เดิมเชื่อกันว่า ผู้คนต่างสร้างปัญหาสุขภาพให้กับตนเอง สุขภาพย่ำแย่เพราะพฤติกรรมของตนเอง จึงมีการรณรงค์ ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันขนานใหญ่ รณรงค์ให้เลิกบุหรี่ รณรงค์ให้เลิกเหล้า
กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรธุรกิจอย่างกว้างขวาง ในรูปแบบของ CSR
แต่ที่ดูแปลกๆ คือ องค์กรที่ช่วยจัดทำ CSR นั้น ต่างก็เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ทำลายสุขภาพ ได้เงินทองมาก็แบ่งมารณรงค์พฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ ถ้าแนวคิดกลับทิศทางจากที่เชื่อกันมาดั้งเดิม ปรับเปลี่ยนไปเป็นว่า ถ้าไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีผลในทางไม่ดีต่อสุขภาพ ผู้คนอาจมีสุขภาพดีทั่วหน้ากันได้มากขึ้น
ถ้าไม่มีการสร้างความนิยมในหมู่ผู้คนในการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีผลในทางลบต่อสุขภาพ กินแล้วดูไฮโซ ใช้แล้วดูทันสมัย ผู้คนอาจมีสติในการเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญยิ่งในยามที่หลายบ้านเมืองกลายเป็นสังคมสูงอายุ หากอายุยืนขึ้นแต่สุขภาพยังแย่ลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น อายุที่ยาวนานขึ้นนั้นอาจกลายเป็นทนทุกข์นานขึ้น
WHO และอีกหลายองค์กร จึงกำหนดกรอบความคิดเรื่อง Commercial Determinants of Health (CDoH) หรือปัจจัยกำหนดสุขภาพจากกิจกรรมทางการค้า โดยมองว่าผลิตภัณฑ์และบริการ การตลาด ราคา สภาพการจ้างงาน ห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนวิธีที่วิสาหกิจสร้างอิทธิพลต่อสังคมและนโยบายของรัฐ ล้วนสามารถส่งผลต่อสุขภาพของผู้คน
ถ้าจะช่วยกันในเรื่องนี้ ให้เลิกคิดเพียงแค่ จะทำ CSR for Health ที่กำลังเป็นที่นิยมกันอยู่ในทุกวันนี้ แต่ให้ตระหนักอย่างจริงจังว่า องค์กรหนึ่งอาจมีโครงการ CSR ที่ดีมาก
แต่ในขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ การตลาด กระบวนการผลิต หรือสภาพการทำงานขององค์กรอาจสร้างผลกระทบด้านสุขภาพที่มากกว่าโครงการ CSR หลายเท่า รณรงค์เรื่องให้เลิกสูบบุหรี่กันมานาน แต่รัฐกลับยังมีรายได้จากการค้าขายบุหรี่อยู่ตราบเท่าทุกวันนี้
CDoH ชวนให้คิดกันใหม่ว่า “เราจะทำธุรกิจกันอย่างไรให้การสร้างกำไรเกิดขึ้นพร้อมกับการสร้างคุณค่าทางสุขภาพ?” แทนที่จะคิดว่า “เราจะทำกิจกรรมอะไรเพื่อสุขภาพ?”
CDoH ชวนให้วิสาหกิจมี Health-by-Design ซึ่งไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระให้กับวิสาหกิจ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดในการออกแบบผลิตภัณฑ์ บริการ กระบวนการ และระบบการตัดสินใจ โดยรับผิดชอบด้านสุขภาพ
Know - รู้ผลกระทบที่องค์กรสร้าง ต้องรู้ก่อนว่า สิ่งที่วิสาหกิจทำส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร ตั้งคำถาม เช่น หากธุรกิจของเราเติบโตเป็นสองเท่า ผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนจะเป็นอย่างไร?
Prevent Harm - ป้องกันไม่ให้วิสาหกิจสร้างความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้ ลดหรือหยุดสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายที่หลีกเลี่ยงได้ ทบทวนตั้งแต่ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ การสื่อสารทางการตลาด สภาพการทำงาน การใช้สารหรือกระบวนการที่มีความเสี่ยง ไปจนถึงผลกระทบที่ส่งออกไปยังคู่ค้า ชุมชน หรือผู้บริโภค
Design for Health - ออกแบบทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยกันทำให้ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ ง่ายกว่า ปลอดภัยกว่า เข้าถึงได้มากกว่า และมีราคาที่เหมาะสมกว่า คิดเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่เริ่มต้นการออกแบบสินค้า บริการ ราคา บรรจุภัณฑ์ สภาพแวดล้อมดิจิทัล ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ของผู้ใช้ อย่าสร้างกระแสสังคมที่ชื่นชมสิ่งที่เลวร้ายกับสุขภาพ
Govern Responsibly - ใช้อำนาจทางธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ทราบกันดีว่าวิสาหกิจใหญ่ ไม่ได้มีอิทธิพลเฉพาะต่อลูกค้า แต่ยังมีอิทธิพลต่อสังคม ตลาด และนโยบายสาธารณะ อย่าใช้อิทธิพลสร้างนโยบายของรัฐที่ลงท้ายด้วยการทำลายสุขภาพผู้คนโดยรวม
Create Health Value - สร้างคุณค่าด้านสุขภาพให้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ มองสุขภาพไม่ใช่เป็น ต้นทุน หรือ ข้อจำกัด แต่มองเป็น คุณค่าที่สามารถสร้างขึ้นได้ นวัตกรรม เทคโนโลยี การลงทุน ข้อมูล และความสามารถทางธุรกิจสามารถนำมาใช้เพื่อสร้างสุขภาวะ ลดความเหลื่อมล้ำ และแก้ปัญหาสังคม พร้อมกับการสร้างกำไรให้กับวิสาหกิจได้
วิสาหกิจทั้งเล็กทั้งใหญ่ ล้วนมีอิทธิพลต่อสุขภาพผู้คนมาเป็นแรมปี ถึงเวลาที่ต้องคิดกันด้วยว่าได้สร้างคุณค่าให้ชีวิตผู้คนไว้มากเพียงใด หรือได้สร้างความเสียหายที่ไม่จำเป็น ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ไว้แค่ไหน?





