วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ และทอดพระเนตรวัดกว๋านสือ

วันที่ 15 กันยายน พุทธศักราช 2569 เวลา 18 นาฬิกา 39 นาที ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งเท่ากับเวลาในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินจากโรงแรมที่ประทับแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย ถึงยังพระราชวังทงคิน กรุงฮานอย ซึ่งเคยเป็นที่พำนักและสถานที่ปฏิบัติงานของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ด้วยมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ของชาติ เมื่อปี 2528

ในการนี้ ทรงแลกเปลี่ยนของขวัญกับนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยนางโง เฟือง ลี ภริยา ณ ห้องจัดแสดงของขวัญ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานกล่องเครื่องเงินทรงกลม สลักดุนฉลุโปร่ง ลายต้นไม้ใบหญ้าและป่าไผ่ ประดับอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และอักษรพระนามาภิไธย ส.ท., ชาเขียวกลิ่นกุหลาบ และชาอู่หลงกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง จากโครงการหลวงแก่ประธานาธิบดี

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานกระเป๋าย่านลิเภา, ชุดประจำชาติเวียดนาม (อ่าวหญ่าย) ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าไหมไทย โดยช่างฝีมือชาวไทยได้ใช้เทคนิคการ “ปักไหมน้อย“ หนึ่งในงานหัตถศิลป์ชั้นสูง ที่อยู่ภายใต้การส่งเสริมของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาปักลายดอกลิลลี่ ตามชื่อของภริยาประธานาธิบดี สื่อถึงการผสมผสานศิลปะและวัฒนธรรมของทั้งสองชาติที่กลมกลืนและงดงาม, ตุ๊กตาช้างจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และชาจากโครงการหลวง แก่ภริยาประธานาธิบดี

โดยประธานาธิบดีและภริยา ได้ทูลถวายภาพวาดลงรักรูปวัดเสาเดียว และชาดอกบัว แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทูลถวายชุดประจำชาติเวียดนาม (อ่าวหญ่าย) แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 

จากนั้น ทรงร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ซึ่งนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จัดถวาย ณ อาคารเรือนกระจก โดยมีผู้บริหารระดับสูงของฝ่ายไทย-ฝ่ายเวียดนาม และคณะทูตประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมงาน เมื่อวงดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

ประธานาธิบดี กล่าวสุนทรพจน์ถวายการต้อนรับและกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์บนพื้นฐานของมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความผูกพันระหว่างประชาชนที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งยังรู้สึกความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนรัฐบาลและประชาชนไทย ที่ให้การสนับสนุนและดูแลชุมชนชาวเวียดนามในประเทศไทยมาโดยตลอด พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นรูปธรรม และก่อประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

จากนั้น ประธานาธิบดีและภริยา ดื่มถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบ โดยทรงขอบใจประธานาธิบดีและภริยา รวมถึงรัฐบาล และประชาชนชาวเวียดนาม สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น
 

“นับตั้งแต่ข้าพเจ้าได้มาเยือนเวียดนามครั้งล่าสุด เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว ก็รู้สึกชื่นชมเป็นอย่างมากที่ได้เห็นความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อันเป็นผลจากความมุ่งมั่น และร่วมแรงร่วมใจ ของรัฐบาล และประชาชนชาวเวียดนาม เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้แก่อนุชนรุ่นหลัง เป็นที่น่ายินดีที่ประชาชนของเราทั้งสองประเทศ ต่างมีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน และไปมาหาสู่กัน  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งนับได้ว่าเป็นรากฐานสำคัญอย่างยิ่ง ของความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับเวียดนาม และเป็นปัจจัยเกื้อกูล การสืบสานมิตรภาพระหว่างประเทศทั้งสอง ให้เจริญงอกงามยิ่ง ๆ ขึ้น ข้าพเจ้าหวังว่าการมาเยือนเวียดนามครั้งนี้ ในโอกาสครบ 50 ปี ที่ประเทศของเราได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน จะเป็นการยืนยันถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้น และความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน ทั้งเป็นการเสริมสร้างสัมพันธไมตรี ในฐานะมิตรประเทศ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน และสมาชิกของประชาคมโลก ให้มั่นคงยืนยาวสืบไป  ขออำนวยพรให้ท่านประธานาธิบดี และท่านโง เฟือง ลี ตลอดถึงประชาชนชาวเวียดนาม มีความสุขและความสำเร็จ ทั้งขอให้ประเทศของเราทั้งสอง มีมิตรภาพที่รุ่งเรืองไพบูลย์สืบไปชั่วกาลนาน”

