หากท่านผู้อ่านมิได้สนใจฟุตบอลโลกที่เพิ่งจบไปเลย ข้อเขียนวันนี้อาจช่วยให้มีเรื่องคุยกับเพื่อนได้ครับ การแข่งขันฟุตบอลจัดโดย FIFA มีอายุเกือบครบ 100 ปี โดยเริ่มครั้งแรกในปี 2473
ในตอนแรกขอเสนอข้อเท็จจริงที่หลายท่านอาจมองข้ามไป และตอนท้ายเป็นเรื่องที่อาจเอาไปโม้เพิ่มเติมได้ครับ
ประการแรก แชมป์โลกฟุตบอลในเกือบ 100 ปีที่ผ่านมาวนเวียนอยู่ใน 8 ประเทศ ทั้งที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 150 ประเทศ ได้แก่ บราซิลเป็นแชมป์ 5 ครั้ง เยอรมนี (4) อิตาลี (4) อาร์เจนตินา (3) ฝรั่งเศส (2) อุรุกวัย (2) อังกฤษ (1) สเปน (1) ในครั้งนี้ 4 ทีม เข้ารอบก่อนชิงชนะเลิศคือ อังกฤษ อาร์เจนตินา ฝรั่งเศส และสเปน ดังนั้นไม่ว่าใครได้เป็นแชมป์ ข้อเท็จจริงนี้ก็จะไม่เปลี่ยนแปลง
ประการที่สอง บราซิลนอกจากจะเป็นแชมป์ 5 ครั้งแล้ว ยังผ่านเข้าทุกรอบใน World Cup และมีจำนวนการชนะมากที่สุด อย่างไรก็ดีไม่มีอะไรที่แน่นอน ปีนี้บราซิลผ่านไปจนถึงรอบ 16 ทีม แต่แพ้นอร์เวย์จึงตกรอบไป
ประการที่สาม หลายทีมที่เป็นแชมป์จะพบความลำบากในการแข่งขันสมัยต่อไปโดยมักตกรอบแรก นอกจากนี้การเป็นแชมป์ติดต่อกันสองสมัยเป็นเรื่องยากเย็นยิ่งจนมีการพูดถึง “การถูกสาป” เมื่อได้เป็นแชมป์โลกแล้ว มี 2 ทีมเท่านั้นที่สามารถทำได้คือ อิตาลี (2476, 2481) และบราซิล (2501, 2505)
ประการที่สี่ แชมป์โลกทุกครั้งมาจาก 2 ถิ่นเท่านั้นคือ ยุโรปและอเมริกาใต้ ไม่มีจากเอเชีย แอฟริกา อเมริกาเหนือ หรือถิ่นมหาสมุทร ยุโรปแสดงความแข็งแกร่งอย่างชัดเจนโดยดูได้จากผล Euro Cup หรือถ้วยแชมป์ยุโรป ครั้งที่ผ่านมาในปี 2567 แชมป์คือสเปน และอีก 3 ทีมในรอบก่อนสุดท้ายคือ อังกฤษ ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ เกือบทั้งหมดประสบความสำเร็จในครั้งนี้
ประการที่ห้า มากกว่า 80% ของการเป็นแชมป์โลกถูกยึดครองโดย 4 ประเทศ คือ บราซิล เยอรมนี อิตาลีและอาร์เจนตินา สถิติการครอบงำแชมป์เช่นนี้จึงทำให้ประเทศใหม่ ๆ ยากที่จะแทรกเข้าไปได้ จีนพยายามพัฒนาฟุตบอลอย่างยิ่ง แต่มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ “ได้ไปบอลโลก” คือในปี 2545
ประการที่หก แฟนทีมบราซิลผิดหวังครั้งนี้อย่างยิ่งเพราะ “ได้ไปบอลโลก” แต่ไปไม่ถึง 8 ทีมสุดท้าย อย่างไรก็ดีหากดูสถิติการเป็นแชมป์ของบราซิลแล้วก็จะพบว่าหลุดไปมานานพอควรแล้ว บราซิลเป็นแชมป์โลกในปีต่อไปนี้ 2501/ 2505 / 2513/ 2537/ และครั้งสุดท้ายคือ 2545 หรือเมื่อ 24 ปีมาแล้ว
คราวนี้มาถึงเรื่องน่าโม้จากฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทีมนอร์เวย์ได้เข้าไปนั่งในหัวใจคนดูทั่วโลก (รวมทั้งผู้เขียนด้วย) ด้วยเรื่องราวของความพยายามและความเก่งกล้าสามารถของทีมตลอดจนการนำวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มาผสมกลมกลืนเข้ากับความสนุกได้อย่างเหมาะสม
นอร์เวย์เป็นประเทศที่พลเมืองมีคุณภาพชีวิตสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ไม่ว่าในด้านรายได้ ความสุข ความมั่นคงในชีวิต ความสามารถของภาครัฐ ความเป็นพลเมืองของคนนอร์เวย์ ฯลฯ เมื่อเอ่ยชื่อนอร์เวย์ผู้คนจะนึกถึงความหนาว ความเป็นไวกิ้ง แชมเปียนของสันติภาพและความสงบสุขของชีวิต
