ชวนดู Norway: The Dark Horse สารคดีเจาะลึกฟุตบอลทีมชาตินอร์เวย์ว่าทำไมถึงเป็น “ม้ามืด” ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 หลังเอาชนะบราซิลไป 2-1
ภาพแฟนบอลชาวนอร์เวย์ยาตราทัพไปตามท้องถนนเพื่อเฉลิมฉลองที่ “ทีมชาตินอร์เวย์” เอาชนะทีมชาติบราซิลไปด้วยคะแนน 2-1 สร้างสถิติ “เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์” จนทำให้ทีมนอร์เวย์ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ม้ามืด” ของการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 ไปเป็นที่เรียบร้อย
ชัยชนะของทีมนอร์เวย์สอดคล้องกับการปล่อยสารคดีซีรีส์เรื่อง Norway: The Dark Horse (Norges vei tilbakes) ออกมาให้ชมกันทางเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) พอดิบพอดี เรียกว่าจะหา timing หรือจังหวะเวลาที่ลงตัวไปกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
โดยสารคดีเรื่องนี้จะทำให้คุณเข้าใจถึงความยากลำบากกว่าจะมาถึงจุดนี้ของฟุตบอลทีมชาตินอร์เวย์ ดังนั้น ชัยชนะครั้งนี้ (แม้จะเป็นเพียงการเข้ารอบ Quarter Final) ก็ถือว่ามีความหมายต่อทีมเป็นอย่างมาก
ข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเข้ารอบ FIFA World Cup 2026 ถือเป็นการเข้าแข่งฟุตบอลโลกครั้งแรกในรอบ 28 ปี ของทีมชาตินอร์เวย์ โดยนักเตะ 95% ในทีมยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ ตอนที่ทีมชาตินอร์เวย์ได้เล่นในศึกฟุตบอลโลกครั้งสุดท้าย
เหตุผลที่สารคดี “Norway: The Dark Horse” หรือ “นอร์เวย์: ม้ามืด” ถ่ายทอดเรื่องราวของทีมชาตินอร์เวย์ออกมาได้อย่างจับใจนั้นก็เนื่องมาจากกลวิธีในการสร้าง นั่นคือ การส่งคน film crew คนหนึ่งไปฝังตัว ใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับนักฟุตบอลทีมชาตินอร์เวย์ และสตาฟโค้ชตั้งแต่ช่วงที่พวกเขาเริ่มการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
เท่านั้นไม่พอ Norway: The Dark Horse ยังให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น เรื่องที่ทีมชาตินอร์เวย์ไม่เคยเข้ารอบฟุตบอลโลก หรือเข้ารอบการแข่งขันแชมเปี้ยนชิพของยุโรปมานับตั้งแต่ปี 1998 เรื่องนี้ได้กลายเป็นแผลใจ เป็นความเจ็บปวด เป็นความอับอายของคนทั้งชาติ ชัยชนะเหนือทีมชาติบราซิล ซึ่งไม่ใช่ทีมไก่รองบ่อน จึงเป็นการปลดปล่อยพวกเขาจากทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมา
“Norway: The Dark Horse - นอร์เวย์: ม้ามืด” เป็น limited series ที่มีความยาวเพียง 2 ตอน ตอนละ 1 ชั่วโมง ปัจจุบัน Netflix เพิ่งสตรีมให้ดูตอนแรกที่มีชื่อว่า “โอกาสสุดท้ายของสโตเล่” ส่วนตอนที่ 2 มีชื่อว่า “โอกาสมีแค่ครั้งนี้”
โดยตอนแรก “โอกาสสุดท้ายของสโตเล่” นั้นเป็นการตามติดชีวิตของ สตาเล โซลบัคเคน (Ståle Solbakken) กุนซือทีมชาตินอร์เวย์ รวมถึงตัวผู้เล่น สตาฟฟ์ ตลอดจนทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ว่าต้องเผชิญกับแรงกดดันมาตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ทศวรรษ จากทั้งสื่อและแฟนบอล ที่ต้องการเห็นทีมชาติของพวกเขาเข้ารอบ 2026 FIFA World Cup
แต่คราวนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะนักเตะนอร์เวยรุ่นใหม่ที่มีความสามารถกำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพนักฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็น Alexander Sørloth, Martin Ødegaard และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Erling Haaland มันทำให้ชาวนอร์เวย์มีความหวัง และมองว่าเป็น “โอกาสสุดท้าย” ถ้าไม่เข้ารอบครั้งนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้เข้ารอบอีกเลย
ตัวสารคดีมีการตัดภาพฟุตเตจการแข่งขันจริงมาสลับกับภาพในห้องแต่งตัวที่สตาเลพยายามรีดเค้นศักยภาพของนักเตะในทีมออกมาให้ได้มากที่สุด การพูดคุยเปิดอกกับนักเตะชุดปัจจุบันว่าพวกเขามีความรู้สึกอย่างไรกับแต่ละเกม ความรู้สึกที่ได้ติดทีมชาติ นอกจากนี้ยังมีการสัมภาษณ์อดีตนักฟุตบอลทีมชาติยุคที่เคยได้ไปแข่งฟุตบอลโลกในยุค 90 มาด้วย
อย่างไรก็ตาม ข้อด้อยอย่างหนึ่งของสารคดีชุดนี้ (ซึ่งถ่ายทำก่อนที่นอร์เวย์จะเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ) นั่นคือ การให้ซีนกับนักเตะผู้เป็นดาวเด่นของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 อย่าง Erling Haaland น้อยไป ไม่มีการสัมภาษณ์ออกกล้องให้เห็นเลย ซึ่งไม่แน่ใจว่าตอนที่ 2 จะมีให้เห็นมากกว่านี้หรือไม่
สามารถรับชมสารคดีซีรีส์ “Norway: The Dark Horse - นอร์เวย์: ม้ามืด” ได้ทางเน็ตฟลิกซ์ (Netflix)


