สัปดาห์ที่แล้วผมได้รับเชิญไปให้ความเห็นในงานสัมมนา Professional Board Forum 2026 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับกรรมการบริษัทไปสู่กรรมการอาชีพ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ
จากประสบการณ์ผม การทําหน้าที่ของกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ ในบ้านเราทั้งในภาครัฐ ภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม ยังมีข้อจำกัดมากจากที่กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งส่วนใหญ่ไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของการเป็นกรรมการดีพอ
มองการเป็นกรรมการเพียงการประชุม ทําให้การตัดสินใจและการทำหน้าที่ของคณะกรรมการไม่สามารถให้ผลที่ดีกับองค์กรที่แต่งตั้งได้อย่างที่ควร ซึ่งน่าเสียดาย และนี่คือประเด็นที่จะเขียนวันนี้
ในบ้านเรา คณะกรรมการถูกใช้เป็นรูปแบบหลักของการได้มาซึ่งการตัดสินใจ เราจึงมีคณะกรรมการมากมายตั้งแต่คณะรัฐมนตรี สภา องค์กรอิสระ หน่วยงานระดับกระทรวง กรม รัฐวิสาหกิจ บริษัทธุรกิจ และในองค์กรภาคประชาสังคม เช่น มูลนิธิ สมาคม รวมถึงวัด ซึ่งเป็นรูปแบบที่ดีของการตัดสินใจเพราะได้ผู้คนที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำงานร่วมกัน ร่วมกันตัดสินใจ ร่วมกันรับผิดชอบเพื่อประโยชน์ขององค์กร
ถ้าทุกอย่างไปได้ดี คณะกรรมการทํางานได้เข้มแข็ง เราก็จะได้การตัดสินใจที่ดี และองค์กรที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจเป็นประเทศ หน่วยงานราชการ บริษัทธุรกิจ ก็จะได้ประโยชน์ ได้ประโยชน์จากการตัดสินใจและการทําหน้าที่ของกรรมการ
ตรงกันข้าม ถ้าการทําหน้าที่ของคณะกรรมการมีปัญหา ไม่ตรงไปตรงมา กรรมการมองประโยชน์คนอื่นเหนือประโยชน์ขององค์กร หรือเหนือหน้าที่ที่องค์กรควรทํา การตัดสินใจก็จะผิดเพี้ยน และส่วนใหญ่จะเกิดเมื่อผู้ที่เข้ามาเป็นกรรมการไม่ตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของการเป็นกรรมการ หรือตระหนักแต่ไม่พร้อมที่จะทํา
อะไรคือความรับผิดชอบของกรรมการ ในความเห็นของผม ความรับผิดชอบสูงสุดของการเป็นกรรมการ ไม่ว่าจะนั่งเป็นกรรมการที่ไหน ตั้งแต่คณะรัฐมนตรี หน่วยงานราชการ บริษัทเอกชน มูลนิธิ หลักการสำคัญคือ Stewardship หมายถึง ปกป้อง รักษา และสร้างมูลค่าสิ่งที่มีอยู่เพื่อคนรุ่นต่อไป
เพราะการได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการคือการได้รับความไว้วางใจ ได้รับมอบอํานาจให้เข้ามาทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ขององค์กรแทนผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมกรณีองค์กรภาครัฐ หรือเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกรณีบริษัทเอกชน
องค์กรที่กรรมการดูแลจึงไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของกรรมการหรือสมบัติผลัดกันชม แต่กรรมการกําลังทําหน้าที่แทนผู้อื่นเป็นการชั่วคราว ดูแลผลประโยชน์ขององค์กร และหลักสำคัญของการทําหน้าที่คือ ปกป้องรักษาและสร้างมูลค่าให้กับสิ่งที่ได้รับมาเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป ดีกว่าที่ได้รับมา
ดังนั้น ในทุกการตัดสินใจ คณะกรรมการต้องนึกเสมอว่ากําลังทิ้งอะไรไว้ให้กับคนรุ่นต่อไปจากการตัดสินใจของคณะกรรมการวันนี้ เป็นหลัก Stewardship ที่สำคัญทั้งในระดับครอบครัว หน่วยงานราชการ บริษัท และประเทศ คือทําวันนี้ให้ดีเพื่อวันพรุ่งนี้ของคนรุ่นต่อไป
ด้วยเหตุนี้ การสร้างและยกระดับกรรมการบริษัทให้เป็นกรรมการอาชีพโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จึงเป็นงานสำคัญสำหรับภาคธุรกิจและควรสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะกรรมการอาชีพคือพื้นฐานของบริษัทที่ประสบความสำเร็จ
