วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ทักษิณ”ดูดลูกน้องเก่ากลับบ้าน คัดผู้สมัครเกรดเอสู้ทุกเขต-ยึดทุกพื้นที่

จับตาการเตรียมทัพของ “ทักษิณ” อย่ากระพริบตาว่าจะเคลื่อนเกมอย่างไร เพราะมีเดินพันความหวัง “กลับบ้าน” ที่ผูกเงื่อนไว้กับการเลือกตั้งครั้งหน้า สมรภูมิการเมืองนับจากนี้ดุเดือดทุกนาที

“โทนี่ วู้ดซัม” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วางเดิมพันแบบเทหมดหน้าตักกับการเลือกตั้งครั้งหน้า หมายมั่นปั้นมือให้พรรคเพื่อไทย (พท.) และอาจจะรวมถึงพรรคแตกแบงค์พัน โกย ส.ส. เขต - ส.ส. บัญชีรายชื่อ เข้าสภาให้ได้มากที่สุด เพื่อรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล

วางเป้าหมาย ส.ส. เอาไว้ที่ 250 เสียงขึ้นไป เพื่อบล็อกโหวต “250 ส.ว.” ที่จะเทคะแนนให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม คัมแบ็คเก้าอี้นายกฯอีกรอบ 

ทำให้ “ทักษิณ” ต้องงัดวิทยายุทธ์ทางการเมืองทุกรูปแบบมาใช้ เพราะหากไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ อาจจะต้องรออีก 4 ปี เนื่องจาก “รัฐบาลประยุทธ์” ไม่เหมือนรัฐบาลเลือกตั้งทั่วไปที่พอมีปัญหามักจะเลือกยุบสภา แต่เป็นรัฐบาลที่รักษาอำนาจของตัว พร้อมประนีประนอมกับพรรคร่วมรัฐบาล

พรรคหลักของ “ทักษิณ” ยังโฟกัสอยู่ที่พรรคเพื่อไทย โดยตั้งความหวังให้กอบโกย “ส.ส. เขต” ให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะส่งผู้สมัครลงชิงครบ 400 เขตอย่างแน่นอน แตกต่างจากการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2652 ที่ใช้ยุทธศาสตร์แตกแบงค์พันเหมือนกัน โดยตั้งอดีตพรรคไทยรักษาชาติ ก่อนแพ้ภัยตัวเองโดนคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคไป

การเลือกตั้งในครั้งนั้น “ทักษิณ” แก้โจทย์ “บัตรเลือกใบเดียว” ด้วยการแบ่งพื้นที่ให้พรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัคร ส.ส. 250 เขต อดีตพรรคไทยรักษาชาติ ส่งผู้สมัคร ส.ส. 150 เขต ใช้วิธีหลบเขตกันเอง เพื่อเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด เพราะหากส่งผู้สมัคร ส.ส. ครบ 350 เขต ทั้งสองพรรคจะตัดแต้มกันเอง
 

ทว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ การแก้โจทย์ของ “ทักษิณ” ง่ายขึ้นกว่าเดิม สามารถเลือกใช้กำหนดได้ว่าจะเลือกใช้บริการพรรคใด ในภารกิจที่แตกต่างกันไป

ซึ่งแน่นอนว่าพรรคเพื่อไทย จะถูกใช้เก็บที่นั่ง ส.ส. เขต เป็นหลัก เพราะมีฐานเดิมที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ที่สำคัญแบรนด์ของพรรคเพื่อไทยขายได้เกือบทุกพื้นที่ โดยเฉพาะภาคอีสาน-ภาคเหนือ

ดังนั้นหลังจากนี้ “ทักษิณ-กุนซือ” จะจัดวางผู้สมัครที่ทำพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และค่อนข้างจะมีฐานเสียงค่อนข้างหนาแน่น ซึ่งต้องปรับยุทธศาสตร์จากเดิมเล็กน้อย เพราะวางเกมเอาไว้ว่าจะส่ง “คนรุ่นใหม่” ลงสมัครให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเตรียมปลดระวาง ส.ส. รุ่นเก่า ที่อายุ 70 ขึ้นไป ให้มาอยู่ใน ส.ส. บัญชีรายชื่อแทน 

