วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2569

Login
Login

The Future of Happiness ประเทศที่พัฒนาแล้ววัดความสำเร็จด้วยอะไร

“ความสำเร็จ” เป็นสิ่งที่คนจำนวนมากใช้เวลาทั้งชีวิตไล่ตาม แต่หากถามว่าความสำเร็จคืออะไร คำตอบของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน บางคนวัดจากรายได้ ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน บางคนให้ความสำคัญกับสุขภาพ ครอบครัว เวลา อิสระ หรือการได้ทำสิ่งที่มีความหมาย

ในระดับประเทศ เราก็มีวิธีวัดความสำเร็จเช่นกัน ตัวเลขที่คุ้นเคยที่สุดคือ GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ รวมถึงรายได้ต่อหัว การลงทุน การส่งออก และอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตัวเลขเหล่านี้สำคัญ เพราะเศรษฐกิจที่เติบโตทำให้ประเทศมีทรัพยากรมากขึ้นในการสร้างงาน เพิ่มรายได้ ลงทุนในระบบการศึกษา สาธารณสุข และบริการสาธารณะ

หาก GDP เพิ่มขึ้น แต่คนเครียดขึ้น มีเวลาให้ครอบครัวน้อยลง สุขภาพแย่ลง หายใจในอากาศที่เป็นพิษ รู้สึกโดดเดี่ยว หรือคนรุ่นใหม่มองไม่เห็นอนาคต เราจะเรียกสิ่งนั้นว่า “ความเจริญ” ได้อย่างเต็มที่หรือไม่? คำถามนี้ทำให้หลายประเทศเริ่มขยับจากการมองความก้าวหน้าผ่าน GDP เพียงอย่างเดียว ไปสู่แนวคิด Beyond GDP, Well-being และ Quality of Life

GDP สำคัญ แต่ไม่ได้บอกทุกอย่าง 

GDP ถูกสร้างขึ้นเพื่อวัดมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวัดว่า “ชีวิตของคนดีเพียงใด” OECD จึงพัฒนา Well-being Framework เพื่อมองความก้าวหน้าของสังคมให้กว้างขึ้น โดยไม่ได้วัดเพียงรายได้และความมั่งคั่ง แต่ครอบคลุมมิติอื่นๆ ด้วย 

ตั้งแต่งานและคุณภาพงาน ที่อยู่อาศัย สุขภาพ ความรู้และทักษะ สิ่งแวดล้อม สมดุลระหว่างงานและชีวิต ความสัมพันธ์ทางสังคม การมีส่วนร่วม ความปลอดภัย ไปจนถึง Subjective Well-being และยังพิจารณาทรัพยากรด้านเศรษฐกิจ มนุษย์ สังคม และธรรมชาติที่จะช่วยรักษาคุณภาพชีวิตของคนรุ่นต่อไปด้วย

นี่คือการเปลี่ยนคำถามสำคัญ จาก “เศรษฐกิจของเราโตขึ้นเท่าไร?” เป็น “ชีวิตของคนดีขึ้นจริงหรือไม่ ดีขึ้นในเรื่องอะไร และดีขึ้นสำหรับใคร?”

ประเทศพัฒนาแล้วกำลังวัดอะไรเพิ่มขึ้น

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ นิวซีแลนด์ มีการพัฒนากรอบวิเคราะห์นโยบายโดยมองทั้งความเป็นอยู่ของบุคคลและชุมชน สถาบันและธรรมาภิบาล ตลอดจน “ความมั่งคั่งของประเทศ” ที่ไม่ได้หมายถึงเงินและสินทรัพย์เท่านั้น แต่รวมถึงความสามารถของมนุษย์ ความเข้มแข็งทางสังคม และสิ่งแวดล้อมธรรมชาติด้วย

ที่น่าสนใจคือ นิวซีแลนด์ไม่ได้ทิ้งเรื่องการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) หากแต่ใช้ Productivity, Distribution, Resilience และ Sustainability เป็นเลนส์ร่วมในการวิเคราะห์นโยบาย จุดนี้มีความหมายมาก เพราะทำให้เห็นว่าเรามีทางเลือกมากกว่าสองทางระหว่าง “เศรษฐกิจ” กับ “ความสุข”

ประเทศสามารถตั้งคำถามพร้อมกันได้ว่า เศรษฐกิจมีผลิตภาพเพียงใด ผลประโยชน์กระจายไปถึงใคร ระบบรับมือกับวิกฤติได้หรือไม่ และสิ่งที่เรากำลังสร้างวันนี้จะยังสร้างคุณค่าให้คนรุ่นต่อไปหรือไม่

