"นิกร" เชื่อ ประชุมรัฐสภา ถกร่างพ.ร.ป.เลือกตั้ง วุ่นแน่ ปมแก้สูตรคำนวณส.ส.ใช้500คนหาร มีผลกระทบมาตราอื่น พร้อมชี้3แทคติกกฎหมาย ทวงคืนสูตร100คนหาค่าเฉลี่ยส.ส.บัญชีรายชื่อ
นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัยพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่...) พ.ศ.... ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 26 กรกฎาคม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ต่อเนื่องในวาระสอง ที่เหลือมาตราที่รอพิจารณาประมาณ 10 มาตรา โดยเชื่อว่าจะมีปัญหาและกลายเป็นประเด็นที่ทำให้ร่างพ.ร.ป.ดังกล่าวทำไม่แล้วเร็จ เนื่องจากมีประเด็นที่รัฐสภาลงมติพลิกสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้ใช้จำนวน 500 คนหาค่าเฉลี่ยส.ส.บัญชีรายชื่อ แทนจำนวน 100 คนหาค่าเฉลี่ย ในมาตรา 23 ทั้งนี้ในการแก้ไขดังกล่าวเบื้องต้นจะมีผลกระทบต่อมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง 2-3 มาตรา โดยเฉพาะมาตรา 24 ซึ่งผ่านการพิจารณาไปแล้ว ทั้งนี้กมธ.เคยมีการหารือนอกรอบเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งกมธ.เสียงข้างน้อย นำโดย นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เสนอให้กมธ.เรียกประชุมเพื่อแก้ปัญหาก่อนที่รัฐสภาจะพิจารณา แต่กมธ.เสียงข้างมากมองว่าทำไม่ได้ เนื่องจากหมดหน้าที่ไปแล้ว
“ปัญหาที่มี สำคัญ คือไม่รู้ปัญหาคือตรงไหนและจะแก้อย่างไร และใครมีหน้าที่ต้องแก้ไข เนื่องจากกมธ.เสียงข้างน้อยที่ชนะสูตรคำนวณส.ส. นั้นไม่ได้เสนอคำแปรญญัตติหรือสงวนความเห็นเพื่อแก้ไขในมาตราที่เกี่ยวเนื่องกัน ดังนั้นเชื่อว่าการประชุมรัฐสภา วันที่ 26 กรกฎาคมจะมีปัญหาวุ่นวาย ต้องใช้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาโดยประธานรัฐสภาต้องมีความเห็น ซึ่งขณะนี้ไม่รู้ปัญหาคืออะไร ต้องแก้ตรงไหนและจะแก้ไขอย่างไร”นายนิกร กล่าว
นายนิกร กล่าวตอบคำถามถึงความพยายามฟื้นสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ใช้จำนวน 100 คนหาค่าเฉลี่ย ว่า มีความเป็นไปได้ ใน 3 วิธี โดยวิธีแรกให้ของดเว้นการใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาเพื่อย้อนกลับไปพิจารณามาตรา 23 ว่าด้วยสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ แต่ไม่ควรทำ อย่างยิ่งเพราะจะทำให้เสียระบบกาารออกกฎหมายอย่างรุนแรง, วิธีที่สอง คือ ปล่อยให้ร่างพ.ร.ป.ดังกล่าว ทำไม่เสร็จและเลยเวลาไปถึงวันที่ 15 สิงหาคม ซึ่งจะครบกำหนด 180 วัน ตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่าหากร่างพ.ร.ป.ทำไม่เสร็จภายใน 180 วันต้องกลับไปใช้ฉบับที่คณะรัฐมนตรีเสนอเข้าสู่รรัฐสภาพิจารณา ซึ่งเนื้อหาคือการใช้สูตรหาค่าเฉลี่ยด้วยจำนวน 100 คน ซึ่งวิธีดังกล่าวไม่ควรทำเช่นกัน
นายนิกร กล่าวด้วยว่า วิธีที่สม ซึ่งเป็นช่องทางที่ทำได้ คือ รัฐสภาพิจารณาให้จบในกระบวนการ ก่อนวันที่ 15 สิงหาคม จากนั้นส่งให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำความเห็นแย้งว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือปฏิบัติได้หรือไม่ ซึ่งเชื่อว่า กกต.จะยืนยันสูตรใช้จำนวน 100 คนหาค่าเฉลี่ย เนื่องจากหากใช้จำนวน500คนหาค่าเฉลี่ยจะทำให้เกิดปัญหาแฮงโอเว่อร์ มีส.ส.บัญชีรายชื่อเกิน 300 ที่นั่ง พรรคที่ได้ส.ส.เขตแล้วจะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว ดังนั้นเมื่อกกต.ยืนยันเนื้อหาเดิม และส่งให้รัฐสภา รัฐสภาต้องประชุมเพื่อแก้ไขให้เสร็จภายใน 30 วัน และใช้เสียงข้างมากลงมติ เบื้องต้นเชื่อว่าจะกลับไปใช้จำนวน 100 คนหาค่าเฉลี่ยส.ส.บัญชีรายชื่อได้
นายนิกร ยังกล่าว ยอมรับถึงแนวความคิดที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อย้อนไปใช้บัตรใบเดียว และใช้วิธีคำนวณแบบสัดส่วนผสม แต่ต้องรอให้การแก้ไขพ.ร.ป. ทั้ง 2 ฉบับให้แล้วเสร็จก่อน ทั้งนี้ตนเชื่อว่าหากมีคนเสนอแก้ไขกลับไป สภาฯจะไม่เป็นสภา และควรเกรงใจประชาชนด้วย
“มีวิธีที่ทำได้ แต่ต้องให้การแก้ไข พ.ร.ป.แล้วเสร็จก่อน จากนั้นให้ส.ส.เข้าชื่อ 100 คน หรือ ครม. เสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยระบุถึงปัญหาโดยอธิบายเหตุผลทางการเมือง แก้ไปบัตรใบเดียว สัดส่วนผสม ทั้งนี้ในกระบวนการทางนิติบัญญัติอาจมีปัญหาโดยเฉพาะเวลาของสภาที่เหลืออยู่ เพราะต้องแก้กฎหมายยลูกด้วย เวลาจะไม่พอ ยกเว้นมีการเร่งรัด ส่วนในทางการเมืองทำไม่ได้ เพราะจะไม่มีเหตุผลอธิบายประชาชน ที่ผ่านมาทุกพรรคเห็นด้วยกับการก้ไขให้มีบัตรเลือกตั้งสองใบหมด ดังนั้นจะมีใครจะกล้าลงชื่อเสนอญัตติขอแก้ไข” นายนิกร กล่าว.




