AOC 1441 เตือนภัย! มิจฉาชีพฉวยโอกาสวิกฤตน้าท่วม แอบอ้างรับเงินเยียวยา เปิดเพจบริจาคปลอม และส่งลิงก์ดูดเงิน ย้ำ "เช็กก่อนโอน" ป้องกันสูญเงินหมดบัญชี
ภัยธรรมชาติอย่าง "สถานการณ์อุทกภัย" หรือ "น้ำท่วม" ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน ทรัพย์สิน และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นช่องทางให้กลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมความทุกข์ยากของผู้ประสบภัยและคนไทยที่มีจิตกุศลด้วยการประดิษฐ์กลโกงรูปแบบใหม่ๆ บนโลกออนไลน์
ล่าสุด ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนถึงประชาชนทั่วประเทศ ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษต่อการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพไซเบอร์ ที่แอบอ้างชื่อหน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิ และองค์กรการกุศล เพื่อหลอกขโมยข้อมูลส่วนบุคคล ดูดเงินในบัญชี และยักยอกเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย
เปิด 3 รูปแบบกลโกงมิจฉาชีพช่วงน้ำท่วม ที่ต้องระวังขั้นสุด
มิจฉาชีพมักอาศัยความเดือดร้อนเร่งด่วน ความสงสาร และความตื่นตระหนกของประชาชนในการสร้างเรื่องหลอกลวง โดยจากการตรวจสอบของศูนย์ AOC 1441 พบว่ามี 3 กลโกงหลักที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในสื่อสังคมออนไลน์และระบบข้อความสั้น (SMS) ดังนี้
1. หลอกลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วม
กลโกงนี้มุ่งเป้าไปที่ผู้ประสบภัยโดยตรงที่กำลังรอคอยเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ มิจฉาชีพจะใช้วิธีการส่ง SMS แนบลิงก์ หรือสร้างเพจ Facebook/Line Official ปลอม แอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
- วิธีการหลอกลวง ชักชวนให้กดลิงก์เข้าไปกรอกข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด บัญชีธนาคาร รหัส OTP หรือชักชวนให้เพิ่มเพื่อนทาง LINE เพื่อดึงข้อมูลนำไปใช้ทุจริต
- ข้อสังเกต มีการ "หลอกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม" ค่าดำเนินการ หรือค่าลงทะเบียนล่วงหน้า โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนจำเป็นในการเร่งรัดการจ่ายเงินช่วยเหลือ หากพบการเรียกเก็บเงินก่อน ให้สันนิษฐานทันทีว่าเป็นมิจฉาชีพ
2. เปิดเพจรับบริจาคน้ำท่วมปลอม หลอกคนใจบุญ
มิจฉาชีพใช้วิธีสร้างเพจโซเชียลมีเดียหรือบัญชีรับโอนเงินปลอมขึ้นมา โดยใช้ชื่อ ภาพโปรไฟล์ และโลโก้เลียนแบบหน่วยงานรัฐ มูลนิธิชื่อดัง องค์กรกุศล หรือแม้กระทั่งบุคคลที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือ
- วิธีการหลอกลวง เปิดรับบริจาคเงินอ้างว่าเพื่อนำไปซื้อสิ่งของอุปโภคบริโภค ถุงยังชีพ หรือยารักษาโรคส่งต่อให้ผู้ประสบภัย แต่แท้จริงแล้วบัญชีรับเงินเป็น "บัญชีม้า" ที่มิจฉาชีพควบคุมเอง ทำให้เงินบริจาคไม่เคยส่งถึงมือผู้เดือดร้อนจริง
- เทคโนโลยี AI ซ้ำเติมภัย ปัจจุบันมิจฉาชีพไม่ได้ใช้แค่ภาพเหตุการณ์เก่าหรือภาพความเสียหายในอดีตเท่านั้น แต่ยังนำเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) มาสร้างภาพและคลิปวิดีโอเหตุการณ์น้ำท่วมปลอมที่ดูน่าสงสารและสมจริงมาก เพื่อกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึก และเร่งรัดให้ประชาชนรีบโอนเงินโดยไม่ทันตรวจสอบ
3. ส่งลิงก์ข่าวน้ำท่วมปลอม หรือข้อมูลจราจรหลอกดูดข้อมูล
ในช่วงวิกฤต ประชาชนมักจะค้นหาข่าวสารอัปเดตสถานการณ์น้ำท่วม เส้นทางการเดินทาง หรือการแจ้งเตือนภัยอย่างใกล้ชิด มิจฉาชีพจึงอาศัยช่องว่างนี้สร้างลิงก์ข่าวปลอมขึ้นมา
