วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

เช็กลิสต์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ล่าสุด รับมือสภาพอากาศแปรปรวน

ปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศพุ่ง 82% สทนช. เตือนไทยตอนบนรับมืออากาศแปรปรวน ภาคใต้ฝนตกหนัก พร้อมเฝ้าระวังน้ำหนุนสูงช่วงนี้

ภาพรวมสภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยตอนบนยังคงเผชิญกับฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางแห่ง รวมถึงความเสี่ยงจากฟ้าผ่าในบางพื้นที่ โดยพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เปิดเผยคำคาดการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 5 - 9 พฤศจิกายน 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวนอย่างเห็นได้ชัด เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่งในระยะแรก ขณะที่พื้นที่ภาคใต้ยังคงต้องรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งอย่างต่อเนื่อง

สรุปสถานการณ์ฝนสูงสุดรายภาค (ข้อมูล ณ วันที่ 4 พ.ย. 69)

จากการติดตามปริมาณฝนสะสมในรอบวัน พบจังหวัดที่มีปริมาณฝนสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ดังนี้

  • ภาคใต้ จังหวัดพังงา มีปริมาณฝนสูงสุด 66 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออก จังหวัดตราด มีปริมาณฝนสูงสุด 59 มิลลิเมตร
  • ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย มีปริมาณฝนสูงสุด 56 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันตก จังหวัดราชบุรี มีปริมาณฝนสูงสุด 31 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานี มีปริมาณฝนสูงสุด 28 มิลลิเมตร
  • ภาคกลาง จังหวัดสมุทรสาคร มีปริมาณฝนสูงสุด 17 มิลลิเมตร

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวม และรายภูมิภาค

ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศขณะนี้มีรวมกัน 66,394 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 82% ของความจุเก็บกักรวม โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 42,268 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 74% ของความจุเก็บกักรวม)

สรุปความจุอ่างเก็บน้ำแยกตามรายภาค

  1. ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำ 27,366 ล้าน ลบ.ม. (97% ของความจุเก็บกัก) - เป็นภูมิภาคที่มีสัดส่วนน้ำสะสมสูงสุด
  2. ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 2,837 ล้าน ลบ.ม. (90% ของความจุเก็บกัก)
  3. ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 21,063 ล้าน ลบ.ม. (76% ของความจุเก็บกัก)
  4. ภาคกลาง มีปริมาณน้ำ 1,374 ล้าน ลบ.ม. (73% ของความจุเก็บกัก)
  5. ภาคใต้ มีปริมาณน้ำ 5,454 ล้าน ลบ.ม. (70% ของความจุเก็บกัก)
  6. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำ 8,300 ล้าน ลบ.ม. (69% ของความจุเก็บกัก)

สถานการณ์น้ำใน 2 เขื่อนหลักภาคใต้

  • เขื่อนรัชชประภา ปริมาณน้ำ 4,260 ล้าน ลบ.ม. (76% ของความจุเก็บกัก)
  • เขื่อนบางลาง ปริมาณน้ำ 769 ล้าน ลบ.ม. (53% ของความจุเก็บกัก)

ประกาศแจ้งเตือน สทนช. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง และพื้นที่เสี่ยงท่วม

สทนช. ออกประกาศเตือนภัยต่อเนื่องเรื่อง น้ำทะเลหนุนสูง ในช่วงวันที่ 31 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2569 สืบเนื่องจากอิทธิพลของความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนที่แพร่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนจนคลื่นลมมีกำลังแรงขึ้น

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และหนุนดันระดับน้ำบริเวณปากแม่น้ำที่เชื่อมต่อกับทะเลให้เพิ่มสูงตามไปด้วย ซึ่งอาจเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เสี่ยงภัย ได้แก่

  • พื้นที่ริมแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง
  • ชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ และพื้นที่ที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร
  • เส้นทางสัญจรสำคัญ ได้แก่ ถนนสุขุมวิท ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนพระราม 2

8 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนใกล้ชิด

ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังในพื้นที่ ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ, กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรสาคร, นครปฐม และสมุทรสงคราม

คำแนะนำและการเตรียมพร้อมสำหรับประชาชน

  1. ติดตามข่าวสารอากาศแปรปรวน ประชาชนในประเทศไทยตอนบนควรระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกในช่วงวันที่ 5 - 9 พ.ย. 69 ตรวจสอบความแข็งแรงของสิ่งปลูกสร้าง ป้ายโฆษณา และไม้ยืนต้น
  2. ระวังภัยจากน้ำทะเลหนุน ผู้ที่อยู่อาศัยริมแม่น้ำสายหลักและพื้นที่ low-lying ใน 8 จังหวัดเสี่ยงภัย ควรยกของขึ้นที่สูง และระมัดระวังการเดินทางบนเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง
  3. เกษตรกรเตรียมรับมือ ควรเตรียมการป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรจากฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในช่วงสัปดาห์นี้