วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

‘งานสีเขียว’ รออยู่

โลกปั่นป่วนหาความแน่นอนได้ยากทั้งในด้านการดำรงชีวิตและการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องงานที่ทำอยู่ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จะถูกทดแทนหรือดัดแปลงด้วยเทคโนโลยีจนทำให้อยู่ต่อไปได้ยากยิ่งขึ้นเพียงใด

ท่ามกลางสภาพการณ์ดังกล่าวมีปรากฏการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ซึ่งสร้างโอกาสใหม่ในการทำมา หากิน หรือการทำงาน นั่นก็คือทางโน้มสู่ “ความเป็นสีเขียว” ขอกล่าวถึง “เศรษฐกิจสีเขียว” (Green Economy) ก่อน และจะกล่าวถึง “งานสีเขียว” (Green Jobs) ต่อไป

นานาปัญหาที่เป็นผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงของโลกในด้านวิกฤติสภาวะอากาศ (Climate Change) เทคโนโลยี โครงสร้างประชากรโลก ความสมดุลของโลกด้านการเมืองและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความเสื่อมโทรมของทรัพยากร ฯลฯ ทั้งหมดทำให้เกิดความตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมและการอยู่รอดของชาวโลก

คำถามสำคัญก็คือเราจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวโลกต่อไปอย่างต่อเนื่องได้อย่างไรชนิดที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่สนับสนุนให้เรามีชีวิตอยู่กันมาในโลก 

ส่วนสำคัญของคำตอบก็คือ การมี “เศรษฐกิจสีเขียว” ซึ่งหมายถึงระบบเศรษฐกิจที่พัฒนาความกินดีอยู่ดีของสมาชิกอย่างมีความตระหนักในเรื่องความเหลื่อมล้ำ พร้อมการลดความเสี่ยงในด้านสิ่งแวดล้อมลงอย่างสำคัญและชะลอการลดน้อยลงอย่างมากของทรัพยากรธรรมชาติ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือผลิตมากขึ้น มีวัสดุเหลือทิ้งน้อยลง ก่อมลพิษน้อยลง และอนุรักษ์ธรรมชาติไว้ให้ลูกหลานต่อไป

สิ่งที่เกิดขึ้นใน “เศรษฐกิจสีเขียว” ก็คือลดก๊าซเรือนกระจก เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน ลดวัสดุเหลือใช้และสนับสนุนการแปรใช้ใหม่ (recycle) ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มครองป่า ทะเลและความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างธุรกิจและสร้างงานอย่างยั่งยืน 

สามเสาหลักของ “เศรษฐกิจสีเขียว” ที่จะนำไปสู่เสถียรภาพ และความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ก็คือ (1) ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม น้ำและอากาศสะอาด ป่ามีสภาพสมบูรณ์ อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (2) ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจนวัตกรรมผลิตภาพ (productivity) สูงขึ้น อุตสาหกรรมใหม่ ความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น

(3) การไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง มีงานให้ทุกคนทำ ค่าจ้างเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ คุณภาพชีวิตดีขึ้น

“เศรษฐกิจสีเขียว ” มิได้หมายความถึงการละทิ้งเศรษฐกิจดั้งเดิม (เช่น เกษตรกรรม อุตสาหกรรมอาหาร หรือภาคบริการท่องเที่ยว) และมุ่งสู่รูปแบบเศรษฐกิจใหม่ หากแต่เป็นการปรับตัวของเศรษฐกิจดั้งเดิมสู่ “ความเป็นสีเขียว” พูดง่าย ๆ ก็คือ เอา “ความเขียว” ไปใส่ในเศรษฐกิจมากขึ้น 

ในปัจจุบันดีกรีของความเป็น “เศรษฐกิจสีเขียว” อยู่แล้วนั้นแตกต่างกันในหลายระบบเศรษฐกิจ แต่เป็นที่แน่ชัดว่ากระแสของความเป็น “เศรษฐกิจสีเขียว” ในโลกนั้นมาแรงยิ่งทุกระบบเศรษฐกิจจะถูกบังคับโดยหลายปัจจัย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือการใช้พลังงานแสงแดด (Solar Energy) และรถไฟฟ้า (EV)

ในอนาคตอันใกล้จะมี “งานสีเขียว” เกิดขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะในเศรษฐกิจไทย ใครที่มองเห็นและปรับตัวได้ก่อนก็จะได้เปรียบ ขอแบ่งประเภทของ “งานสีเขียว” ตามผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ดังนี้

