บริติช เคานซิล (British Council) เผยแพร่รายงานวิจัย Next Generation Thailand ที่ล้างภาพจำ นิยามความสำเร็จแบบเดิมของเยาวชนไทยยุคใหม่
หากย้อนกลับไปในอดีต ภาพจำของ “ความสำเร็จในชีวิต” มักถูกผูกไว้กับหมุดหมายทางสังคมที่เป็นลำดับขั้นตอนชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น การมีงานที่มั่นคง การแต่งงานสร้างครอบครัว หรือการแยกตัวออกไปตั้งหลักด้วยการย้ายออกจากบ้านพ่อแม่
แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ นิยามเหล่านี้กำลังเปลี่ยนไป เมื่อพวกเขาไม่ได้มีความทะเยอทะยานน้อยลง หากแต่กำลังจัดลำดับความสำคัญของชีวิตใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของตัวเองก่อนก้าวไปสู่หมุดหมายตามกรอบเดิมของสังคม
ภาพการเปลี่ยนแปลงของ “นิยามความสำเร็จ” นี้สะท้อนผ่านรายงานวิจัยระดับโลกฉบับล่าสุด “Next Generation Thailand” โดยบริติช เคานซิล (British Council) ซึ่งศึกษามุมมอง ความคาดหวัง และประสบการณ์ของเยาวชนไทยอายุ 18–30 ปี
ผ่านการสำรวจเยาวชนจำนวน 2,000 คนทั่วประเทศ ควบคู่กับการวิจัยเชิงคุณภาพและการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากหลากหลายภาคส่วน
เสียงสะท้อนจากงานวิจัย: ศักยภาพสูง แต่โอกาสในการมีส่วนร่วมยังไปไม่ถึง
คุณซาร่าห์ โรเจอร์สัน (Ms. Sarah Rogerson) ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ Next Generation ดำเนินการมาแล้วในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก เพื่อทำความเข้าใจมุมมองและความต้องการของคนรุ่นใหม่ และนำเสียงของเยาวชนไปสู่การพัฒนานโยบายและความร่วมมือที่ตอบโจทย์อนาคต
สำหรับประเทศไทย ผลการศึกษาสะท้อนภาพของเยาวชนที่มีความมุ่งมั่นและความพร้อมที่จะสร้างอนาคตของตนเอง แต่ในขณะเดียวกันยังเผชิญข้อจำกัดทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา ทักษะ และโอกาสในการมีส่วนร่วม
เยาวชนประมาณครึ่งหนึ่งรู้สึกว่า เสียงของคนรุ่นใหม่ในประเด็นระดับชาติยังไม่ค่อยได้รับการรับฟัง สะท้อนถึง “Agency Gap” หรือช่องว่างระหว่างศักยภาพ ความต้องการมีส่วนร่วม และโอกาสที่พวกเขาได้รับจริง
บริติช เคานซิล จึงมุ่งทำงานร่วมกับพันธมิตรในด้านภาษาอังกฤษ การศึกษา ศิลปะ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อช่วยสร้างโอกาสและพื้นที่ให้เยาวชนสามารถพัฒนาศักยภาพและมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเองและสังคม
เจาะลึกนิยามความสำเร็จใหม่: ปักหมุด “ความมั่นคง” ก่อนหมุดหมายแบบเดิม
ในการนำเสนอสาระสำคัญของรายงาน คุณปิยธิดา คำบุญมา ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าทีมวิจัย Iconic Research ชี้ให้เห็นภาพที่น่าสนใจว่า คนรุ่นใหม่ของไทยยังคงมีความทะเยอทะยานสูง แต่กำลังนิยามคำว่า “ความสำเร็จ” แตกต่างออกไปจากอดีต
1. สร้างรากฐานชีวิตก่อน: ความมั่นคงทางการเงิน 62% และสุขภาวะ 43%
ผลการสำรวจพบว่า เยาวชนไทยให้ความสำคัญกับ ความมั่นคงทางการเงิน (62%) เป็นอันดับต้น ๆ ตามด้วย สุขภาพและสุขภาวะที่ดี (43%) ขณะที่หมุดหมายทางสังคมแบบเดิมกลับมีน้ำหนักน้อยกว่ามาก
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าคนรุ่นใหม่มีเป้าหมายในชีวิตน้อยลง ตรงกันข้าม ผลวิจัยยังพบว่า 84% มองอนาคตด้านอาชีพและคุณภาพชีวิตในเชิงบวก ขณะที่ 68% สนใจเริ่มต้นธุรกิจภายใน 5 ปี
สะท้อนถึงความทะเยอทะยานและความต้องการสร้างอนาคตด้วยตัวเอง เพียงแต่นิยามของความสำเร็จเริ่มเปลี่ยนจากการทำตามหมุดหมายที่สังคมกำหนด ไปสู่การสร้างพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงมากขึ้น
บริบทดังกล่าวยังสอดคล้องกับภาพสังคมไทยที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช. หรือสภาพัฒน์ฯ) เคยกล่าวถึงปรากฏการณ์ “Waithood” ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่ชะลอความสัมพันธ์หรือการแต่งงาน เนื่องจากความไม่พร้อมหรือความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ และมองว่าการแต่งงานในช่วงที่ยังไม่พร้อมอาจเพิ่มภาระทางการเงินหรือกระทบต่อโอกาสด้านอื่นในชีวิต