ไวกิ้งเป็นบรรพบุรุษของชาวสแกนดิเนเวีย อันได้แก่ นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์กและไอซ์แลนด์ ไวกิ้งแปรเปลี่ยนจากการเป็นคนพื้นเมืองสู่ความเป็นอารยะเมื่อ 1,000 ปีที่ผ่านมานี้เอง ในขณะที่อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนีและอีกหลายประเทศในยุโรปตลอดจนจีน อินเดีย ณ จุดของเวลาเดียวกันได้ผ่านขั้นตอนนั้นมาก่อนแล้วหลายร้อยปีหรือหลายพันปี
เมื่อนอร์เวย์เปลี่ยนผ่านแล้วก็มิได้หยุดนิ่ง ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งจนอยู่ในแถวหน้าของโลก มีปัจจัยของความสำเร็จหลายตัวที่ทำงานร่วมกัน อันได้แก่
(1) ภูมิอากาศที่หนาวเย็นและดูเสียเปรียบถูกแปรเปลี่ยนเป็นข้อได้เปรียบ ไม่ว่าในด้านการร่วมมือ ความสามารถในการปรับตัว การมีทักษะในการเดินเรือ การค้าขาย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์ในภายหลังอย่างยิ่ง
(2) ถึงแม้ก่อนหน้าช่วงเปลี่ยนผ่านจะใช้รูปแบบการโจมตีปล้นสมบัติเมืองอื่น ๆ เพื่อสร้างความมั่งคั่งแต่ก็ปรับตัวสู่การประมง การเดินเรือ การเกษตร การค้าขาย ฯลฯ ในเวลาต่อมาได้เป็นอย่างดี
(3) มีสถาบันที่เข้มแข็ง ไม่ว่าด้านการปกครอง ศาล เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ตลอดจนความเป็นพลเมืองของประชาชน การปกครองจึงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
(4) การศึกษาเป็นหัวใจ การอ่านออกเขียนได้ ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การฝึกฝนอาชีพ การเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมีกฎเกณฑ์ของศาสนาบังคับให้อ่านออกเขียนได้
(5) การปกครองระบอบประชาธิปไตย ความศรัทธาในสันติภาพ ความเสมอภาค เสรีภาพและการมีรัฐสวัสดิการ
(6) การเปิดกว้างกับการค้าเสรี
(7) นอร์เวย์ร่ำรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก๊าซและน้ำมันที่ค้นพบตั้งแต่ทศวรรษ 1960
ในเรื่องฟุตบอล คนนอร์เวย์และภาครัฐต้องการเป็นทีมที่ “ได้ไปบอลโลก” อีกครั้งหลังจากเว้นไป 28 ปี (ได้ไปเล่นในสหรัฐอเมริกาในปี 2537) เปลี่ยนโค้ชคนแล้วคนเล่า พร้อมกับเฟ้นหาผู้เล่น จึงเริ่มประสบผลสำเร็จ จากการเป็นทีมรองบ่อนของยุโรปก็สามารถเอาชนะอิตาลี อังกฤษ สวีเดน ออสเตรีย โครเอเชีย ฯลฯ และถึงครั้งนี้ก็มีสถิติว่าสามารถเอาชนะบราซิลได้ถึงสองครั้ง
ดาราดังคือ Erling Haaland สูง 6 ฟุต 5 นิ้ว หนักเกือบ 100 กิโลกรัม ตัวสูงใหญ่ ลักษณะท่าทางเหมือนไวกิ้งที่ชาวโลกรู้จักจากภาพยนตร์ หน้าตายิ้มแย้ม ขี้เล่น อายุเพียง 25 ปี ฝีมือสุดเทียมทาน
เขาเล่นให้ทีม Manchester City มาตั้งแต่ปี 2565 ยิงให้ทีมไปแล้ว 112 ประตู มีรายได้ 20 ล้านบาทต่อสัปดาห์ ยังไม่รวมรายได้จากการเป็นทูตสินค้ากีฬา
หลังจากการแข่งขันครั้งนี้ Haaland จะดังยิ่งกว่าเก่าไปทั่วโลก เขาถ่ายรูปแต่งตัวกับทีมเป็นนักรบไวกิ้ง บางครั้งตีกลองในสนามให้แฟน ๆ ทำท่าพายเรืออย่างเข้าจังหวะและร้องพร้อม ๆ กันอย่างสนุกสนานว่า “Ro! Ro! Ro!” (หมายถึง Row หรือพายเรือในภาษาอังกฤษ)
Haaland ทำให้นอร์เวย์อยู่บนแผนที่โลกยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการเป็นประเทศที่เลือกผู้รับรางวัลโนเบิลสาขาสันติภาพในทุกปีแล้ว
ขอให้ Ro! Ro! Ro! ต่อไปครับทีมนอร์เวย์ จนได้เป็นแชมป์