จบแล้ว ทรงดื่มอำนวยพรแก่ประธานาธิบดีและภริยา แล้วเสวยพระกระยาหารค่ำ พร้อมทอดพระเนตรการแสดงทางวัฒนธรรมของเวียดนาม

เมื่อจบการแสดง ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับ ประธานาธิบดีและภริยา พร้อมด้วยนักแสดง เป็นอันเสร็จสิ้นงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ 

เนื่องจากปัญหาด้านสภาพอากาศฝ่ายเวียดนามได้ยกเลิกการแสดงทางวัฒนธรรม ณ วัดหง็อกเซิน จากนั้นประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมที่ประทับ โดยประธานาธิบดีและภริยา เฝ้าส่งเสด็จที่รถยนต์พระที่นั่ง

วันที่ 16 กันยายน พุทธศักราช 2569 เวลา 10 นาฬิกา 36 นาที ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงฮานอย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินจากโรงแรมที่ประทับแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย ถึงยังอนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน บริเวณจตุรัสบาดิ่ญห์ โดยมี นายเล แค้ง หาย รัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม และพันเอก (พิเศษ) ฝั่ม วัน เหี่ยน รองผู้บัญชาการกองบัญชาการรักษาความปลอดภัยสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ 

ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ

โอกาสนี้ ทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน ซึ่งเลื่อนการจัดพิธีเป็นวันนี้เนื่องจากปัญหาด้านสภาพอากาศ  อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน เป็นสถานที่สำหรับสักการะและรำลึกถึงวีรชนที่เสียสละชีพเพื่อเอกราชและเสรีภาพของเวียดนาม มีความสูง 12.6 เมตร มีรูปร่างคล้ายเทียนเล่มใหญ่ที่ส่องประกายขึ้นสู่ท้องฟ้า ตรงกลางอนุสาวรีย์เป็นพื้นที่โล่ง สำหรับตั้งแท่นบูชารำลึกถึงวีรชนและทหารกล้าผู้ล่วงลับ เปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2537 เพื่อร่วมรำลึกในโอกาสครบ 40 ปี ชัยชนะสมรภูมิเดียนเบียนฟู 
 
ในการนี้ ประทับยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่วีรชนและผู้เสียสละ วงดุริยางค์บรรเลง “เพลงดวงวิญญาณของวีรบุรุษ” 

ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ

เวลา 10 นาฬิกา 47 นาที เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลา ณ สุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ โดยมี รัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม และพลตรี ฝั่ม หาย จุง ผู้บัญชาการกองบัญชาการรักษาความปลอดภัยสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ 
 
ระหว่างทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศไปยังลานหน้าสุสานฯ วงดุริยางค์บรรเลงเพลง “กา เหง่ย โฮ จิ มินห์” หรือ “เพลงสรรเสริญโฮจิมินห์” 

ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ

สุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ สร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษาร่างของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ตั้งอยู่ที่จัตุรัสบาดิ่ญห์ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ที่สะท้อนความเคารพของชาวเวียดนามต่ออดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ผู้เคลื่อนไหวและต่อสู้เพื่อเอกราชของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มีความสูง 21.6 เมตร ฐานกว้าง 31 เมตร เปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2518  
  
