วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

“นี่ไม่ใช่ตึกแบงก์”

ทำงานอยู่แถวซอยอารีย์ ก็ต้องนั่งรถผ่านธนาคารกสิกรไทย พหลโยธิน เกือบทุกวัน

เมื่อผ่านทุกวัน ก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น เพราะมันคือตึกแบงก์ธรรมดา มีให้เห็นทั่วไป

แต่เมื่อวันก่อน พอรถผมยูเทิร์นตรงหน้าแบงก์ ความคิดเกิดแวบเข้ามาในสมองว่า อาคารที่ผมเห็นอยู่ข้างหน้านี้ ไม่ใช่ธนาคารนะ

แต่คือละครโรงใหญ่ 

มีนักแสดงนับร้อยนับพันคนอยู่ในนั้น และครั้งหนึ่งผมก็เคยเป็นนักแสดงตัวเล็กๆ ในโรงละครแห่งนี้ มาแล้ว

วันนั้น ผมมองกลับเข้าไปในตึก แม้จะมองจากภายนอกไม่เห็นอะไรเลย เพราะเป็นตึกกระจกสีเข้ม แต่ก็รู้ว่าข้างในนั้นมีพนักงานจำนวนมากกำลังทำงานกันอยู่

ในจินตภาพของผม กลับเห็นภาพซ้อนขึ้นมา ผมเห็นนักแสดงหญิงชายจำนวนมาก ที่เคยอยู่ในตึกเดียวกันนี้ ในสมัยที่ผมทำงานที่นี่มีทั้งผู้ที่สวมบทผู้อำนวยการฝ่าย ผู้จัดการเขต ผู้จัดการสาขา เสมียนพนักงาน ไปจนถึงพนักงานขับรถซึ่งภาพของหลายๆคนยังคงเจิดจ้าอยู่ในภวังค์ของผม

ผมเห็นใบหน้าที่สมหวังของนักแสดงบางคน ใบหน้าผิดหวังของบางคน เห็นคนที่เคยโดดเด่นเจิดจ้า แต่เวลาผ่านไปไม่นาน ความเบิกบานก็สิ้นสุดลงด้วยเหตุต่างๆ ซึ่งบางอย่างเกิดจากการกระทำของตัวเอง บางอย่างก็เป็นเรื่องของโชคชะตา

บางคนได้ร่ำลาโรงละครนี้ไปแสดงที่โรงละครอื่น บางคนพอแสดงไปนานๆเข้า ก็เฉาลงเรื่อยๆ อยากย้ายไปโรงละครอื่นบ้าง แต่เมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า จึงจำต้องอยู่ต่อไป

บางคนยังไม่ทันได้ทำอะไรมากนัก ก็จากไปก่อนวัยอันสมควร

บางคนแข่งกันด้วยความรู้ความสามารถ บางคนแข่งกันไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของบุญวาสนา บางคนก็แข่งกันที่เส้นสายสรุปว่ามันคือ “ละครแห่งชีวิต”ในชื่อหนังสือของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ ที่ผมเคยอ่านมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม

กว่า 20 ปีที่ผ่านไปนักแสดงที่ผมเคยร่วมงานด้วยและยังมีชีวิตอยู่ มีโอกาสพบปะกันบ้างเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่ก็พบกันโดยบังเอิญ บางคนยังดูค่อนข้างแข็งแรง แต่บางคนก็ผิดรูปผิดร่างไปพอสมควร แล้วแต่บุญวาสนาของแต่ละคนเช่นกันครับ

ที่มักจะพบพร้อมกันหลายคน ก็คือในงานขาวดำ เมื่อพบกันในงานแบบนั้น มักมีเวลาคุยกันยาวหน่อยซึ่งผมสังเกตว่าพอมาถึงวัยนี้แล้ว ร่องรอยของการต่อสู้ และชัยชนะหรือความผิดหวัง รวมทั้งความน้อยเนื้อต่ำใจในอดีต กลับไม่ปรากฏให้เห็นอีกเลย

มันผ่านไปหมดแล้ว ทุกคนอยู่กับความจริงที่เห็นข้างหน้า และดอกไม้จันทน์ที่ถืออยู่ในมือ

ใครที่วันนี้ยังอยู่ในวัยที่ต้องแสดงละคร ก็แสดงไปเถอะครับ มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไม่ว่าคุณจะทำงานแบงก์หรือทำงานอะไรก็ตาม ขอฝากไว้ให้คิดเพียงอย่างเดียวว่า วันหนึ่งละครในบทบาทปัจจุบันของคุณ ก็จะจบลงเช่นกัน แล้วทุกอย่างจะกลายเป็นอดีต

ดังนั้นในวันนี้ ถ้าจะเล่นบทโหดก็อย่าโหดจนเกินไป ถ้าจะเล่นบทเห็นแก่ตัว ก็อย่าเห็นแก่ตัวมากจนเกินไป คิดเสียว่าอีก 20 ปี 30 ปี คุณจะมาเจอกับเพื่อนนักแสดง ทั้งที่คุณชอบและไม่ชอบ ในงานขาวดำเช่นนี้แหละ

เมื่อถึงวันนั้น คุณจะไม่รู้สึกรู้สากับเรื่องราวต่างๆ ที่กำลังแสดงในวันนี้อีกต่อไป แต่จะรู้สึกว่าที่เราสวมบทบาทกันมามากมายนั้น….

ในที่สุดก็ไม่เห็นจะเอาอะไรติดตัวไปได้เลย

“นี่ไม่ใช่ตึกแบงก์”