(1) งานจากพลังงานหมุนเวียน คืองานที่สร้างพลังงานสะอาดและลดการพึ่งพิงพลังงานจากน้ำมันและก๊าซ เช่น ช่างเทคนิคติดตั้งและดูแลแผงโซลาร์ ช่างเทคนิคของพลังงานจากลมและน้ำ วิศวกรพลังงานหมุนเวียน ผู้จัดการโครงการพลังงานหมุนเวียน ช่างเทคนิคดูแลแบตเตอรี่เก็บพลังงานหมุนเวียน ฯลฯ (บ้านเราขณะนี้บริษัทติดตั้งแผงโซลาร์มีงานเต็มมือ ช่างที่เชี่ยวชาญงานเหล่านี้มีจำกัดมาก) 

(2) งานเพิ่มประสิทธิภาพจากพลังงาน คืองานที่ลดปริมาณการใช้พลังงาน เช่น ผู้ตรวจสอบการใช้พลังงาน ผู้จัดการการใช้พลังงานของอาคาร ช่างดูแลประสิทธิภาพของการใช้งานของเครื่องปรับอากาศ และแหล่งของแสงสว่าง

วิศวกรดูแล “ความเขียว” ของอาคาร (ประหยัดพลังงาน ลดขยะ เพิ่มประสิทธิภาพของการใช้อาคาร) วิศวกรควบคุมประสิทธิภาพการใช้พลังงานประจำโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ งานประเภทนี้สามารถช่วยให้อุตสาหกรรมเก่ามี “ความเขียว” เพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องสร้างอุตสาหกรรมใหม่

(3) งานป้องกันสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้แก่น้ำ ลม พลังงาน และระบบนิเวศ เช่น นักวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ช่างควบคุมดูแลมลพิษ ช่างดูแลคุณภาพน้ำ ผู้ประกอบการการบำบัดน้ำเสีย ผู้ตรวจการสภาพสิ่งแวดล้อม วิศวกรควบคุมติดตามคุณภาพอากาศ วิศวกรฟื้นฟูคุณภาพของดิน 

 (4) งานดูแลของเสียและการหมุนเวียนของทรัพยากร งานป้องกันวัสดุมิให้สูญเปล่าและนำวัสดุใช้แล้วกลับมาใช้อีก เช่น พนักงานสนับสนุนการแปรใช้ใหม่ พนักงานคัดเลือกขยะ ช่างเทคนิคแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ช่างซ่อมแซมอุปกรณ์แปรใช้ใหม่ วิศวกร ดูแลการใช้ใหม่ของวัสดุประจำโรงงาน

งานเหล่านี้มุ่งสู่การแปรขยะหรือเศษของเหลือให้กลายเป็นทรัพยากรใช้ได้อีกครั้ง เช่น แปรขยะอาหารเป็นปุ๋ยหรือไบโอก๊าซ แทนที่จะทำลายทั้งหมด

(5) งานเกษตรยั่งยืนและการผลิตอาหาร งานที่ลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมและการผลิตอาหาร เช่น เกษตรออร์แกนิก เกษตรแม่นยำ เกษตรยั่งยืน ช่วยเสริมประสิทธิภาพและอนุรักษ์ดินและน้ำ ผู้เชี่ยวชาญกำจัดขยะอาหาร 

(6) งานก่อสร้างสีเขียว งานสร้างและรักษาให้อาคารมีการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น สถาปนิก “สีเขียว” วิศวกรสร้างอาคารยั่งยืน ช่างดูแลการใช้พลังงานอย่างประหยัดในการก่อสร้าง 

 (7) การเดินทางสีเขียว งานนี้คือการลดการปล่อย ก๊าซพิษ เช่น ช่างซ่อมรถ EV ผู้ติดตั้งและดูแลสถานีชาร์จไฟของรถ EV ช่างแบตเตอรี่ของ EV ผู้วางแผนขนส่งสาธารณะ ช่างเทคนิคของการขนส่งทางราง ฯลฯ

ลักษณะของงาน “สีเขียว” เหล่านี้ทำให้เห็นว่ามันมิใช่เรื่องใหม่เลย คนที่ทำงานดั้งเดิมก็สามารถปรับตนเองให้มี “ความเขียว” เพิ่มขึ้น เพื่อหาประโยชน์จากทิศทางของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการปรับทัศนคติสู่ความสำคัญของ “ความเขียว” ด้วยการเพิ่มพูนทักษะและความรู้ซึ่งเรียกรวมกันทั้งสามสิ่งนี้ว่า “สมรรถนะ” (competency)

หากปรับตนเองให้มี “สมรรถนะสีเขียว” เพิ่มขึ้นแล้วก็จะมีโอกาสทางธุรกิจและการทำงานรอให้เลือกอยู่อีกมากมายครับ