จึงอาจกล่าวได้ว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพ คนรุ่นใหม่กำลังให้ความสำคัญกับการสร้างฐานชีวิตของตนเองให้แข็งแรง ทั้งในด้านการเงิน สุขภาพกาย และสุขภาวะทางใจ ก่อนก้าวไปสู่เป้าหมายอื่นในชีวิต
2. หมุดหมายทางสังคมแบบเดิมไม่ใช่ “มาตรวัดความสำเร็จ” เพียงแบบเดียวอีกต่อไป
ความแตกต่างยิ่งเห็นชัดเมื่อพิจารณาหมุดหมายที่ในอดีตมักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์
ผลสำรวจพบว่า มีเยาวชนไทยเพียง 10% ที่มองว่าการแต่งงานเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จ ขณะที่มีเพียง 5% ที่ให้ความสำคัญกับการย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ ในฐานะหมุดหมายของความสำเร็จในชีวิต
ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเยาวชนไทยปฏิเสธการแต่งงานหรือไม่ต้องการย้ายออกจากบ้าน แต่สะท้อนว่า หมุดหมายเหล่านี้ไม่ได้ถูกใช้เป็น “มาตรวัดความสำเร็จ” ของชีวิตมากเท่ากับในอดีต
ภาพดังกล่าวยังน่าสนใจเมื่อพิจารณาควบคู่กับข้อมูลการจดทะเบียนสมรสของประเทศไทย โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า จำนวนการจดทะเบียนสมรสทั่วประเทศลดลงจาก 305,487 คู่ในปี 2565 เหลือ 279,748 คู่ในปี 2566 และ 263,087 คู่ในปี 2567
แม้ตัวเลขดังกล่าวไม่สามารถใช้สรุปได้โดยตรงว่าการลดลงของการจดทะเบียนสมรสเกิดจากการเปลี่ยนนิยามความสำเร็จของเยาวชนเพียงปัจจัยเดียว แต่เมื่อนำมาพิจารณาประกอบกัน ก็สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบชีวิตและการจัดลำดับความสำคัญของคนไทยรุ่นใหม่ได้อย่างน่าสนใจ
คนรุ่นใหม่ไม่ได้ฝันน้อยลง แต่กำลัง “เปลี่ยนวิธีไปให้ถึงฝัน”
สิ่งที่รายงาน Next Generation Thailand ชี้ให้เห็นจึงไม่ใช่ภาพของคนรุ่นใหม่ที่ปฏิเสธการแต่งงาน ครอบครัว หรือการมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่คือคนรุ่นใหม่ที่กำลังทบทวนว่า “อะไรคือความสำเร็จที่มีความหมายสำหรับชีวิตของตนเอง”
พวกเขายังคงมีความทะเยอทะยาน มองอนาคตในเชิงบวก และต้องการสร้างเส้นทางของตัวเอง แต่ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงิน สุขภาพ และคุณภาพชีวิตมากขึ้น ก่อนที่จะก้าวไปสู่หมุดหมายอื่น
การเปลี่ยนแปลงนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงของค่านิยม แต่สะท้อนการปรับลำดับความสำคัญของชีวิตให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป
โจทย์ใหม่ของภาครัฐ การศึกษา และภาคธุรกิจ
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าการตั้งคำถามว่า “ทำไมคนรุ่นใหม่ไม่เดินตามเส้นทางแบบเดิม” คือการตั้งคำถามว่า สังคมจะสร้างเงื่อนไขอย่างไรให้คนรุ่นใหม่สามารถเปลี่ยนความทะเยอทะยานของพวกเขาให้กลายเป็นโอกาสจริง
ผลการศึกษาจึงส่งสัญญาณสำคัญถึงภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และองค์กรที่ทำงานกับเยาวชนว่า การสนับสนุนคนรุ่นใหม่ในวันนี้ ไม่ใช่การผลักดันให้พวกเขาเดินตามกรอบความสำเร็จแบบเดียวกับคนรุ่นก่อน แต่คือการสร้าง “ระบบนิเวศแห่งโอกาส” ที่ช่วยให้พวกเขาสามารถสร้างความมั่นคงและกำหนดเส้นทางของตนเองได้
ตั้งแต่การพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดงานแห่งอนาคต การเพิ่มโอกาสเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ การส่งเสริมทักษะและโอกาสในการเป็นผู้ประกอบการ ตลอดจนการสร้างพื้นที่ให้เยาวชนมีเสียงและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องที่ส่งผลต่ออนาคตของพวกเขา
เพราะเมื่อคนรุ่นใหม่มีทั้ง ความมั่นคง โอกาส และพื้นที่ในการใช้ศักยภาพ ความทะเยอทะยานที่มีอยู่แล้วก็สามารถเปลี่ยนเป็นพลังสำคัญในการร่วมกำหนดอนาคตและขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไป
เกี่ยวกับบริติช เคานซิล
บริติช เคานซิล เป็นองค์กรนานาชาติจากสหราชอาณาจักร มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ควบคู่ไปการสร้างสันติภาพและการพัฒนา
เราสร้างความเชื่อมโยง ความเข้าใจ และความไว้วางใจ ระหว่างประชาชนในสหราชอาณาจักรและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ผ่านงานในด้านศิลปะและวัฒนธรรม การศึกษา และภาษาอังกฤษ เราทำงานร่วมกับผู้คนในกว่า 150 ประเทศ และเข้าถึงผู้คนได้ถึง 700 ล้านคน





