วันอาทิตย์ ที่ 16 สิงหาคม 2569

Login
Login

เมื่อเศรษฐกิจแพลตฟอร์มเติบโตเร็วกว่าการมองเห็นของรัฐ

หากวันหนึ่งมีธุรกิจที่มีลูกค้านับหมื่นคน มีร้านค้าอยู่ในระบบจำนวนมาก มีแรงงานทำงานอยู่ทุกวัน มีการชำระเงิน มีการส่งมอบสินค้าและบริการ และมีการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นจริงบนแผ่นดินไทย

คำถามคือ “รัฐไทยจะรู้ได้อย่างไรว่ากิจกรรมเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นอยู่"

คำถามนี้อาจฟังดูแปลก เพราะในอดีต รัฐมักมองเห็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจผ่านระบบใบอนุญาต การขึ้นทะเบียน หรือการรับรองตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันภัย โรงงานอุตสาหกรรม กิจการพลังงาน การขนส่งสาธารณะ กิจการสื่อสาร

หรือกิจการที่มีผลกระทบต่อสาธารณะในรูปแบบต่างๆ ผู้ประกอบกิจการต้องเข้ามาอยู่ในสายตาของรัฐก่อนเริ่มดำเนินการ รัฐจึงสามารถมองเห็นผู้เล่นในระบบได้ตั้งแต่วันแรก

แต่ “เศรษฐกิจดิจิทัล” กำลังเปลี่ยนกติกาดังกล่าว วันนี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมากเกิดขึ้นผ่าน “แพลตฟอร์ม” ต่างๆ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ แพลตฟอร์มท่องเที่ยว แพลตฟอร์มขนส่ง แพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ แพลตฟอร์มส่งอาหาร และบริการดิจิทัลข้ามพรมแดนอีกจำนวนมาก

หลายบริการมีผู้ใช้งานในประเทศไทยจำนวนมาก มีผลต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการไทย แต่ผู้ให้บริการอาจไม่ได้มีสถานประกอบการในรูปแบบที่รัฐคุ้นเคยในอดีต ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สังคมไทยได้ให้ความสนใจกับแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้บริการแก่กลุ่มผู้ใช้เฉพาะในประเทศ

หลายคนตั้งคำถามว่าถูกกฎหมายหรือไม่ หลายคนตั้งคำถามว่าแรงงานเหล่านั้นเป็นใคร หลายคนตั้งคำถามว่ารายได้เหล่านั้นไหลไปที่ใด แต่คำถามที่สำคัญกว่าอาจเป็น ประเทศไทยมองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่มากน้อยเพียงใด เพราะประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่แพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง แต่คือโลกยุคใหม่ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถเกิดขึ้นได้ก่อนที่ภาครัฐจะมองเห็น

ประเทศไทยในปัจจุบันกำลังกลายเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว การลงทุน การทำงาน และการอยู่อาศัยของผู้คนจากหลากหลายประเทศ พร้อมกับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลที่เชื่อมโยงผู้คน ร้านค้า ผู้ให้บริการ ระบบชำระเงิน และข้อมูลเข้าด้วยกันอย่างไร้พรมแดน

ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และในหลายกรณียังสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย เกิดการจ้างงานคนไทย สร้างรายได้ให้ร้านค้าไทย กระตุ้นการบริโภคและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “ควรมีหรือไม่ควรมี” แต่คือ รัฐไทยมีข้อมูลและเครื่องมือเพียงพอหรือไม่ในการทำความเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เริ่ม พัฒนากรอบกำกับดูแลธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายต้องแจ้งข้อมูลต่อภาครัฐ แนวคิดดังกล่าวถือเป็นพัฒนาการสำคัญของการกำกับดูแลเศรษฐกิจดิจิทัล

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจเช่นกัน หากผู้ประกอบการไม่เข้ามาจดแจ้ง รัฐจะทราบได้อย่างไรว่าเขามีอยู่ หากรัฐไม่ทราบว่ามีผู้เล่นอยู่ในระบบ รัฐจะกำกับดูแลได้อย่างไรและหากรัฐยังมองไม่เห็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงบนแผ่นดินไทยอย่างครบถ้วน

เราจะประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ การแข่งขัน การคุ้มครองผู้บริโภค ความมั่นคงทางไซเบอร์ หรือแม้แต่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้อย่างไร การมองไม่เห็นอาจไม่ได้หมายถึงเพียงการขาดข้อมูลทางสถิติ แต่ยังหมายถึงการที่รัฐอาจไม่สามารถประเมินขนาดที่แท้จริงของเศรษฐกิจดิจิทัล

ไม่สามารถประเมินผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย ไม่สามารถประเมินการกระจุกตัวของอำนาจทางเศรษฐกิจบนแพลตฟอร์มและไม่สามารถออกแบบนโยบายภาษี การแข่งขันทางการค้า หรือการคุ้มครองผู้บริโภคบนฐานข้อมูลที่ครบถ้วน เพราะในโลกดิจิทัล สิ่งที่รัฐมองไม่เห็นอาจมีขนาดใหญ่กว่าสิ่งที่รัฐมองเห็นเสียอีก

คำถามลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย สหภาพยุโรปได้พัฒนากลไกกำกับดูแลภายใต้ Digital Services Act อินโดนีเซียกำหนดให้ผู้ให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์ต้องขึ้นทะเบียนผ่านระบบ PSE หลายประเทศกำลังเผชิญโจทย์เดียวกัน นั่นคือ การทำอย่างไรให้ภาครัฐสามารถมองเห็นเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

เพราะในโลกแพลตฟอร์ม การกำกับดูแลอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการออกใบอนุญาตและอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการบังคับใช้กฎหมาย แต่เริ่มต้นจากการมองเห็น ในอดีต รัฐกำกับดูแลผ่านระบบใบอนุญาต

แต่ในโลกดิจิทัล รัฐอาจต้องเรียนรู้การกำกับดูแลผ่านข้อมูลและอาจต้องพัฒนากลไกใหม่ในการทำความเข้าใจว่าใครกำลังดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอยู่บนแผ่นดินไทย

เพราะท้ายที่สุดแล้ว คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่าแพลตฟอร์มใดปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ แต่คือในวันที่เศรษฐกิจดิจิทัลสามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องผ่านประตูแบบเดิม รัฐไทยยังมีความสามารถเพียงพอหรือไม่ในการ “มองเห็น” ก่อนที่จะกำกับดูแล

เพราะในโลกยุคดิจิทัล ความท้าทายของรัฐอาจไม่ใช่ “การกำกับดูแลสิ่งที่มองเห็น” แต่คือ “การมองเห็นสิ่งที่ควรกำกับดูแล” และนั่นอาจเป็นโจทย์สำคัญที่สุดของการกำกับดูแลในโลกยุคใหม่ เมื่อเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตเร็วกว่าการมองเห็นของรัฐ

หมายเหตุ: บทความนี้มิได้มุ่งชี้ว่าผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใดกระทำผิดกฎหมาย หากแต่ต้องการตั้งคำถามเชิงนโยบายเกี่ยวกับความสามารถของรัฐในการมองเห็นและกำกับดูแลกิจกรรมทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม บริการดิจิทัลข้ามพรมแดน และการเปลี่ยนผ่านจากการกำกับดูแลผ่านระบบใบอนุญาตไปสู่การกำกับดูแลผ่านข้อมูลในยุคดิจิทัล