วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

อาชีพบางอาชีพควรหายไปหรือไม่

เสียงค้านมติ ครม. ยุบตำแหน่ง “บรรณารักษ์” ชี้รัฐอาจมองภาพอาชีพแบบเดิม ทั้งที่บทบาทยุคดิจิทัลเปลี่ยนสู่ “ผู้บริหารจัดการข้อมูลและความรู้” ชูทักษะ Data Specialist–Digital Literacy–Content Curator แนะ Upskill/Reskill แทนการยุบตำแหน่ง หวั่นเยาวชนขาดผู้ชี้แนะคัดกรองข้อมูล ท่ามกลางยุคข่าวปลอมและข้อมูลล้นทะลัก

KEY POINTS

  • ผู้เขียนโต้แย้งมติ ครม. ที่จะยุบเลิกตำแหน่งบรรณารักษ์ โดยชี้ว่าภาครัฐอาจยึดติดกับภาพลักษณ์เก่าของอาชีพนี้ และไม่เข้าใจบทบาทที่เปลี่ยนไปในยุคดิจิทัล
  • บทบาทของบรรณารักษ์ในปัจจุบันได้พัฒนาไปเป็น "ผู้บริหารจัดการข้อมูลและความรู้" ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลท่วมท้นและมีข่าวปลอมจำนวนมาก
  • บรรณารักษ์ยุคใหม่มีทักษะหลากหลาย ทั้งการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล (Data Specialist), ผู้สอนทักษะดิจิทัล (Digital Literacy), และผู้คัดสรรเนื้อหา (Content Curator) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐที่ต้องการนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้
  • การยุบตำแหน่งนี้เป็นการเหมารวมและมองข้ามศักยภาพของบุคลากร ซึ่งแนวทางที่ควรจะเป็นคือการพัฒนาและเพิ่มพูนทักษะ (Upskill/Reskill) ให้กับคนในตำแหน่งเดิม ไม่ใช่การยุบเลิก
  • ผู้เขียนแสดงความกังวลว่าหากไม่มีบรรณารักษ์ อาจทำให้เยาวชนขาดผู้ชี้แนะในการค้นคว้าหาข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาตนเองและความก้าวหน้าของประเทศในระยะยาว

สองสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ โดยยุบเลิกตำแหน่งในสายงานสนับสนุนที่ไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบการจ้างงานประเภทข้าราชการเมื่อคนเก่าเกษียณอายุใน 11 สายงาน ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ห้องสมุด และบรรณารักษ์ โดยจะวางแผนกำลังคนและกรอบอัตรากำลังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มาสนับสนุนการปฏิบัติงานราชการ

ดิฉันอ่านและศึกษาข้อมูลต่างๆแล้ว ไม่แน่ใจว่า ทางหน่วยงานราชการยึดติดกับชื่อตำแหน่งมากเกินไปหรือเปล่า เพราะบรรณารักษ์ในปัจจุบัน ไม่ได้ทำหน้าที่เฝ้าห้องสมุดและจัดการเรื่องการยืมและคืนหนังสือ เหมือนสมัย 20-60 ปีที่แล้ว ที่ดิฉันเป็นนักเรียน นักศึกษาอีกต่อไป แต่บทบาทบรรณารักษ์ปัจจุบัน คือ เจ้าหน้าที่บริการสารสนเทศ ทำหน้าที่เป็น “ผู้บริหารจัดการข้อมูลและความรู้” (Information & Knowledge Manager) ซึ่งคือความรู้ทางดิจิทัลนั่นแหละค่ะ มีหน้าที่ช่วยผู้ใช้งานให้เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งจำเป็นมากในโลกที่ข้อมูลท่วมท้น และข้อมูลปลอมเข้ามาแทรกซึมเยอะมาก

