์จาก “อดิศักดิ์ สมบัติคำ” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม พรรคก้าวไกล ที่เปิดเผยรายงานของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ผลการตรวจสอบโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ของกรมพัฒนาชุมชน โดยระบุว่า ได้รับงบประมาณจำนวนนี้ราว 4.7 พันล้านบาท

โดยจากรายงานของ สตง.พบว่าโครงการแทบไม่เดิน ทำจริงไม่ได้ ยังไม่เกิดผลทางปฏิบัติ และบี้ให้ "บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และ "สุทธิพงษ์ จุลเจริญ" ปลัดกระทรวงมหาดไทย ต้องรับผิดชอบ

อ่านข่าว: “ก้าวไกล” โชว์รายงาน สตง.ชี้ “โคก หนอง นา โมเดล” สูญ 4.7 พันล้าน

ชวนอ่านผลการตรวจสอบโครงการ “โคก หนอง นา โมเดล” จาก สตง.ฉบับเต็มกันดู

สตง. ทำบทสรุปสำหรับผู้บริหารในโครงการดังกล่าว ระบุว่า โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ของกรมพัฒนาชุมชน เป็นโครงการภายใต้แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการะบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 (พ.ร.ก.กู้เงิน)

จากการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานโครงการดังกล่าว ตั้งแต่เริ่มโครงการในเดือน ก.ค. 2563 จนถึงสิ้นสุดโครงการ มี.ค. 2565 มีประเด็นข้อตรวจพบ ดังนี้

  • การดำเนินงานโครงการล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด

จากการตรวจสอบผลการดำเนินโครงการ ณ วันที่ 30 ก.ย. 2564 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดการดำเนินโครงการตามกรอบระยะเวลาที่ ครม.อนุมัติเมื่อ 8 ก.ค. 2563 พบว่า กรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินโครงการยังไม่แล้วเสร็จตามแผนงานที่กำหนดไว้ จำนวน 6 กิจกรรม โดยมีกิจกรรมที่ดำเนินการแล้วเสร็จเพียง 1 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมการพัฒนาการสร้างมาตรฐานผลผลิต การแปรรูป และการตลาดตามมาตรฐานอินทรีย์วิถีไทย

ทั้งนี้ การที่กรมพัฒนาชุมชนยังดำเนินกิจกรรมตามโครงการส่วนใหญ่ไม่แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาอนุมัติ ทำให้ต้องมีการขยายระยะเวลาดำเนินโครงการต่อ ครม.จากเดิมสิ้นสุดเดือน ก.ย. 2564 เป็นสิ้นสุด ธ.ค. 2564 โดยผลการดำเนินโครงการ ณ วันที่ 30 ธ.ค. 2564 พบว่า ยังมีกิจกรรมที่ยังไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้จำนวน 4 กิจกรรม

กรมพัฒนาชุมชนจึงต้องขอขยายระยะเวลาดำเนินโครงการเป็นครั้งที่ 2 จากสิ้นสุด ธ.ค. 2564 เป็นสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2565 และจากการตรวจสอบผลการดำเนินโครงการ ณ วันที่ 31 มี.ค. 2565 พบว่า กรมการพัฒนาชุมชนดำเนินการแล้วเสร็จทุกกิจกรรมแล้ว

  • ผลการดำเนินโครงการบางส่วนมีความเสี่ยงที่จะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ในการเป็นพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบตามที่โครงการมุ่งหวัง

โดย สตง.พบว่า พื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบลบางแห่ง ยังดำเนินการไม่เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด เช่น พื้นที่เรียนรู้ระดับตำบลส่วนใหญ่ ยังมีฐานการเรียนรู้ไม่ครบ 9 ฐาน 31 แปลง โดย พื้นที่อยู่ระหว่างการสร้างฐานเรียนรู้ 24 แปลง และพื้นที่สร้างฐานเรียนรู้แล้วบางส่วน จำนวน 5 แปลง และพื้นที่ยังไม่ได้สร้างฐานเรียนรู้ 2 แปลง

รวมถึงพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล ที่มีฐานการเรียนรู้แล้ว ส่วนใหญ่ยังไม่มีการจัดเตรียมความพร้อมด้านสื่อการเรียนรู้ วัสดุ อุปกรณ์เพื่อใช้สำหรับสาธิต และฝึกปฏิบัติประจำฐานเพื่อการเรียนรู้ โดยมีจำนวน 29 แปลงที่ยังจัดเตรียมไม่ครบถ้วนทุกฐาน

สตง. ยังพบอีกว่า ผู้เข้าร่วมโครงการไม่พร้อมที่จะดำเนินการโครงการในการเป็นแหล่งเรียนรู้ โดยจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้เข้าร่วมโครงการไม่พร้อมที่จะดำเนินการตามโครงการในการเป็นแหล่งเรียนรู้ จำนวน 15 ราย โดยบางรายให้เหตุผลว่า ไม่มีเวลา บางรายไม่สามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้ หรือไม่เข้าใจว่าต้องดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้อย่างไร บางรายมีความรู้ความเข้าใจไม่เพียงพอจะถ่ายทอด หรือส่งเสริมการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงได้ และบางรายไม่มีแนวคิดที่จะดำเนินการเป็นศูนย์เรียนรู้ หรือแหล่งเรียนรู้ตามที่โครงการกำหนด

  • การใช้ประโยชน์จากครุภัณฑ์ที่ได้รับการสนับนุนของพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล

จากการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ครุภัณฑ์ในพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล พบว่า มีพื้นที่เรียนรู้ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากครุภัณฑ์ที่ได้รับการสนับสนุนครบทุกรายการ ร้อยละ 22.92 และพื้นที่ยังไม่มีการใช้ประโยชน์บางรายการ ร้อยละ 77.08

การที่ผลการดำเนินโครงการล่าช้า ไม่เป็นไปตามงานที่กำหนด และผลการดำเนินงานบางส่วนมีความเสี่ยงที่จะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ รวมทั้งครุภัณฑ์ที่ได้รับการสนับสนุนบางรายการมีความเสี่ยงจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย การฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนและท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ล่าช้า ส่งผลกระทบสืบเนื่องถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงินฯ

สตง.ระบุว่า สาเหตุเกิดจาก กรมการพัฒนาชุมชน กำหนดพื้นที่เป้าหมายโดยขาดการพิจารณาถึงความพร้อม และข้อจำกัดของพื้นที่ที่จะดำเนินโครงการ รวมถึงไม่ได้กำหนดให้มีการสำรวจพื้นที่ที่จะเข้าร่วมโครงการ และขาดหลักเกณฑ์หรือแนวทางในการประเมินศักยภาพและความพร้อมของผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการ อีกทั้งแบบมาตรฐาน “โคก หนอง นา โมเดล” ยังไม่ครอบคลุม และสอดคล้องกับสภาพพื้นที่เป้าหมาย รวมทั้งไม่ได้กำหนดเงื่อนไขระยะเวลาที่ต้องดำเนินการจัดสร้างฐานเรียนรู้เพื่อการพึ่งพาตนเองให้แล้วเสร็จ ตลอดจนมีการกำหนดรายการครุภัณฑ์ที่จะให้การสนับสนุน ไม่ได้มีการสำรวจความต้องการจากพื้นที่เป้าหมาย เป็นต้น

สตง.ตั้งข้อสังเกตสำคัญไว้ 2 ประการ ได้แก่

  • ผู้ที่ได้รับการจ้างงานตามโครงการบางส่วนมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามที่โครงการกำหนด

จากการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่ได้รับการจ้างงาน จำนวน 11,332 ราย พบว่า มีผู้มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามกำหนด 36 ราย ได้แก่ ผู้ที่ได้รับการจ้างงานตามโครงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่สมัครเข้าร่วมโครงการ 12 ราย ผู้ที่ได้รับการจ้างงานตามโครงการสมัครเป็นผู้เข้าร่วมโครงการ 24 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับการจ้างงานเป็นทายาทโดยชอบธรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 จำนวน 9 ราย

  • ความเหมาะสมและความปลอดภัยของสถานที่จัดเก็บครุภัณฑ์

จากการสังเกตการณ์สถานที่จัดเก็บครุภัณฑ์ของพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล จำนวน 48 แปลง พบว่า มีพื้นที่เรียนรู้จัดเก็บครุภัณฑ์บางรายการในสถานที่ไม่เหมาะสมและไม่ปลอดภัย จำนวน 28 แปลง

ผู้ว่า สตง. มีข้อเสนอแนะไปยังอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนพิจารณาดำเนินการ 3 ข้อ ได้แก่

1.สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจและรวบรวมข้อมูลการสร้างฐานเรียนรู้ การจัดเก็บและการใช้ประโยชน์ครุภัณฑ์ตามโครงการของพื้นที่ต้นแบบ พร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรคหรือข้อจำกัดที่เกิดขึ้นและดำเนินการ โดยให้กำหนดแนวทางดำเนินการกรณีพื้นที่ต้นแบบยังมีฐานการเรียนรู้ไม่ครบ 

2.กำหนดมาตรฐานหรือแนวทางจัดเก็บครุภัณฑ์อย่างปลอดภัย ปรับปรุงเกณฑ์ ทบทวนเกณฑ์ประเมินศักยภาพพื้นที่ต้นแบบ ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งกำหนดให้มีการเก็บข้อมูลของแต่ละองค์ประกอบทั้ง 5 ด้านตามสภาพความเป็นจริง โดยละเอียด ครบถ้วน โดยเฉพาะสภาพปัญหาของพื้นที่ต้นแบบ

3.ในอนาคตหากมีการดำเนินโครงการลักษณะเดียวกันกับโครงการดังกล่าว ควรพิจารณาในการคัดเลือกพื้นที่ต้องให้ความสำคัญกับศักยภาพและความพร้อมของพื้นที่เป้าหมาย และผู้เข้าร่วมโครงการ กำหนดเงื่อนไขและคุณสมบัติให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ รวมถึงให้ความสำคัญกับปัจจัยเสี่ยหรือสภาพปัญหาอื่น ๆ รอบด้าน

นอกจากนี้กำหนดแนวปฏิบัติในการดำเนินโครงการในแต่ละกิจกรรมให้ชัดเจน ทั้งในส่วนรูปแบบการดำเนินงาน กรอบระยะเวลาที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ต้องมีการชี้แจงรายละเอียดการดำเนินโครงการต่าง ๆ รวมถึงกรณีมีการสนับสนุนครุภัณฑ์ให้แก่ผู้ร่วมโครงการ ในการกำหนดรายการครุภัณฑ์ที่จะให้การสนับสนุน ต้องพิจารณาถึงความต้องการใช้งาน ความพร้อม และสอดคล้องกับบริบทของสภาพพื้นที่เป็นสำคัญ

นอกจากนี้ให้กำหนดแนวทางและวิธีการในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการให้มีความชัดเจน และสั่งการให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติให้เป็นตามแนวทาง หลักเกณฑ์การดำเนินโครงการอย่างเคร่งครัด รอบคอบ รัดกุม