"พิเชษฐ" ทำหนังสือ ค้านมติ กก.กฎหมายฯ พปชร. ลงโทษแบน หลังเคลื่อนไหวร่วม "พท." อ้าง ขัด "พ.ร.ป.พรรคการเมือง" ปัด ทุกข้อหา ตั้งกลุ่มต่อรองทางการเมือง แจง ทำดีตรวจสอบทุจริต ยัน ไม่เคยติดต่อส่วนตัวทักษิณ จี้ ถอนบทลงโทษ
นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทำหนังสือถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร.เพื่อคัดค้านมติคณะกรรมการข้อกฎหมายและข้อบังคับพรรคที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นประธานคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่11 พ.ค.ที่ผ่านมา
นายพิเชษฐ ระบุว่า มติดังกล่าว ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และข้อบังคับพรรคพปชร.พ.ศ. 2561 เนื่องจากเป็นเพียงความเห็นของคณะกรรมการฯ ไม่ใช่มติที่ประชุมของคณะกรรมการบริหารพรรค ดังนั้น บทลงโทษดังกล่าวไม่สามารถบังคับได้ ส่วนที่อ้างว่าตนไปตั้งกลุ่มการเมือง ในนามกลุ่ม 16 เพื่อเคลื่อนไหวการเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพรรคพปชร. นั้น ขอปฏิเสธข้อกล่าวหา เนื่องจากการที่มีกลุ่ม16 ไม่ได้หมายความว่ามี ส.ส.16 คน เพื่อต่อรองทางการเมือง ทำลายเอกภาพพรรคตามที่ถูกกล่าวหา แต่หมายถึงกลุ่ม บุคคลที่ทำความดี วางเป้าหมายทำความดี อะไรที่รัฐบาลทำไม่ถูกต้องก็ทักท้วง หากรัฐบาลทำดีก็จะสนับสนุน และกลุ่ม 16 เกิดจากการผลักดัน พ.ร.บ. บำนาญแห่งชาติ และเพื่อตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น อันไหนไม่ถูกต้องและอาจจะทำให้รัฐเสียหายเช่นโครงการท่อส่งน้ำสายหลักภาคตะวันออก หรือ อีอีซี หากไม่โต้แย้งอาจเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ และอาจทำให้มีผู้ยื่นเรื่องต่อกกต.หรือป.ป.ช.ซึ่งจะมีผลเสียต่อรัฐบาล
นายพิเชษฐ ระบุว่า ขอปฏิเสธตามข้อกล่าวหาว่าไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เพราะไม่เคยเข้าประชุม เพียงแต่ไปรับประทานอาหารพูดคุย แลกเปลี่ยนความเห็นทั่วไป ซึ่งเป็นปกติของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทน และพบในสถานที่สาธารณะ ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาให้เกิดมีผลได้ผลเสียแก่พรรค โดยส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ที่ร่วมพูดคุยกัน เช่น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ และนายดล เหตระกูล ก็เป็นเรื่องทั่วไป
ส่วนการพูดคุยโทรศัพท์กับนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างหลบหนี หมายจับคดีที่ศาลมีคำพิพากษาและเป็นบุคคลที่ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับพรรคพปชร. เป็นช่วงที่รับประทานอาหาร แล้วนายยุทธพงศ์ โทรศัพท์หานายทักษิณ เมื่อนายทักษิณ ทราบว่าตนอยู่ในวงรับประทานอาหาร ก็พูดคุยถามไถ่ทุกข์สุขดิบตามปกติ เพราะเคยเป็นรัฐมนตรีในสมัยที่นายทักษิณเป็นนายกฯโดยมีพยานที่ในโต๊ะอาหาร และไม่เคยติดต่อพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับนายทักษิณดังนั้น ข้อกล่าวหาของคณะกรรมการฯ ว่าตนฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติข้อบังคับพรรคพปชร.และมาตรฐานจริยธรรมของสมาชิกพรรคการเมือง เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง และเกินความเป็นจริง มีเจตนาให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงขอคัดค้านมติที่มติที่ประชุมคณะกรรมการฯที่กระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560และขอให้เพิกถอนมติดังกล่าว





