วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม 2569

Login
Login

60+ มีงานแล้ว อยู่ได้หรือยัง? เศรษฐกิจสูงวัยในยุค AI

จากการเปิดตำแหน่งงานให้วัยเกษียณ สู่โจทย์ของธุรกิจไทยในการเปลี่ยนประสบการณ์เป็นผลิตภาพ และทำให้รายได้เติบโตไปพร้อมกับคุณภาพชีวิต

ผู้สูงอายุ 946 คนได้รับการบรรจุงานผ่านบริการของกรมการจัดหางาน ในปีงบประมาณ 2569 โดยหน่วยงานรายงานรายได้ประมาณ 116 ล้านบาทต่อปี ตัวเลขนี้เป็นข่าวดีสำหรับคนที่ยังอยากใช้ความสามารถหลังวัยเกษียณ และเปิดคำถามสำคัญสำหรับธุรกิจไทยว่า เราจะสร้างงานที่ใช้ประสบการณ์ได้คุ้มค่าและมีรายได้ต่อเนื่องอย่างไร

ในมุมเศรษฐกิจสูงวัย หรือ Silver Economy การดูแลผู้สูงอายุเปิดตลาดให้สินค้าและบริการจำนวนมาก บทวิเคราะห์นี้เสนอให้มองต่อถึงบทบาทของผู้สูงวัยในฐานะผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้ถ่ายทอดความรู้ เพราะการมีส่วนร่วมสร้างรายได้เชื่อมกลับไปถึงกำลังซื้อและความมั่นคงของครัวเรือนด้วย

สำหรับ SME โอกาสอาจเริ่มจากงานใกล้ตัว เช่น ให้ช่างอาวุโสช่วยฝึกคนใหม่ ให้ผู้มีประสบการณ์ดูแลลูกค้าที่ต้องการคำอธิบายละเอียด หรือให้ผู้เชี่ยวชาญรับงานตรวจคุณภาพเป็นช่วงเวลา ทั้งหมดเป็นรูปแบบที่ควรทดลองตามความสามารถและข้อจำกัดของแต่ละคน

เจ้าของกิจการต้องคำนวณต้นทุนให้ครบ ทั้งการปรับสถานที่ เวลาฝึก เครื่องมือ และค่าตอบแทน แล้วเทียบกับคุณภาพงาน การลดข้อผิดพลาด หรือการรักษาลูกค้า ส่วนคนทำงานควรมีสัญญา ชั่วโมงงาน และเงื่อนไขความคุ้มครองที่ชัดเจน การจ้างที่ยั่งยืนต้องทำให้ทั้งสองฝ่ายเห็นประโยชน์จากงานเดียวกัน

สิงคโปร์เป็นตัวอย่างในอาเซียนของการวางระบบจ้างต่อ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 อายุเกษียณขั้นต่ำเพิ่มเป็น 64 ปี และอายุจ้างต่อเป็น 69 ปี สำหรับลูกจ้างที่เข้าเกณฑ์ ขณะเดียวกัน โครงการ Part-Time Re-employment Grant สนับสนุนนายจ้างที่จัดงานพาร์ตไทม์ ความยืดหยุ่น และการวางแผนอาชีพให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไป

บทเรียนที่ไทยควรพิจารณาคือ การเปิดรับคนสูงวัยต้องมาพร้อมการปรับงาน ตารางเวลา และการเตรียมอาชีพล่วงหน้า เงื่อนไขของสิงคโปร์มีขอบเขตผู้มีสิทธิ จึงไม่ใช่หลักประกันว่าผู้สูงอายุทุกคนที่สมัครงานจะได้รับการจ้าง

ญี่ปุ่นใช้มาตรการอีกแบบ บริษัทที่กำหนดเกษียณต่ำกว่า 65 ปีต้องจัดมาตรการรองรับการจ้างถึง 65 ปี เช่น ปรับอายุเกษียณหรือมีระบบจ้างต่อ ส่วนการสร้างโอกาสทำงานถึง 70 ปีเป็นหน้าที่ที่นายจ้างต้องพยายามดำเนินการ ซึ่งรวมทางเลือกนอกสัญญาจ้างด้วย ไม่ใช่การบังคับทุกบริษัทให้กำหนดเกษียณที่ 70 ปี

สำหรับไทย ประเด็นที่ควรนำมาทดสอบคือ การเตรียมบทบาทหลังเกษียณตั้งแต่ก่อนออกจากงาน และติดตามว่าการเปลี่ยนสัญญาส่งผลต่อหน้าที่ รายได้ และการพัฒนาทักษะอย่างไร การอยู่ในงานนานขึ้นควรมีเส้นทางให้ใช้ความสามารถและได้รับค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม

จีน สะท้อนอีกด้านของเศรษฐกิจสูงวัย สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่า สิ้นปี 2568 มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป 323.38 ล้านคน หรือ 23% ของประชากร ขณะที่นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจสูงวัยปี 2567 ครอบคลุมสินค้า บริการ และการเตรียมพร้อมสู่วัยสูงอายุ ตั้งแต่บริการชุมชนไปจนถึงการปรับบ้านและเทคโนโลยีช่วยดูแล