จากที่กรรมการรู้หน้าที่และความรับผิดชอบของการเป็นกรรมการ คณะกรรมการตัดสินใจได้ดี และตระหนักถึงหน้าที่ ปกป้อง รักษา และสร้างการเติบโตให้กับบริษัทเพื่อส่งต่อบริษัทให้กับกรรมการรุ่นต่อไปดีกว่าตอนที่รับมา
เป็นหลักสําคัญสำหรับภาคธุรกิจไทย เพราะร้อยละ 80 ของบริษัทในประเทศเราเป็นธุรกิจครอบครัว ที่เจ้าของหรือผู้ก่อตั้งต้องการส่งผ่านบริษัทที่เข้มแข็งให้กับทายาทรุ่นต่อไป จึงอยากเห็นกรรมการบริษัททําหน้าที่ปกป้องรักษาและสร้างมูลค่าให้กับบริษัทเพื่อคนรุ่นต่อไป
ในงานสัมมนา ผมให้ความเห็นว่าเมื่อเราได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการบริษัท หมายถึงเราได้รับความไว้วางใจและได้รับมอบอำนาจจากผู้ถือหุ้นให้เข้ามากํากับดูแลบริษัทเพื่อประโยชน์ของบริษัท ดังนั้น เราต้องรู้ความรับผิดชอบของการเป็นกรรมการ (Stewardship) ต้องรู้บทบาทหน้าที่ว่ากรรมการต้องทําอะไรบ้าง (Job Descripton)
และต้องรู้ว่าในการทำหน้าที่กรรมการให้ถูกต้องนั้น เราต้องทําอะไรบ้าง คือ Fiduciary Duties ความรู้เหล่านี้จําเป็นต่อการทําหน้าที่ และวิธีดีสุดที่จะเรียนรู้เรื่องเหล่านี้คือได้รับการอบรมหลักสูตรกรรมการ เพราะความรู้ที่ได้จะทําให้กรรมการสามารถทําหน้าที่กรรมการได้อย่างถูกต้อง มั่นใจ และครบถ้วน
ถ้าเทียบกับกรรมการที่ไม่ได้รับการอบรมแต่เรียนรู้จากห้องประชุม กรรมการที่ผ่านการอบรมจะเข้าใจภาพรวมของการกํากับดูแลบริษัทจากที่คณะกรรมการคือจุดสูงสุดขององค์กร เข้าใจหน้าที่คณะกรรมการ เข้าใจระบบงานที่บริษัทควรมีเช่น บัญชี ควบคุมภายใน ตรวจสอบ การบริหารความเสี่ยง
เข้าใจความรู้และทักษะที่กรรมการควรมีในการทําหน้าที่ และเข้าใจปัจจัยที่ทำให้การทําหน้าที่ของคณะกรรมการมีประสิทธิภาพ
สิ่งเหล่านี้สําคัญ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายบริษัทในบ้านเราที่เป็นข่าวก็มาจากความบกพร่องในการทําหน้าที่ของคณะกรรมการ คือไม่ครบถ้วน หละหลวม ไม่ตรงไปตรงมา
ด้วยเหตุนี้ ตลาดหลักทรัพย์จึงต้องการยกระดับกรรมการบริษัทให้เป็นกรรมการอาชีพ โดยอยากให้กรรมการบริษัทได้รับการอบรมหลักสูตรกรรมการอย่างทั่วถึง
ซึ่งเป็นการส่งเสริมที่ตรงจุดเพราะปัจจุบันมีกรรมการบริษัทจดทะเบียนไม่ถึงครึ่งที่ผ่านการอบรมหลักสูตรกรรมการอย่างเป็นกิจจะลักษณะ อีกกว่าครึ่งของกรรมการบริษัทจดทะเบียนจึงควรมีความรู้เช่นกันในการทําหน้าที่กรรมการและเข้าใจความรับผิดชอบของการทําหน้าที่กรรมการ เพื่อเป็นแนวทางในการทําหน้าที่
โครงการยกระดับกรรมการอาชีพจึงเป็นความริเริ่มที่ดี เริ่มโดยตลาดหลักทรัพย์ให้ความรู้พื้นฐานในการทําหน้าที่กรรมการเป็นการทั่วไปผ่านระบบออนไลน์ในหกเรื่อง คือ 1. บทบาทและการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการอย่างมีประสิทธิผล 2. การรับผิดชอบของคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการที่เกี่ยวกับบัญชีและการเงิน
4. การกํากับดูแลความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ขององค์กร 5. การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน และ 6. การรายงานและการเปิดเผยข้อมูล เป็นความรู้พื้นฐานที่กรรมการบริษัทควรมีและผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงได้
จากนั้นต่อยอดด้วยการเข้ารับการอบรมในสถาบันฝึกอบรมเพื่อลงลึกในภาคปฏิบัติของการทําหน้าที่กรรมการ การเรียนรู้ลักษณะนี้ผสมผสานการเรียนรู้ด้วยตนเองและการเรียนรู้ในชั้นเรียนร่วมกับกรรมการคนอื่นๆจากผู้มีความรู้และประสบการณ์ เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่กระชับและตรงประเด็น
ใครที่เป็นกรรมการบริษัทหรือเตรียมตัวจะเป็นกรรมการบริษัทคงต้องติดตามโครงการนี้ของตลาดหลักทรัพย์ ว่าจะเริ่มอย่างไร เมื่อไร ซึ่งผมคิดว่าเป็นประโยชน์แน่