แนวคิดนี้ Beyond GDP ในหลายประเทศของเอเชีย โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพ การศึกษา ที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมทางสังคม ขณะเดียวกัน ครอบครัวและวัฒนธรรม ปรากฏเป็นมิติที่โดดเด่นในบริบทเอเชีย

ความสุขไม่ได้แปลว่า “ไม่ต้องทำเงิน”

สำหรับประเทศไทย เราไม่ควรตีความ Beyond GDP ว่า GDP ไม่สำคัญ หรือเราควรหยุดเพิ่มผลิตภาพ ตรงกันข้าม ประเทศไทยยังต้องเพิ่มผลิตภาพ สร้างนวัตกรรม เพิ่มรายได้ สร้างงานคุณภาพ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันอย่างจริงจัง ทว่าเราควรถามเพิ่มคำถามสำคัญเข้าไป คือ สร้างผลิตภาพสำหรับอะไร และการเติบโตเพื่ออะไร เพื่อใคร

การเติบโตทางเศรษฐกิจจึงควรเป็นเครื่องมือ ขณะที่การทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นควรเป็นหนึ่งในเป้าหมายปลายทาง และที่สำคัญ “ความสุข” ในความหมายนี้ไม่ได้หมายถึงการรู้สึกดีตลอดเวลา แต่หมายถึงสิ่งที่กว้างกว่า ทั้งสุขภาพ ความมั่นคง ความสัมพันธ์ โอกาส ความสามารถในการกำหนดชีวิตของตนเอง ความรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย และความหวังต่ออนาคต

จาก “การวัด” สู่ “การเปลี่ยนชีวิตจริง”

โจทย์สำคัญไม่ใช่การสร้าง ดัชนีความสุขอีกหนึ่งชุด แล้วรายงานปีละครั้ง เพราะตัวชี้วัดจะไม่มีความหมาย หากไม่เปลี่ยนวิธีตัดสินใจ สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือ National Well-being Framework ที่ใช้ควบคู่กับ GDP โดยสะท้อนบริบทของสังคมไทย ทั้งรายได้ งาน สุขภาพ การศึกษา สิ่งแวดล้อม ครอบครัว ชุมชน ความสัมพันธ์ ความปลอดภัย เวลา คุณภาพชีวิต และโอกาสของคนรุ่นต่อไป 

นโยบายสำคัญไม่ควรถูกถามเพียงว่า “สร้าง GDP หรือการลงทุนเท่าไร” แต่ถามด้วยว่า นโยบายนี้ทำให้ชีวิตใครดีขึ้น? ดีขึ้นอย่างไร? และมีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังหรือไม่?

จากนั้นต้องลงไปถึงระดับ Area-based Development เพราะความหมายของ “ชีวิตที่ดี” ของคนในกรุงเทพฯ เมืองอุตสาหกรรม เมืองท่องเที่ยว จังหวัดเกษตร หรือชุมชนชนบทไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน พื้นที่จึงควรมีโอกาสร่วมกำหนดว่า สิ่งใดมีคุณค่าสำหรับเขา และทดลองเปลี่ยนเป้าหมายระดับประเทศให้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้ในชีวิตจริง

แล้วความเจริญคืออะไร? 

บางทีคำถามสำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศอาจไม่ใช่เพียง “ประเทศไทยจะรวยขึ้นได้อย่างไร?” แต่คือ “เมื่อประเทศไทยรวยขึ้นแล้ว คนไทยจะมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างไร?” เราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผลิตภาพ กับ คุณภาพชีวิต/ความหมายของชีวิต

โจทย์ที่ยากกว่า แต่สำคัญกว่า คือ การออกแบบระบบเศรษฐกิจและนโยบายสาธารณะให้สิ่งเหล่านี้เติบโตไปด้วยกัน

เพราะท้ายที่สุด ความสำเร็จของประเทศอาจไม่ได้วัดเพียงจาก สิ่งที่เราผลิตได้มากขึ้น แต่ต้องวัดจาก ชีวิตที่ผู้คนสามารถมีได้ดีขึ้น โอกาสที่เพิ่มขึ้น และอนาคตที่พวกเขามองเห็นได้มากขึ้น

ความเจริญที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงเศรษฐกิจที่เติบโต แต่คือการทำให้ผู้คนมีโอกาสสร้างชีวิตที่ดีและมีความหมายมากขึ้น

The Future of Happiness ประเทศที่พัฒนาแล้ววัดความสำเร็จด้วยอะไร