"หัวหน้าท็อป" ถือธงนำ "ชทพ." สู้ศึกเลือกตั้ง ชูนโยบายรวมกันทำได้จริง

"หัวหน้าท็อป" ถือธงนำ "ชทพ." สู้ศึกเลือกตั้ง ชูนโยบายรวมกันทำได้จริง

มติพรรคชาติไทยพัฒนา เลือก "วราวุธ" นั่งหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ลำดับที่5 ไร้คู่แข่ง "วราวุธ" ประกาศนโยบายสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า ใช้สโลแกนรวมกัน ทำได้จริง

          ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมใหญ่สามัญของพรรคชาติพัฒนา โดยมีวาระสำคัญ คือการเลือกตำแหน่งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่ว่างลง เนื่องจาก น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เมื่อ 20 กันยน หลังจากเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ลำดับที่ 4 เมื่อ 26 ตุลาคม2561 ต่อจากนายธีระ วงศ์สมุทร

 

          สำหรับการลงคะแนนเลือกกรรมการบริหารพรรคตำแหน่งที่ว่างนั้น พบว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคโดยไม่มีคู่แข่ง และได้รับเลือกจากที่ประชุม ด้วยมติ 382 เสียง ทั้งนี้ถือเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาคนที่ 5 เพื่อถือธงนำสู้ศึกเลือกตั้งส.ส.ในครั้งหน้า

 

          ขณะที่กรรมการบริหารพรรคนั้น พบว่าในตำแหน่งสำคัญยังคงเป็นบุคคลชุดเดิม อาทิ เลขาธิการพรรค มติที่ประชุมเลือก นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรค อาทิ นายอนุรักษ์​ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด, นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกพรรค, นายวิจิตร พรพฤฒิพันธุ์, นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ , ยุทธพล อังกินันทน์

          จากนั้นนายวราวุธ กล่าวกับที่ประชุมว่าพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ใช่ของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง แม้ตนจะรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อจากน.ส.กัญจนา ศิลปอาชา พี่สาว แต่ที่ผ่านมาพรรคชาติไทยพัฒนาได้รับการดูแลจากบ้านใหญ่ทั้งตระกูลอดิเรกสาร และ ชุณหะวัณ ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคไม่ใช่สมบัติของตระกูลใด เพราะที่ผ่านมารับฟังความเห็นทุกฝ่าย ทำงานแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย และไม่เคยยอมให้ใครหรือองค์กรไหนบงการพรรคได้ ทั้งนี้ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาตนขอบคุณอดีตหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่ให้โอกาสตนทำงานตำแหน่งรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยจากการทำงานตนได้เรียนรู้หลายอย่างและภูมิใจในการทำงานในตำแหน่งดังกล่าว ที่สามารถผลักดันโครงการและนโยบายสำคัญเพื่อช่วยเหลือประชาชน เช่น การขุดบ่อน้ำบาดาล

 

"หัวหน้าท็อป" ถือธงนำ "ชทพ." สู้ศึกเลือกตั้ง ชูนโยบายรวมกันทำได้จริง

          นายวราวุธ กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะรับฟัง และทำจริงไม่ได้โม้ไปวันๆ เพราะต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรค ส.ส.และกรรมการบริหาร เพื่อทำงานตอบสนองประชาชน จากการรับฟังเห็นและเข้าใจปัญหา ซึ่งประเทศไทยเผชิญปัญหาที่ใหญ่กว่าน้ำท่วมและเศรษฐกิจ คือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่กระทบต่อชีวิตมนุษย์ ทั้งความเป็นอยู่ เศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นต้องทำเพื่อให้ประชาชนดีขึ้น อาทิ การนำองค์ความรู้ของปราชญ์ชาวบ้านเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร นโยบายเมืองไทย 24 ชั่วโมง เพื่อกระจายชั่วโมงทำงาน ลดปัญหาการจราจร เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ คนรุ่นใหญ่พูดคุย ผ่านโลกเสมือนจริงสร้างการมีส่วนร่วมพัฒนาแผ่นดินไทย ขณะที่การลดความเหลื่อมล้ำ แนวคิดคือให้หมู่บ้านที่อยู่ห่างไกล สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองผ่านพลังงานแสงอาทิตย์

          “ผมไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ ความสามารถยังไม่ถึง ทั้งการทำให้ประเทศก้าวเดินหน้า ต้องมีทีมงาน ที่ร่วมกันทำงาน โดยทีมของพรรคชาติไทยพัฒนา กรรมการบริหารพรรค ส.ส. สมาชิกพรรค ที่จะทำงานร่วมกัน ผมเชื่อมั่น ศรัทธาในการทำงานของทุกคนที่แข็งแกร่ง ไม่แข็งกร้าว ผมเชื่อมั่นใจศักยภาพของคนไทย ร่วมมือทำงานด้วยกัน จึงจะเป็นจริงได้ เพื่อพัฒนาก้าวย่างต่อไป”นายวราวุธ กล่าว