ที่ผ่านมา ผู้เกี่ยวข้องในสายงานนี้ ทั้งมหาวิทยาลัย ทั้งอาจารย์ผู้สอนในสาขา และนักศึกษา มีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนมากมาย เพื่อผลิต “บรรณารักษ์” ให้ตรงกับยุคกับสมัย โดยเฉพาะในโลกที่เทคโนโลยีดิจิทัลมาแรง

หน้าที่ของ “บรรณารักษ์” ในปัจจุบัน เท่าที่ดิฉันรวบรวมมาได้จากเอกสารมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ และจากเอไอ มีดังนี้ คือ

1. เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล (Data & Metadata Specialist) จัดทำระบบสืบค้นข้อมูลดิจิทัล บริหารจัดการ metadata เพื่อให้ข้อมูลถูกค้นพบได้ง่ายขึ้น

2. เป็นผู้จัดการความรู้ และสารสนเทศที่เชื่อมโยงผู้คนกับข่าวสารความรู้ โดยจัดการทรัพยากรสารสนเทศอย่างเป็นระบบ และให้บริการสารสนเทศทั้งรูปสิ่งพิมพ์และดิจิทัล ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงความรู้ได้อย่างถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว และสามารถนำความรู้และสารสนเทศไปใช้ประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้า และการทำวิจัย ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

3. เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ (Learning Facilitator) ทำห้องสมุดให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมหรือสร้างสรรค์สื่อ รวมถึงออกแบบบริการที่ตอบโจทย์ของผู้ใช้บริการเฉพาะบุคคล

4. เป็นสร้างเสริมทักษะและให้ความรู้เกี่ยวกับสื่อและดิจิทัล เช่น ทักษะด้านสารสนเทศ ทักษะดิจิทัล และสอนเทคนิคการใช้เครื่องมือค้นหาข้อมูลชั้นสูงและฐานข้อมูลวิชาการ และรวมถึง สอนทักษะการตรวจสอบข่าวปลอม และข้อมูลที่บิดเบือน ให้คำแนะนำเรื่องลิขสิทธิ์และการใช้งานที่เป็นธรรม

5. ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์ หรือวิจัย เป็นนักวิเคราะห์และคัดสรรเนื้อหา (Content Curator & Analyst) คัดกรองและรวบรวมเนื้อหาคุณภาพสูง ทั้งแบบรูปแบบ และดิจิทัล ใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ และ Big Data ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการอ่านเพื่อจัดหาทรัพยากร รวมถึงจัดทำคลังความรู้ออนไลน์เฉพาะทางเพื่อให้เข้าถึงได้ตลอดเวลา

และข้อสุดท้าย เหมาะสำหรับบ้านเราที่ประชากรยังอ่านหนังสือน้อย และมีความเหลื่อมล้ำสูง

6. เป็นผู้เชื่อมโยงชุมชนและขับเคลื่อนสังคม ด้วยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องสมุด สถาบันการศึกษา และชุมชน เปิดพื้นที่ให้คนเข้าถึงเทคโนโลยีเท่าเทียมกัน และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

นอกจากนี้ ในสมัยนี้ เรายังต้องมีห้องสมุดดิจิทัล ซึ่งจากการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่นำเสนอกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) บุคลากรที่รับผิดชอบห้องสมุดดิจิทัลในสถาบันอุดมศึกษา ก็คือบรรณารักษ์ และงบประมาณของห้องสมุดดิจิทัลก็คือ งบประมาณที่ให้กับห้องสมุดนั่นเองค่ะ

บรรณารักษ์ถือเป็นวิชาชีพ เช่นเดียวกับนักวางแผนการเงิน ดังนั้นจึงมีมาตรฐานอาชีพ และคุณวุฒิวิชาชีพ และมีการรับรองมาตรฐานด้วย