แต่เมื่อเกมเปลี่ยนจำเป็นต้องกวาด ส.ส. เขต ให้ได้มากที่สุด ตัวผู้สมัคร ส.ส. เขต แต่ละคนที่จะลงสมัครต้องเลือกคนที่ชัวร์สุด ไม่มีเกี่ยงแล้วว่าจะอายุเท่าไร

ขณะเดียวกัน “ทักษิณ” เดินหน้าดีล “บิ๊กเนม” ที่ไหลออกจากพรรค เพื่อให้กลับมาร่วมด้วยช่วยกัน สร้างปรากฎการณ์แลนด์สไลด์ให้ได้ ล่าสุดดึงตัว “เฮียตี๋” พงศกร อรรณนพพร ผู้มากบารมีใน จ.ขอนแก่น จากอ้อมอกของ “คุณหญิงหน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย

โดยช่วงฟอร์มทีมไทยสร้างไทย “สุดารัตน์” คาดหวังให้ “พงศกร” เป็นหัวหน้าทีมภาคอีสาน โดยเตรียมเจาะพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยใช้เครดิตของเจ้าตัว แถมหวังจะดึงตัว “สรัสนันท์ อรรณนพพร” ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย บุตรสาวของ “พงศกร” มาสวมเสื้อพรรคไทยสร้างไทยด้วย

ทว่าตัวของ “พงศกร” รู้ดีกว่ากระแสพรรคเพื่อไทยในภาคอีสานพุ่งปรี๊ด ยากที่พรรคไทยสร้างไทยแทรกตัวเข้าไปได้ จึงไม่แปลกที่ยอมเปิดดีลกลับพรรคเพื่อไทย เพราะนอกจากจะต้องเอาตัวรอดแล้ว ยังต้องเอาตระกูลอรรณนพพรให้รอดด้วย

สำหรับดีลของ “ประภัสร์ จงสงวน” อดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย มีกระแสข่าวว่า “เดอะเต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ติดต่อให้กลับมาช่วยงานพรรคเพื่อไทย

ทว่าทั้ง “พงศกร-ประภัสร์” ไม่ใช่ดีลสุดท้ายของ “ทักษิณ” อย่างแน่นอน ยังมีตัวละครลับ “บิ๊กเนม” ที่รอกลับพรรคเพื่อไทยอยู่เช่นกัน

อย่างไรก็ตามบางคนอาจจะไม่มีดีลให้กลับพรรคเพื่อไทย แต่มีดีลให้อยู่พรรคเดิม เพื่อเก็บเก้าอี้ ส.ส. เขต - ส.ส. บัญชีรายชื่อ ก่อนที่จะมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง

เมื่อแนวทางของพรรคเพื่อไทยชัดเจนว่าต้องโกย ส.ส. เขต พรรคที่จะแตกแบงค์พันย่อมชัดเจนเช่นกันว่าต้องเก็บ ส.ส. บัญชีรายชื่อ จึงต้องจับตาว่าจะมีคนเด่น-คนดังยอมออกไปสังกัดพรรคเพื่อไทยสาขาสองมากน้อยเพียงใด

โดยเฉพาะบรรดา “นักรบห้องแอร์” ซึ่งที่ไม่พื้นที่ฐานเสียงเป็นของตัวเอง หากอยู่พรรคเพื่อไทยก็อาจจะสุ่มเสี่ยง ไม่ได้นั่งเก้าอี้ ส.ส. เพราะมีโอกาสสูงที่จะได้ ส.ส. เขต เกินจำนวน ส.ส. พึงมี ดังนั้นหาก “นักรบห้องแอร์” ยอมออกจากเซฟโซนมาสังกัดพรรคแตกแบงค์พัน โอกาสได้นั่งเก้าอี้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ย่อมมีสูงขึ้น แต่ต้องแลกกับการหลุดวงโคจรในการคอนโทรลพรรคเพื่อไทย

หลังจากนี้จึงต้องจับตาการเตรียมทัพของ “ทักษิณ” อย่ากระพริบตาว่าจะเคลื่อนเกมอย่างไร เพราะมีเดินพันความหวัง “กลับบ้าน” ที่ผูกเงื่อนไว้กับการเลือกตั้งครั้งหน้า สมรภูมิการเมืองนับจากนี้ดุเดือดทุกนาที