จับตาเฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ หลังส่งสัญญาณไม่ใช่เกม “One and Done” นักวิเคราะห์ประเมินอัตราดอกเบี้ยมีโอกาสแตะ 4.00-4.25% และอาจขยับถึง 4.50% หากแรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่สูง โดยมีราคาน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงิน
KEY POINTS
- คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 3.75-4.00% และคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าการขึ้นดอกเบี้ยยังไม่จบในครั้งเดียว
- เฟดย้ำว่าเสถียรภาพด้านราคา (เป้าหมายเงินเฟ้อ 2%) คือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ ทำให้ต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไปจนกว่าจะควบคุมเงินเฟ้อได้
- ข้อมูลในอดีตชี้ว่า ทุกครั้งที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยตาม และเฟดไม่เคยขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในแต่ละรอบวัฏจักร
- ผู้เขียนเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นไปถึงระดับ 4.00-4.25% ค่อนข้างแน่ และอาจจะไปหยุดที่ประมาณ 4.50% ซึ่งเป็นการปฏิเสธแนวคิดที่ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยแค่ครั้งเดียวแล้วจบ (One and Done)
ณ ขณะที่ผมกำลังพักฟื้นจากการผ่าตัดโพรงจมูก (ไซนัสอักเสบ) ที่รพ. … หมอและพยาบาลก็บอกให้พักผ่อน แต่พอเห็นความเคลื่อนไหวของโลกการเงินการลงทุนในช่วงนี้ โดยเฉพาะการกระทำของ Kevin Warsh, การประชุม FOMC รอบล่าสุด
ก็คงต้องบอกว่า “นายแน่มาก” และ “สะเด่าไปเลยอีน้อง”
ประเด็นแรก คือ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 12-0 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00%
ส่วนรายงาน Dot Plot ซึ่งแสดงการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่เฟด ระบุว่า เจ้าหน้าที่ 16 รายจากทั้งหมด 18 ราย คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้
เท่ากับว่าดอกเบี้ย 4.00-4.25% มาค่อนข้างแน่ เพราะ วางเกม เดินหมาก ไว้รอแล้ว
ประเด็นต่อมา ตอกย้ำคำพูดตน นั่นคือ “เงินเฟ้อ 2% คือ อาญาสิทธิ์” โดย เค้าย้ำว่า คณะกรรมการ FOMC มีวัตถุประสงค์ที่แน่วแน่และมีนัยสำคัญ นั่นคือ การจ้างงานที่เต็มศักยภาพ การสร้างเสถียรภาพด้านราคา และ การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สร้างมาตรฐานให้แก่ทั่วโลก
เสถียรภาพด้านราคาคือ “รากฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ”
อีกประเด็นสุดแสบ และ อาศัยจังหวะชุลมุน โดย เค้ากล่าวว่า
ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีส่วนทำให้มุมมองของเฟดเปลี่ยนแปลงไป
... ชัดเจนว่าคือสถานการณ์อิหร่านกับสหรัฐฯ
ลองดูรูปนี้ที่ผมทำมาก็ชัดแล้วครับ (รูปน้ำมันดิบ Brent และ ดอกเบี้ยนโยบายของเฟด)
หนึ่ง ทุกครั้งที่น้ำมันดิบปรับตัวขึ้น (นับตั้งแต่ปี 2001) ... เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยตาม
สอง มีแค่ปี 2008 เท่านั้นที่น้ำมันดิบขึ้น แล้วเฟดไม่ตามเนื่องจากเกิดวิกฤตบ้าน (Hamburger crisis)
และ สาม เมื่อไหร่ก็ตามที่เฟดขึ้นดอกเบี้ย ... เฟดไม่เคยขึ้นแค่รอบเดียว
ดังนั้น ในบทความนี้ ผมจึงอยากจะมาแชร์ให้ผู้อ่านได้ทราบกันครับว่า สำหรับใครที่มองว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยแบบ “One and Done” … อนุญาตให้คิดใหม่และคิดดีๆ ครับ
“ในมุมมองส่วนตัวของผม ผมมองว่า 4.00-4.25% ค่อนข้างแน่ และ ควรจะจบ หรือ หยุดตรงแถวๆนี้ (4.50%) ไม่เกิน ... แต่ถ้าขึ้นไปจนถึง 5.00-5.25% ที่เดิม ผมกึคงต้องขอนอนต่อแล้วกันครับ”





