กทม. เตือนด่วน! 5-9 พ.ย. 69 รับมืออากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง เสี่ยงน้ำท่วมขัง แนะเผื่อเวลาเดินทางและเช็กจุดเสี่ยงก่อนออกจากบ้าน
กรมอุตุนิยมวิทยาและกรุงเทพมหานคร ออกประกาศแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และทั่วทุกภาคของประเทศไทย ให้เตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศแปรปรวนฉับพลัน ในช่วงวันที่ 5-9 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางและการดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง
สาเหตุสภาพอากาศแปรปรวน มวลอากาศเย็นระลอกใหม่แผ่ปกคลุม
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนักในครั้งนี้ เกิดจาก บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การปะทะกันของมวลอากาศเย็นกับความชื้นในพื้นที่ประเทศไทย จึงส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากตามมา
เจาะลึกพื้นที่ได้รับผลกระทบและช่วงเวลาเฝ้าระวัง
กรมอุตุนิยมวิทยาได้แบ่งช่วงเวลาของผลกระทบตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเฝ้าระวังและเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง ดังนี้
1. ช่วงวันที่ 5 - 7 พฤศจิกายน 2569 ประเทศไทยตอนบน กทม. และปริมณฑล
สภาพอากาศในระยะนี้จะเริ่มมีสัญญาณแปรปรวน โดยมีลักษณะของ ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) จะเป็นพื้นที่แรกที่ได้รับผลกระทบจากมวลอากาศเย็นและฝนฟ้าคะนอง
- ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะถัดมา โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด น้ำท่วมขังรอการระบาย ในหลายจุดเสี่ยง
2. ช่วงวันที่ 7 - 9 พฤศจิกายน 2569 ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก
เมื่อมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมต่อเนื่อง ลมฝ่ายตะวันออกที่พัดผ่านอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ ภาคใต้มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- เกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมี ฝนตกหนักมากบางแห่ง
- ข้อควรระวังพิเศษ อันตรายจากฝนตกสะสม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิด น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ
เตือนภัยคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอ่าวไทยและอันดามัน
นอกเหนือจากฝนตกหนักและลมกระโชกแรงบนบกแล้ว ในส่วนของสภาพเรือและคลื่นลมทางทะเล ก็เป็นสิ่งที่คุณแม่ค้า ชาวเรือ และนักท่องเที่ยวต้องเพิ่มความระมัดระวัง
- บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองในทะเลอันดามันและอ่าวไทย จะมี คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ข้อแนะนำสำหรับชาวเรือ ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการนำเรือเข้าไปในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ข้อปฏิบัติและแนวทางป้องกันอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวน
เพื่อลดผลกระทบและความเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้น ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรปฏิบัติตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด
- ระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงและฟ้าผ่า หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ไม่เข้าใกล้หรือหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง และป้ายโฆษณาขนาดใหญ่
- ตรวจเช็กบ้านเรือนให้มั่นคง ตรวจสอบหลังคาบ้าน ต้นไม้ หรือสิ่งสิ่งก่อสร้างรอบบ้านให้อยู่ในสภาพแข็งแรง พร้อมรับมือกับลมกระโชกแรง
- วางแผนการเดินทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ควรเผื่อเวลาการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักและสายรอง ซึ่งจะส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก
- ชาวภาคใต้เฝ้าระวังน้ำท่วม ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ควรยกของขึ้นที่สูง เตรียมกระสอบทราย และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
ช่องทางแจ้งเหตุน้ำท่วมและขอความช่วยเหลือใน กทม.
หากประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครพบปัญหาน้ำท่วมขัง ท่อระบายน้ำอุดตัน หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อแจ้งเหตุได้ตามช่องทางต่างๆ ดังนี้
- สายด่วน กทม. : โทร. 1555 (บริการตลอด 24 ชั่วโมง)
- แอปพลิเคชัน Line : @Traffyfondue (แจ้งเหตุพร้อมระบุพิกัดและถ่ายรูปได้ทันที)
- Facebook : ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม.
- ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมถนนสายหลัก : โทร. 0 2248 5115
ช่องทางการติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างเป็นทางการ
ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ให้ติดตามประกาศเตือนภัยจากทางราชการและกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและทันท่วงที
- เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา
- สายด่วนกรมอุตุนิยมวิทยา โทร. 1182 หรือ 0-2399-4012-13 (บริการตลอด 24 ชั่วโมง)