ข้อคิดสำหรับผู้ประกอบการไทยคือ จำนวนผู้สูงวัยต้องอ่านคู่กับรายได้ สุขภาพ ผู้จ่ายเงิน และอัตราการใช้บริการจริง ตลาดขนาดใหญ่จะกลายเป็นยอดขายได้เมื่อสินค้าแก้ปัญหาได้และลูกค้าจ่ายไหว สำหรับความร่วมมือไทย-จีน-อาเซียน จึงควรเริ่มจากความต้องการเฉพาะกลุ่มและการทดสอบกับผู้ใช้ ก่อนขยายการลงทุน

เมื่อ AI เข้ามา โจทย์การจ้างสูงวัยยิ่งต้องลงลึกถึงภารกิจในงาน

รายงาน ILO ปี 2568 ประเมินว่า งานธุรการเป็นกลุ่มที่มีโอกาสได้รับผลจากความสามารถของ Generative AI สูง ข้อมูลนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับตำแหน่งงานประเภทหนึ่งที่เปิดรับผู้สูงวัย แต่การประเมินโอกาสได้รับผลยังไม่ใช่ตัวเลขการเลิกจ้างจริง ผลที่เกิดขึ้นอยู่กับการนำเทคโนโลยีมาใช้และการจัดงานของแต่ละกิจการ

ธุรกิจอาจทดลองให้ AI ช่วยค้นข้อมูล ร่างเอกสาร หรือจัดหมวดหมู่ ขณะที่พนักงานตรวจความถูกต้อง ดูแลเงื่อนไข และตัดสินใจในเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ ผู้ประกอบอาชีพอิสระอาจใช้เครื่องมือช่วยจัดรายการสินค้าและตารางต้นทุน โดยยังต้องตรวจราคากับค่าใช้จ่ายจริงด้วยตนเอง

อีกโอกาสคือใช้ AI ถอดเสียงและช่วยจัดประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญเป็นคู่มือฝึกงาน ให้เจ้าของความรู้ตรวจแก้และถ่ายทอดวิธีตัดสินใจแก่คนรุ่นใหม่ กิจการควรตกลงขอบเขตการใช้ความรู้และค่าตอบแทนให้ชัดเจน เพื่อให้การเก็บความรู้เป็นประโยชน์ร่วมกัน

ผลลัพธ์เหล่านี้ต้องทดลองและวัดจริง อายุ ประสบการณ์ในอาชีพ และความคล่องใช้เทคโนโลยีเป็นคนละเรื่องกัน นายจ้างอาจเริ่มจากงานหนึ่งประเภท ทดลอง 90 วัน จัดผู้ช่วยเรียนรู้ และเทียบเวลาทำงาน ความผิดพลาด ต้นทุนรวม รวมถึงรายได้ของคนทำงานกับช่วงก่อนใช้เครื่องมือ

สำหรับไทย การเชื่อมเรื่องนี้เข้ากับแผนพัฒนาประเทศมีฐานรองรับอยู่แล้ว แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 พ.ศ.2566-2570 วางหมุดหมายเรื่อง SME ที่แข่งขันได้ ความคุ้มครองทางสังคม และกำลังคนที่เรียนรู้ตลอดชีวิต ขณะที่แผน AI แห่งชาติ พ.ศ.2565-2570 ครอบคลุมการพัฒนาคนและส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี

ข้อเสนอคือ ทำให้กรอบเหล่านี้เชื่อมกันในระดับงานจริง เริ่มจากประเมินทักษะและความพร้อม ฝึกตามตำแหน่งที่มีความต้องการ จับคู่กับนายจ้าง ช่วยปรับตัวช่วงเริ่มงาน และติดตามรายได้ต่อเนื่อง โดยบริการจัดหางานออนไลน์และสำนักงานในพื้นที่เป็นจุดเชื่อมที่มีอยู่แล้ว

ภาครัฐอาจสนับสนุนค่าใช้จ่ายปรับงาน การเข้าถึงเครื่องมือ และการฝึกที่มีนายจ้างร่วมออกแบบ โดยผูกการติดตามผลกับการทำงานต่อเนื่องและคุณภาพชีวิต ส่วนมหาวิทยาลัยและหน่วยฝึกควรช่วยประเมินว่าเครื่องมือใดเหมาะกับผู้ใช้จริง พร้อมมีวิธีให้บริการสำหรับคนที่ยังไม่สะดวกใช้ดิจิทัล

สำหรับกิจการ ตัวชี้วัดที่ควรติดตามคือ คุณภาพงาน ต้นทุน และความสามารถรักษาพนักงาน ส่วนฝั่งแรงงานต้องดูรายได้สุทธิต่อชั่วโมง ความปลอดภัย ความคุ้มครอง และความสมัครใจ หากผลงานดีขึ้น การพิจารณาค่าตอบแทนก็ควรมีที่อยู่ในแผนธุรกิจด้วย

ผู้สูงวัยที่พร้อมและต้องการทำงาน ผู้ที่จำเป็นต้องหารายได้แต่มีข้อจำกัด และผู้ที่ทำงานต่อไม่ได้ ต้องมีทางเลือกที่เหมาะกับชีวิตของตน การส่งเสริมงานจึงควรเดินคู่กับระบบคุ้มครองที่เพียงพอ

ในวันที่ชีวิตยืนยาวขึ้น เราจะออกแบบเศรษฐกิจให้ประสบการณ์มีที่ยืน และให้การพักจากงานมีความมั่นคงไปพร้อมกันได้อย่างไร!