วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

Drone Tech Asia 2026 รองรับเศรษฐกิจเพดานบินต่ำ หนุนโดรนไทยก้าวกระโดด

งาน Drone Tech Asia 2026 รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจเพดานบินต่ำ หนุนอุตสาหกรรมโดรนไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ชี้ไทยยังยืนแถวหน้าธุรกิจโดรนอาเซียน

KEY POINTS

  • งาน Drone Tech Asia 2026 เวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่และขยายตลาด โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ 100-150 ล้านบาท
  • งานนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการพัฒนา "เศรษฐกิจเพดานบินต่ำ" (Low-Altitude Economy)  ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานให้ทัดเทียมสากล
  • ประเทศไทยมีศักยภาพเป็นผู้นำตลาดโดรนในอาเซียน โดยเฉพาะด้านการเกษตรและความมั่นคง และมีแนวโน้มขยายตัวสู่ธุรกิจโลจิสติกส์ในอนาคต

น.ส.เยาวลักษณ์ ชูวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการ บริษัท จีเอ็มแอล เอ็กซิบิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปัจจุบันการใช้งานโดรนได้ขยายไปสู่หลายภาคส่วน ตั้งแต่การเกษตร อุตสาหกรรม การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ ความปลอดภัย การป้องกันประเทศ

Drone Tech Asia 2026 รองรับเศรษฐกิจเพดานบินต่ำ หนุนโดรนไทยก้าวกระโดด

ไปจนถึงภารกิจกู้ภัย เช่น การใช้โดรนค้นหาผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในบ้านเรือนช่วงน้ำท่วม พร้อมนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ผ่าน AI เพื่อช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในการวางแผนการดำเนินงาน และการติดตามภาวการณ์ระบาดของแมลง และโรคพืชต่าง ๆ 

จากแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว ทางบริษัทฯ จึงได้จัดงาน Drone Tech Asia 2026 ซึ่งเป็นการจัดครั้งที่ 2 ในไทย หลังจากที่ได้จัดครั้งแรกไปเมื่อปี 2567 มีบริษัทเข้าร่วมประมาณ 70 บริษัท และเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 100 บริษัทในปีนี้

โดยสัดส่วนผู้ประกอบการไทยอยู่ที่ประมาณ 40% และต่างชาติ 60% มีผู้ประกอบการจากหลายประเทศเข้าร่วม อาทิ ตุรกี รัสเซีย ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานมากที่สุด

ขณะเดียวกัน ความสนใจของผู้ซื้อก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่เน้นตัวโดรนเป็นหลัก มาเป็นเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ AI เพื่อนำไปปรับใช้ในธุรกิจต่าง ๆ

โดรนที่นำมาจำแสดงในปีนี้กว่า 50% ยังเป็นโดรนเพื่อการเกษตร รองลงมาคือโดรนสำหรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและงานกู้ภัย โดยเฉพาะตลาดโดรนด้านความมั่นคงที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งโดรนโจมตี โดรนลาดตระเวน ระบบตรวจจับโดรน และเทคโนโลยีต่อต้านโดรน

คาดคนร่วมงานทะลุ 5,000 คน เงินสะพัด 150 ล้าน

นอกจากนี้ การขยายตัวของตลาดยังสะท้อนผ่านจำนวนผู้เข้าชมงาน โดยในงาน Drone Tech Asia 2024 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมประมาณ 3,000 คน และสร้างมูลค่าทางธุรกิจเกือบ 100 ล้านบาท

ขณะที่การจัดงานในปีนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 5,000 คน และสร้างมูลค่าทางธุรกิจประมาณ 100-150 ล้านบาท โดยกลุ่มผู้เข้าร่วมงานในประเทศส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม และนักธุรกิจ

ขณะที่กลุ่มต่างประเทศมีการเชิญผู้บริหารและตัวแทนหน่วยงานภาครัฐจากประเทศอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เข้าร่วม เพื่อสร้างเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจในระดับภูมิภาค

