“สร้างอนาคตไทย” ซัด “รัฐบาล” บริหารพลาด ราคาพลังงานแพง ชี้ ต้องรื้อโครงสร้าง

“สร้างอนาคตไทย” ซัด “รัฐบาล” บริหารพลาด ราคาพลังงานแพง ชี้ ต้องรื้อโครงสร้าง

“สร้างอนาคตไทย” ชำแหละ ค่าไฟ - แก๊ส แพง อุตตม” ชี้ ไร้มาตรการด่วนดูแลประชาชน ระบุเป็นโอกาสรื้อโครงสร้าง “สนธิรัตน์” เผย ปล่อยค่าครองชีพสูงไม่ได้ คนไทยแบกภาระ จากบริหารผิดพลาด ผลิตไฟเกิน ใครได้ประโยชน์ เคยดูต้นทุนมีอะไรทับซ้อนหรือไม่ ข้องใจดองโรงไฟฟ้าชุมชน ชูนโยบาย 4 โซลาร์

ที่พรรคสร้างอนาคตไทย นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค และประธานนโยบาย และนายนริศ เชยกลิ่น รองหัวหน้าพรรค และโฆษกพรรค ร่วมแถลงข่าว “ชำแหละประเด็น ค่าไฟแพง แก๊สแพงใครทำร้ายประชาชน” 

โดย นายอุตตม กล่าวว่า สถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น สาเหตุทั้งที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้คนไทยทั่วประเทศเดือดร้อนอย่างหนัก ขณะที่ภาครัฐควรต้องดูแลช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว พร้อมจัดเตรียมมาตรการเพื่อให้ประเทศสามารถพลิกฟื้นได้ในช่วงเวลาต่อไป อย่างไรก็ตามมาตรการดูแลประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการในระยะแรกอย่างเร่งด่วนนั้น กลับยังไม่มีให้เห็นอย่างชัดเจน เช่น กรณีราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันหลายเดือน กระทบกับประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ทั้งที่รัฐบาลสามารถช่วยเหลือได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

“นโยบายจะไปในทิศทางไหน รวมถึงมาตรการระยะสั้นจะดูแลอย่างไร นี่ถือเป็นโอกาสที่จะนำเรื่องพลังงานมาทบทวนกันใหม่ รื้อโครงสร้างใหม่ เพราะต้องเอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง และต้องทำอย่างจริงจัง เพราะพลังงานเกี่ยวข้องกับเรื่องต้นทุนการผลิต การบริการ ต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง และยึดโยง สุดท้ายแล้วหนีไม่พ้นว่าภาครัฐต้องเป็นผู้ที่กำหนดนโยบายให้ส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องทำงานสอดคล้องกันในช่วงวิกฤติเช่นนี้ หวังว่ายังไม่ช้าเกินไปที่เราทั้งภาคประชาชน และภาครัฐจะมาช่วยกันปรับเปลี่ยนดูแลให้ประเทศผ่านวิกฤติช่วงนี้ไปให้ได้” นายอุตตม กล่าว

ด้านนายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรคมีความจำเป็นต้องแถลงเรื่องนี้ เราจะปล่อยให้สถานการณ์ค่าครองชีพ เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ อีก 6-7 เดือนจะเลือกตั้ง คิดว่าประชาชนจะลำบาก วันนี้ประชาชนแบกภาระค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เรามีไฟฟ้าส่วนเกินเกือบครึ่งที่ประชาชนต้องแบกภาระบางส่วน และการเปลี่ยนผ่านสัมปทานการผลิตก๊าซที่ทำให้ปริมาณลดลงกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงาน

“สร้างอนาคตไทย” ซัด “รัฐบาล” บริหารพลาด ราคาพลังงานแพง ชี้ ต้องรื้อโครงสร้าง

“ปัจจุบันกำลังการผลิตแก๊สในอ่าวไทยลดลงตามลำดับ ผมเคยส่งสัญญาณเตือนแล้วว่าแก๊สในอ่าวไทยจะมีปัญหาจากการเปลี่ยนผ่านที่ไม่ราบรื่น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาแก๊สที่สูงขึ้นเพราะการบริหารการเปลี่ยนผ่านที่ล้มเหลว ทำให้เราต้องนำเข้าแอลเอ็นจีจากต่างประเทศ ซึ่งแอลเอ็นจีในตลาดโลกมีราคาสูงมาก” นายสนธิรัตน์ กล่าว

นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ด้านอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากราคาแก๊สที่แพงขึ้นมา 33 เปอร์เซ็นต์ สถานการณ์แบบนี้จะยังไม่หยุดจนถึงมีนาคมปีหน้า ที่ประชาชนต้องมาแบกรับภาระจากนโยบายพลังงาน และการบริหารที่ผิดพลาด กำลังการผลิตไฟฟ้าส่วนเกินที่เกิดขึ้น ใครได้ประโยชน์ ธุรกิจแอลเอ็นจีวันนี้ใครได้ประโยชน์สูงสุด เอกชนหรือรัฐ หรือค่าการกลั่นที่สูงมาก และไม่ได้รับการแก้ไข พรรคเราเรียกร้องตลอดว่าเมื่อเกิดวิกฤติให้เอาต้นทุนจริงออกมาดู หากพรรคสร้างอนาคตไทยเข้าไปบริหารเราจะเอาประชาชนเป็นตัวตั้งในการแก้ปัญหา คำถามคือ วันนี้รัฐบาลทำอะไรอยู่ น้ำมัน แก๊ส ค่าไฟฟ้า เคยพิจารณาต้นทุนจริงหรือไม่ ภายใต้ต้นทุนที่แท้จริงมีอะไรทับซ้อนอยู่ วันนี้คือ วิกฤติ ในสมัยที่พวกตนบริหารกระทรวงการคลัง และกระทรวงพลังงาน ในช่วงสถานการณ์โควิด เรามีมาตรการช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วนทันที เช่นมาตรการลดค่าไฟฟ้าทันที ซึ่งวันนี้ก็ยังคงเป็นแนวคิดการแก้ปัญหาที่พรรคสร้างอนาคตไทยพร้อมที่จะทำ 

“ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประชาชนจะมีส่วนเป็นเจ้าของพลังงาน หรือที่เรียกว่า Energy for all วันนี้โรงไฟฟ้าชุมชนที่ผมริเริ่มไว้เป็นเวลา 2 ปีแล้ว วันนี้ผมอยากถามว่าใครแตะเบรกโรงไฟฟ้าชุมชน และทำเพื่ออะไร ทั้งที่โรงไฟฟ้าชุมชนสามารถช่วยทั้งพี่น้องประชาชน และเกษตรกรที่เป็นเศรษฐกิจฐานราก แต่กลับไม่ได้รับการสานต่อเพื่อประโยชน์ของประชาชน ถึงเวลารื้อโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ เราจะไม่ปล่อยให้ ปตท.ทำงานแบบใช้โอกาสเกื้อกูล เติบโต และข่มเหงประชาชน” นายสนธิรัตน์ กล่าว

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมใหญ่ๆ ส่งสัญญาณมาแล้ว เตรียมรับมือการขึ้นราคาอยากถามว่ากระทรวงพาณิชย์ทำอะไรอยู่ ต้นทุนที่ขึ้นไปทุกอย่าง ทั้งราคาสินค้า กระทรวงพาณิชย์ยังทำงานแบบเดิมๆ หรือไม่ สุดท้าย ปัญหาทั้งหมด เราคงไม่เอาแต่วิพากษ์ และวิจารณ์วันนี้พรรคสร้างอนาคตไทย ขอนำเสนอนโยบายด้านพลังงาน คือ นโยบาย 4 โซลาร์ ได้แก่ 1.โซลาร์รูฟท็อป เพื่อสร้างรายได้ และลดรายจ่ายประชาชน 2.โซลาร์ฟาร์มบนมิติโรงไฟฟ้าชุมชนกระจายทั่วประเทศ สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน 3.โซลาร์สูบน้ำบาดาลทั่วประเทศ และ 4. โซลาร์ลอยน้ำ 

ด้าน นายสันติ กล่าวถึงกรณี ปตท. ว่า แม้จะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่กระทรวงการคลังยังถือหุ้นร้อยละ 51.11 ซึ่งหมายความว่า ปตท.ยังเป็นรัฐวิสาหกิจที่ประชาชนทั้งประเทศคือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ สามารถมีบทบาทเข้ามาช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ยากให้ประชาชนได้โดย ปตท.ซึ่งถือหุ้นโรงกลั่นน้ำมัน 3 แห่งครองสัดส่วนการตลาดกว่าร้อยละ 80 จากโรงกลั่นน้ำมันที่มีในประเทศไทยทั้งหมด 6 แห่ง  แต่ ปตท.ก็ไม่ได้แสดงบทบาทดังกล่าว และหากพิจารณาจากกำไรของโรงกลั่นที่ ปตท.ถือหุ้นอยู่ พบว่าในปี 2564 มีกำไรรวมกันถึงกว่า 72,000 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งแรกปี 2565 มีกำไรกว่า 43,000 ล้านบาท เท่ากับมีกำไรเกินกว่าครึ่งหนึ่งของปี 2564 มาก

“อย่าบอกว่า ปตท.เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้วต้องทำกำไรสูงสุด เพราะความจริงกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งหมายถึงประชาชนคือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ ขณะที่ ปตท.เองก็กำหนดในยุทธศาสตร์ของบริษัทว่า จะต้องมีธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์ของสังคมทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับชุมชน และประเทศ จึงขอเรียกร้องรัฐบาลใช้กลไกการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ให้ ปตท.หันมาดูแลช่วยเหลือประชาชนโดยอย่ามองแต่กำไรสูงสุด ต้องลดกำไรลงเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนด้วย” นายสันติ กล่าว

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์