ดิฉันเห็นว่า เพื่อความมีประสิทธิภาพ งานประเภทนี้ ต้องอาศัยประสบการณ์ จึงไม่แน่ใจว่าผู้เสนอยุบตำแหน่งงาน เข้าใจหน้าที่ใหม่ของตำแหน่งเก่าที่ระบบราชการใช้เรียกกันหรือไม่อย่างไร เพราะท่านยังเพิ่มในตอนท้ายอีกว่า “จะนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์มาสนับสนุนการปฏิบัติงานราชการ” ดิฉันเลยสงสัยว่า แล้วตำแหน่งที่ท่านยุบไปเขาไม่ได้ทำหน้าที่นี้หรอกหรือ

ในสังคมที่จำนวนประชากรลดลง เช่นประเทศไทย ทรัพยากรบุคคลทุกคนย่อมมีค่า สิ่งที่เราควรทำคือการเพิ่มพูนความรู้ เพิ่มพูนทักษะ เพื่อให้เขามีคุณลักษณะเหมาะกับงานที่มีและจะมีต่อไปในโลกอนาคต อาจมีบางคนปรับไม่ได้ เรียนรู้เพิ่มไม่ไหว เราก็ต้องหาคนใหม่มาทดแทน (Replace) แต่เราไม่ควรเหมารวมว่า คนที่อยู่ในตำแหน่งนี้ทุกคนจะเรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะใหม่ๆไม่ได้

ดิฉันสอบถามเอไอว่า นวัตกรรมที่จะนำมาใช้ในการให้บริการห้องสมุดยุคใหม่ มีอะไรบ้าง ได้ตัวอย่างมาหลายอย่าง เช่น บริการตู้ยืม-คืนหนังสืออัตโนมัติ 24 ชั่วโมง ตั้งตามสถานีรถไฟฟ้า หรือห้างสรรพสินค้า ห้องสมุดไร้คนดูแล (แต่ไม่ได้ไร้ผู้บริหารจัดการข้อมูลความรู้ หรือ บรรณารักษ์ นะคะ) ที่ใช้ระบบจดจำใบหน้า หรือชิป RFID ในการเข้าออก (ซึ่งมีในสถาบันการศึกษาเกือบทุกแห่งแล้ว) การยืมและคืนหนังสือโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ การใช้ แชตบอตตอบคำถาม แนะนำหนังสือ หรือช่วยสืบค้นฐานข้อมูลวิชาการ บรรณารักษ์และการค้นหาอัจฉริยะ โดยใช้ AI การผลิตสื่อ และห้องสมุดที่จัดส่งหนังสือให้ถึงบ้าน (เหมาะกับพื้นที่ห่างไกล และสังคมสูงวัย) ฯลฯ

ดิฉันได้เรียนวิชาบรรณารักษศาสตร์กับบรรณารักษ์ในโรงเรียน ตอนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนศึกษาชั้นมัธยมปลายที่สหรัฐอเมริกา ได้ประโยชน์มากในการสืบค้นข้อมูล (สมัยนั้นไม่มีเสิร์ชเอ็นจิน) และได้ประโยชน์ในการเรียนมหาวิทยาลัย ประโยชน์ที่สำคัญคือ การสร้างนิสัยการชอบค้นคว้า ชอบหาความรู้ใหม่ๆ ซึ่งติดตัวมาจนถึงทุกวันนี้ จึงเสียดายมาก หากประเทศไทยจะไม่มี “บรรณารักษ์” ไม่มีการถ่ายทอดเทคนิคการสืบค้นข้อมูล ให้เยาวชนรักการค้นคว้าวิจัย ให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่เชื่อใครง่ายๆ และไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้หลอกลวง และปล่อยให้เยาวชนของเรา หาแต่เรื่องบันเทิง หาข่าวชาวบ้าน สามีภรรยาเลิกกัน ข่างเสริมสวยศัลยกรรม ฯลฯ อย่างนี้ไปเรื่อยๆ

ขอฝากผู้เกี่ยวข้องทบทวนด้วยนะคะ ว่าต่อไปใครจะมาชี้ทางให้เยาวชนไทยรู้จักการค้นคว้าหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตและความเจริญก้าวหน้าของเขาในอนาคต