Drone Tech Asia 2026 รองรับเศรษฐกิจเพดานบินต่ำ หนุนโดรนไทยก้าวกระโดด

สำหรับการแข่งขันในภูมิภาค น.ส.เยาวลักษณ์ ประเมินว่า ไทยยังมีความได้เปรียบและอยู่ในกลุ่มผู้นำธุรกิจโดรนของอาเซียน โดยเฉพาะด้านการเกษตร แม้โดรนส่วนใหญ่ที่ใช้งานจะนำเข้าจากจีน ขณะที่ผู้ผลิตไทยมีจำนวนไม่มาก แต่ก็ได้เร่งพัฒนาศักยภาพ และขยายไปสู่การสร้างโดรนขนาดใหญ่ ส่วนตลาดโดรนสำรวจ สิงคโปร์และไทยถือเป็นผู้เล่นสำคัญของภูมิภาค

หากประเมินภาพรวมทุกประเภท ไทยยังมีศักยภาพอยู่ในระดับแนวหน้าของอาเซียน ตามด้วยเวียดนาม โดยในปีที่ผ่านมามูลค่าตลาดโดรนไทยเพิ่มขึ้นแตะระดับ 260 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และมีแนวโน้มเติบโตกว่า 10% ต่อปี

เป้าหมายก้าวเข้าสู่ “เศรษฐกิจเพดานบินต่ำ”

ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะต่อไป คือ “กฎระเบียบ” ซึ่งปัจจุบันสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) อยู่ระหว่างปรับปรุงกฎระเบียบ

ทั้งการขออนุญาตบิน การขึ้นทะเบียน การสอบและออกใบอนุญาตผู้บังคับโดรน ตลอดจนการจัดทำโรดแมปพัฒนาอุตสาหกรรมโดรน

โดยมีเป้าหมายในช่วง 3 ปี ไทยจะมีโครงสร้างพื้นฐานด้านโดรนทัดเทียมประเทศชั้นนำ เพื่อก้าวเข้าสู่ “เศรษฐกิจเพดานบินต่ำ” หรือ Low-Altitude Economy ซึ่งกำลังเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่หลายประเทศให้ความสำคัญ

Drone Tech Asia 2026 รองรับเศรษฐกิจเพดานบินต่ำ หนุนโดรนไทยก้าวกระโดด

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่ระบบสอบใบอนุญาตผู้บังคับโดรนออนไลน์ การขึ้นทะเบียน ไปจนถึงการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ เพื่อให้โดรนที่ขึ้นบินสามารถแสดงข้อมูลบนระบบติดตามของหน่วยงานภาครัฐ

และทำให้อากาศยานประเภทต่างๆ สามารถใช้พื้นที่น่านฟ้าร่วมกันได้อย่างปลอดภัย ซึ่ง AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารเส้นทางและจัดการจราจรทางอากาศ

รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร เช่น ระบบเซลลูลาร์ผ่านดาวเทียม เพื่อรองรับการควบคุมโดรนในระยะไกลและการบินนอกระยะสายตา

Drone Tech Asia 2026 เปิดโอกาสสู่คู่ค้าใหม่ 

ด้าน ผศ.ดร.สุรเดช ตัญตรัยรัตน์ ที่ปรึกษา บริษัท ไอครีเอทีฟซิสเต็มส์ จำกัด กล่าวว่า การจัดงาน Drone Tech Asia 2026 จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐและองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ

โดยในงานเมื่อปี 2567 ลูกค้าของบริษัทมากกว่า 80% ที่เกิดขึ้นจากงานดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานภาครัฐ 

Drone Tech Asia 2026 รองรับเศรษฐกิจเพดานบินต่ำ หนุนโดรนไทยก้าวกระโดด

อย่างไรก็ตาม การขยายตลาดโดรนไปต่างประเทศยังมีข้อจำกัด เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาสูงและลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการเห็นผลิตภัณฑ์จริง รวมถึงทดลองประสิทธิภาพการบินก่อนตัดสินใจซื้อ

ทำให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องสร้างพันธมิตรท้องถิ่นหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศเป้าหมาย เพื่อให้สามารถสาธิตและให้บริการหลังการขายได้

