วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อ“ภูมิใจไทย”สู้กลับ เดิมพันรัฐบาล “บิ๊กป้อม”เอาอยู่ ?

ปรากฎการ "สกัด" กฎหมายกัญชา ของ "ภูมิใจไทย" แน่ชัดว่าเป็นการสร้างแรงปะทะของ "พรรคร่วมรัฐบาล" ที่ต้องการหยุดกระแส "พูดแล้วทำ" จากสิ่งนี้ ต้องดูต่อไปว่า "บิ๊กป้อม" จะเอาอยู่ ประคองรัฐบาลไปรอดถึงฝั่งหรือไม่

        ปรากฎการณ์ “พรรคร่วมรัฐบาล” หมั่นไส้กันเอง ทั้งที่ก่อนหน้านั้น เป็นความเห็นพ้อง ต่อการขับเคลื่อนงานของรัฐบาล แต่ผลลัพธ์สุดท้าย กลับไปเข้าทาง "บางพรรค”

        เช่น กรณีของ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ “ร่าง พ.ร.บ.กยศ.” ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ที่สภาผู้แทนราษฎร ลงมติเห็นชอบในวาระสามไปแล้ว เมื่อ 14 กันยายน และมีบทเปลี่ยนแปลง 4 เรื่องสำคัญ คือ “ปลอดดอกเบี้ย-ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน-ไม่คิดค่าปรับผิดนัดชำระ-ให้มีผลย้อนหลังผู้กู้ และผู้ค้ำทุกราย”

 

        พบความพยายามสกัด "ดาวรุ่ง” ไม่ให้นำร่าง พ.ร.บ.กยศ. พิจารณาต่อในที่ประชุมสภาฯ ทั้งที่เดินมาแล้วครึ่งทาง 

เมื่อ“ภูมิใจไทย”สู้กลับ  เดิมพันรัฐบาล “บิ๊กป้อม”เอาอยู่ ?

        ก่อนหน้าวันที่สภาฯ จะพิจารณา เพียง 1 วัน ในวงประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฐานะรักษาการนายกฯ นั่งหัวโต๊ะ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง “สมศักดิ์ เทพสุทิน" รมว.ยุติธรรม ฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ และ “สันติ พร้อมพัฒน์” รมช.คลัง ฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็น ประธานกรรมาธิการฯ พิจารณาร่างพ.ร.บ.กยศ.

        โดยทั้ง 2 แกนนำพลังประชารัฐ มองว่า ความพยายามแก้ไขเนื้อหา เช่น ไม่เก็บดอกเบี้ยผู้กู้ยืมเงิน จะมีปัญหาต่อการบริหารจัดการกองทุน และที่สำคัญถูกฉวยโอกาสไปใช้หาเสียง หากให้สภาฯ เดินหน้า และให้ฟรีโหวต จะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล 

 

        ผสมโรงกับ “รมต.” ของประชาธิปัตย์ที่เห็นพ้อง และแสดงทัศนะไม่เห็นด้วย ที่จะแก้ไขแบบสุดซอย สนับสนุนให้คนเบี้ยวหนี้

 

        แม้เรื่องนี้ “บิ๊กป้อม” จะพยายามเคลียร์หลังการประชุม ครม. แต่ “แกนนำพรรคภูมิใจไทย” ผู้ที่ผลักดันการแก้ไขกฎหมาย กยศ. ไม่ยอมร่วมวงเจรจา เพราะถือไพ่ความได้เปรียบ 3 ปัจจัย

เมื่อ“ภูมิใจไทย”สู้กลับ  เดิมพันรัฐบาล “บิ๊กป้อม”เอาอยู่ ?

        ปัจจัยแรก คือ เสียงสนับสนุนในสภาฯ ที่นับรวมแล้วกลายเป็นเสียงข้างมาก

 

        ปัจจัยสอง คือ ต้องได้รับอนุมัติจากกรรมาธิการฯ เป็นเบื้องต้นว่า จะขอถอนร่างกฎหมาย

 

        และปัจจัยสาม คือ ขั้นตอนพิจารณาร่างกฎหมาย ที่หากจะถอนร่างออกไปกลางคัน ต้องมีเหตุที่เป็นปัญหารุนแรง จน “ส.ส.” ในสภาฯ ไม่อาจลงมติได้ และได้รับฉันทามติให้ถอนเนื้อหาออกไป

        ดังนั้นเมื่อเปิดเวทีพิจารณา ร่างกฎหมาย กยศ. จึงผ่านวาระสองและวาระสามไปได้ โดยไม่มีเหตุใดทำให้สะดุด โดยเสียงเห็นชอบเกือบเป็นเอกฉันท์ คือ เห็นชอบ 314 เสียง ต่อ 1 เสียง

 

        ทว่า ปรากฎการณ์ “สกัดดาวรุ่ง” ระหว่าง “คนกันเอง” ไม่หยุดแค่ ร่างกฎหมาย กยศ. เท่านั้น เพราะเวทีสภาฯ ยังมีความพยายามยับยั้ง ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ... ที่ “พรรคภูมิใจไทย” ผลักดันตามนโยบาย “พูดแล้วทำ” ทั้งจาก “พรรคพลังประชารัฐ” ฐานะวิปรัฐบาล ที่ส่งสัญญาณไม่เร่งพิจารณา 

 

        ขณะที่ “พรรคประชาธิปัตย์” เสนอให้ ถอนร่างกฎหมายออกไปปรับแก้ไข เพราะพบว่าเนื้อหามุ่งส่งเสริมการใช้เพื่อนันทนาการมากกว่ามุ่งประโยชน์ทางการแพทย์

 

        ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้ง “กยศ.” และ “กัญชา” คือ นโยบายการเมืองที่ “ภูมิใจไทย” หมายมั่นปั้นเป็นผลงานโบว์แดง โกยคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มเกษตรกร รวมถึงกลุ่มเอสเอ็มอี

เมื่อ“ภูมิใจไทย”สู้กลับ  เดิมพันรัฐบาล “บิ๊กป้อม”เอาอยู่ ?

        ทำให้ “พรรคร่วมรัฐบาล” ต้องสร้างแรงปะทะ เพื่อชะลอกระแสของ “ภูมิใจไทย” ในทางการเมือง 

 

        ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องนี้ส่งผลต่อความร่วมมือกันด้วยดี ในการทำงานสภาฯ ฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ที่แม้จะมีระฆังคั่นยก จากช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ ก็ตาม

 

        สำหรับการทำงานภายใต้พรรคร่วมรัฐบาลที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ามีความ "ไม่เสถียร” ทั้งที่มีรอยปริจาก “ขั้วพรรคเล็กร่วมรัฐบาล” ต่อการแก้ไขกฎหมายลูก ต่อเนื่องมาที่การบอยคอตไม่ร่วมประชุมวิปรัฐบาล ของ “พรรคชาติไทยพัฒนา” หลังถูก “นิโรธ สุนทรเลขา” ประธานวิปรัฐบาล ไล่ให้พ้นจากการร่วมรัฐบาล เพราะไม่พอใจที่ ส.ส.ชาติไทยพัฒนา จะขอใช้เอกสิทธิ์โหวต "ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม"

 

        หากรอบนี้รอยปริขยายใหญ่ จากการไม่พอใจของ “ส.ส.พรรคภูมิใจไทย” อีก เชื่อแน่ว่าสนิมที่เกิดจากเนื้อในจะมีผลสะเทือนถึงเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างแน่นอน และส่งผลให้ “รัฐบาล” อาจไปไวกว่าโรดแมพที่ "3 ป.” กำหนดเกมเอาไว้.