“สกพอ.” จัดงาน “EEC Best Select Service 2026” ณ ศูนย์การค้า ICONSIAM วันที่ 1-2 ส.ค. นี้ ผลักดันสินค้าและบริการจากวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก สู่สายตานักลงทุนไทยและต่างชาติ ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นและการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมวางแผนจัดงานครั้งต่อไปในนิคมอุตสาหกรรมระยอง เน้นเชื่อมโยงฐานรากเข้ากับภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. เปิดเผยถึงเหตุผลในการจัดงาน "EEC Best Select Service 2026: สัมผัสเสน่ห์ EEC ที่ ICONSIAM" ว่า สกพอ. จัดงานครั้งนี้ขึ้น เพื่อยกระดับสินค้าและบริการจากชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง มุ่งสร้างการรับรู้ พร้อมเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่นเข้ากับแหล่งเงินทุนจากทั่วโลก
ทั้งนี้ วัตถุประสงค์หลักคือการนำผลิตภัณฑ์และบริการจากชุมชนใน 30 อำเภอในเขตพื้นที่ EEC ที่ สกพอ. ให้การส่งเสริมมาจัดแสดง เพื่อให้นักลงทุนและบุคคลทั่วไปได้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจและตัวอย่างสินค้าคุณภาพสูงที่ผลิตโดยคนในพื้นที่ ซึ่งนอกจากเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน ยังเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชนกับนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ
สำหรับการคัดเลือกธุรกิจและผลิตภัณฑ์มาจัดแสดงของ สกพอ. มีเกณฑ์พิจารณาอย่างเข้มข้น โดยเน้นการใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่เดิม การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอด และการใช้วัตถุดิบภายในพื้นที่ 3 จังหวัดเพื่อสร้างอัตลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่น
“สกพอ. มุ่งเน้นการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนที่เกิดจากการรวมตัวของชาวบ้าน เพื่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งไปพร้อมกัน โดยจะมีการประเมินมาตรฐานจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก เพื่อขยายศักยภาพธุรกิจให้ไปสู่ระดับประเทศ และระดับสากล”
นอกจากนี้ สกพอ. ยังมีกระบวนการ “พัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” โดยธุรกิจที่ไม่ผ่านการคัดเลือกจะมีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปให้คำแนะนำ เพื่อให้ผู้ประกอบการไปประยุกต์ใช้หรือปรับปรุงเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ของตนเองก่อนนำกลับมาเสนอใหม่ในปีถัดไป
ยกตัวอย่าง กลุ่มประมงตำบลปากน้ำระยอง วิสาหกิจชุมชนประมงเรือเล็กเก้ายอด และวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำและแม่น้ำระยอง ที่ สกพอ. เข้าไปช่วยบริหารจัดการเส้นทางท่องเที่ยว และส่งเสริมการนำขยะทะเลมาสรรค์สร้างเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อสร้างรายได้เสริมอย่างเป็นรูปธรรม
ในช่วงก่อนหน้านี้ ชุมชนได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเลในพื้นที่ จึงร่วมกันก่อตั้งแบรนด์ “SEACRAFTY” ซึ่งมีแนวคิดหลักในการแก้ปัญหาเศษอวนที่ถูกทิ้งหรือสูญหายในท้องทะเล ซึ่งส่งผลกระทบและเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลรวมถึงระบบนิเวศ โดยหันมาใช้วิธีการแปรรูปขยะเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านการนำขยะทะเลและวัสดุเหลือใช้มาสรรสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น
นอกจากนี้ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำและแม่น้ำระยอง ยังเดินหน้าอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยเริ่มต้นสร้างเครือข่ายอนุรักษ์แม่น้ำระยองและป่าชายเลน พร้อมจัดทำแผนแม่บทและฟื้นฟูระบบนิเวศผ่านการปลูกป่าชายเลน จากร่วมมือกับ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด และเครือข่ายภาครัฐ
“EEC Best Select Service 2026” จัดขึ้นที่ วัฒนา ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้า ICONSIAM ตั้งแต่วันที่ 1-2 ส.ค. 2569 เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีปริมาณคนสัญจรสูงทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลังจากนี้ สกพอ. มีแผนยกทีมไปจัดงานที่จังหวัดระยอง เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรงอย่างพนักงานและผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อตอกย้ำการรับรู้และผสานความร่วมมือในระดับพื้นที่ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น