ที่ผ่านมาเริ่มมีคู่ค้าจากอเมริกาใต้และเวียดนามแสดงความสนใจเทคโนโลยีโดรนของไทย สะท้อนโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการขยายเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ หากสามารถสร้างเครือข่ายการขายและบริการหลังการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“แม้ว่าในขณะนี้จะมีโดรนจากต่างชาติโดยเฉพาะจีนเข้ามาแข่งขึ้นในไทยเพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการไทยมีจุดแข็งอยู่ที่การให้บริการหลังการขาย การซ่อมบำรุง และความสามารถในการพัฒนาโซลูชันให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตต่างชาติบางรายไม่สามารถตอบสนองได้รวดเร็วเท่าผู้ประกอบการในประเทศ” ผศ.ดร.สุรเดช กล่าว

Drone Tech Asia 2026 รองรับเศรษฐกิจเพดานบินต่ำ หนุนโดรนไทยก้าวกระโดด

เปิดตัว “Drone in a Box” ควบคุมการบินระยะไกล

สำหรับไฮไลท์สำคัญของบริษัทที่จะนำมาเปิดตัวในงานครั้งนี้ ก็คือเทคโนโลยี “Drone in a Box” หรือระบบสถานีจัดเก็บและชาร์จโดรนอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้โดรนสามารถบินขึ้นปฏิบัติภารกิจ กลับเข้าฐาน ชาร์จพลังงาน และส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบได้โดยอัตโนมัติ โดยผู้ควบคุมไม่จำเป็นต้องประจำอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการ

เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถนำไปใช้กับงานตรวจการณ์โรงงานและพื้นที่อุตสาหกรรม เหมืองแร่ การรักษาความปลอดภัย การลาดตระเวน และการตรวจสอบพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยระบบสามารถกำหนดภารกิจและเส้นทางบินอัตโนมัติ ทำให้โดรนสามารถปฏิบัติงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน

โลจิสติกส์จ่อเป็น “คลื่นลูกใหม่” ธุรกิจโดรน

ในอนาคตอันใกล้นี้โดรนจะถูกนำไปใช้ในธุรกิจโลจิสติกส์เพิ่มขึ้นมาก และเป็นธุรกิจที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะมีมูลค่าการตลาดสูงมาก แม้ปัจจุบันยังติดข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและกฎระเบียบ แต่เริ่มเห็นการใช้งานจริงในภารกิจเฉพาะทาง

Drone Tech Asia 2026 รองรับเศรษฐกิจเพดานบินต่ำ หนุนโดรนไทยก้าวกระโดด

เช่น การขนส่งยาและเวชภัณฑ์ไปยังพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งการขนส่งเวชภัณฑ์จะเป็นหนึ่งในตลาดแรกของโดรนโลจิสติกส์ ก่อนขยายไปสู่การขนส่งสินค้าในพื้นที่ที่การเดินทางทางบกทำได้ยาก เช่น พื้นที่ท่องเที่ยวที่ห่างไกล ภูเขา และเกาะ

ตัวอย่างการใช้งานที่มีศักยภาพ ได้แก่ การให้บริการขนส่งสินค้า และสัมภาระให้กับนักท่องเที่ยวในภูเขาสูง การขนขยะจากพื้นที่สูงลงมาจัดการ หรือการขนส่งสินค้า และผู้โดยสารระหว่างเกาะ ซึ่งสามารถลดข้อจำกัดด้านเวลาและเพิ่มความสะดวกสบายได้มาก

จับตา “Low-Altitude Economy” เศรษฐกิจใหม่เหนือพื้นดิน

นอกจากธุรกิจโลจิสติกส์และการเดินทางแล้ว การเติบโตของเศรษฐกิจเพดานบินต่ำยังจะสร้างความต้องการแรงงานใหม่ ตั้งแต่ผู้บังคับโดรน ช่างซ่อมบำรุง ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ นักวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงบุคลากรด้านการบริหารจราจรทางอากาศ

“เทคโนโลยีโดรนยังถือเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่หลายประเทศกำลังแข่งขันกัน หากประเทศไทยสามารถปรับกฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาบุคลากรให้เดินทันเทคโนโลยี ไทยมีโอกาสก้าวนำหลายประเทศ และยกระดับจากการเป็นตลาดผู้ใช้โดรน ไปสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโดรนและเศรษฐกิจเพดานบินต่ำของภูมิภาคได้” ผศ.ดร.สุรเดช