ในการนี้ ประทับยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ วงดุริยางค์บรรเลงเพลง “แหลง ตุ กา” ซึ่งเป็นเพลงสรรเสริญ แล้วเสด็จเข้าด้านในสุสาน วงดุริยางค์บรรเลงเพลง “ผู้ซึ่งเป็นความศรัทธาแห่งชัยชนะอันแน่นอน”

ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ

 ด้านบนของสุสานฯ สลักคำว่า "ประธานาธิบดีโฮจิมินห์” เป็นภาษาเวียดนามว่า "จู๊ ติก โฮจิมินห์" (Chu Tich Ho Chi Minh) ภายในสุสานฯ มีคำกล่าวของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณความรักชาติและความรักอิสรเสรีของชาวเวียดนาม ทั้งยังเป็นเครื่องเตือนใจแก่ชนรุ่นหลัง จารึกบนผนังหินอ่อนเป็นภาษาเวียดนามว่า “คง ก่อ กี้เอิน ดอก หลับ ซอ แฮ่ง ฟุก (Khong co gi guy hon doc lap tu do hanh phuc)” มีความหมายว่า "ไม่มีสิ่งใดที่สูงค่ากว่าเอกราชและอิสรภาพ" 

ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ

เวลา 11 นาฬิกา 6 นาที เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดกว๋านสือ กรุงฮานอย โดยมี พระมหาคณาจารย์ทิธ ทาญ เหญียว รองประธานถาวรสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนามและเจ้าอาวาสวัดกว๋านสือ, พระมหาคณาจารย์ทิธ ดึ๊ก เถี่ยน รองประธานและเลขาธิการสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม, พระมหาคณาจารย์ทิธ ทัญ ต๊วน รองเลขาธิการและหัวหน้าสำนักงานใหญ่ของสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม, พระมหาคณาจารย์ทิธ ทัญ ฮเวิน กรรมการเลขาธิการและรองหัวหน้าสำนักงานใหญ่ของสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม พร้อมด้วยพระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนชาวเวียดนาม เฝ้ารับเสด็จ และเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ 

ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ

วัดกว๋านสือ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์เล ในพุทธศตวรรษที่ 20 เป็นวัดโบราณที่มีอายุกว่า 600 ปี เดิมเป็นวัดขนาดเล็ก ใช้เป็นสถานที่รับรองพระธรรมทูตจากต่างประเทศ ต่อมาได้มีการต่อเติมให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและได้รับการบูรณะตามหลักสถาปัตยกรรมวัดทางภาคเหนือของเวียดนาม ในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปสำคัญ อาทิ พระอมิตาภพุทธเจ้า พระศากยมุนีพุทธเจ้า  และพระเมตไตรยพุทธเจ้า 

เมื่อเสด็จเข้าพระอุโบสถ พระมหาคณาจารย์ทิธ เถียน เญิน ประธานสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม ทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปยังแท่นบูชาเบื้องหน้าพระประธาน 

ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน และดอกไม้ธูปเทียนแพ ที่โต๊ะหน้าแท่นบูชา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง ทรงกราบ คณะสงฆ์เวียดนาม จำนวน 30 รูป เจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล 

วัดกว๋านสือ เป็นที่ตั้งของสำนักงานกลางพุทธศาสนาเวียดนาม ซึ่งเทียบเท่าสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม และยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านพุทธศาสนาในเวียดนาม ด้านหลังวัดเป็นที่ตั้งโรงเรียนสอนพระธรรมวินัย มีหอวิจัย หอแสดงธรรม และหอสมุดรวบรวมพระไตรปิฎกและเอกสารทางพุทธศาสนา 

ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ

ในการนี้ ประธานสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนามถวาย “พระพุทธรูปพระอมิตาภพุทธเจ้า” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เป็นพระอมิตาภพุทธเจ้าจำลอง จากวัดเฝิดติ๊ก จังหวัดบั๊กนิญ วัดเก่าแก่ที่สำคัญแห่งหนึ่งของเวียดนาม เสร็จแล้วประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับยังโรงแรมที่ประทับ

ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชน-เสด็จฯ วัดกว๋านสือ