- วิธีการหลอกลวง ส่ง SMS หรือแชร์ลิงก์ตามกลุ่มโซเชียลมีเดีย โดยพาดหัวข่าวให้น่าสนใจ เช่น "ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมด่วน" หรือ "เช็กเส้นทางน้ำท่วมผ่านแอปนี้" เมื่อประชาชนกดเข้าไป ลิงก์ดังกล่าวอาจเป็นเว็บไซต์ตกหล่น (Phishing Web) เพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัว หรือหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันแฝงมัลแวร์ (Malware) สำหรับควบคุมโทรศัพท์มือถือและดูดเงินออกจากบัญชีธนาคาร
4 แนวทางป้องกันตัว ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพช่วงอุทกภัย
ศูนย์ AOC 1441 และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้แนะแนวปฏิบัติและข้อควรระวังสำคัญ เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม ดังนี้
1. อย่ารีบกดลิงก์จาก SMS หรือข้อความแปลกหน้า
หากได้รับ SMS หรือข้อความเชิญชวนให้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา อย่ากดลิงก์โดยเด็ดขาด ให้ตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่รับผิดชอบผ่านช่องทางทางการ เช่น สายด่วนของหน่วยงานนั้นๆ หรือเว็บไซต์หลักของภาครัฐก่อนทุกครั้ง
2. อย่าหลงเชื่อการให้จ่ายเงินล่วงหน้า
มาตรการช่วยเหลือและเงินเยียวยาจากภาครัฐ ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าดำเนินการ หรือค่าลงทะเบียนล่วงหน้าใดๆ ทั้งสิ้น หากมีการอ้างว่าต้องโอนเงินก่อนจึงจะได้รับเงินช่วยเหลือ ให้หยุดดำเนินการทันที
3. ตรวจสอบความถูกต้องอย่างถี่ถ้วนก่อนโอนเงินบริจาค
ก่อนตัดสินใจโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ต้องเช็กชื่อหน่วยงาน ชื่อเพจ และชื่อบัญชีผู้รับเงินอย่างละเอียดจากช่องทางที่เป็นทางการ (Official) อย่ายึดถือเพียงแค่ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ หรือข้อความสะเทือนใจ เพราะอาจเป็นภาพเก่าหรือภาพสร้างด้วย AI
4. ไม่ส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
งดการแชร์หรือส่งต่อประกาศลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ลิงก์ข่าวสาร และข้อความเปิดรับบริจาคที่ไม่ทราบแหล่งที่มาชัดเจน เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายข้อมูลเท็จในสังคม
บริจาคอย่างไร ให้เงินถึงมือผู้ประสบภัยตัวจริง?
สำหรับประชาชนผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการร่วมส่งต่อความช่วยเหลือไปยังพี่น้องผู้ประสบภัยอุทกภัย สามารถปฏิบัติตามหลักการบริจาคอย่างปลอดภัยได้ดังนี้
- เช็กช่องทาง Official เท่านั้น ตรวจสอบประกาศรับบริจาคจากเว็บไซต์ทางการ หรือเพจที่มีเครื่องหมายติ๊กถูก (Verified Badge) ขององค์กร เช่น สภากาชาดไทย สำนักนายกรัฐมนตรี มูลนิธิพระราชทาน หรือองค์กรการกุศลที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
- ตรวจสอบชื่อบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชีผู้รับเงินบริจาคต้องเป็น "ชื่อองค์กร หรือ ชื่อมูลนิธิ" เท่านั้น หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา หรือบัญชีชื่อส่วนตัวที่อ้างว่าเป็นตัวแทนรับบริจาค
สงสัยว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวง ต้องทำอย่างไร?
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เน้นย้ำว่า หากประชาชนพบเห็นเบาะแสเว็บไซต์/เพจปลอม หรือสงสัยว่าตนเองกำลังถูกมิจฉาชีพหลอกลวง ตลอดจนกรณีที่พลาดท่าโอนเงินหรือกรอกข้อมูลไปแล้ว สามารถแจ้งเหตุได้ทันทีที่
สายด่วน AOC 1441 (ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์)
- ให้บริการ ตลอด 24 ชั่วโมง
- ให้คำแนะนำ รับเรื่องร้องเรียน และประสานงาน "ระงับบัญชีธนาคารมิจฉาชีพทันที" เพื่อเพิ่มโอกาสในการอายัดเงินและยับยั้งความเสียหายได้อย่างทันท่วงที
AOC 1441 ย้ำเตือนขอให้ประชาชนทุกคนยึดหลัก “ตรวจสอบก่อนคลิก เช็กให้ชัวร์ก่อนโอน” ติดตามมาตรการช่วยเหลือและข่าวสารจากช่องทางทางการของภาครัฐเท่านั้น เพื่อให้ทุกความช่วยเหลือส่งตรงถึงมือผู้ประสบภัยอย่างแท้จริง และไม่เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพฉวยวิกฤตมาซ้ำเติมคนไทยในยามยากลำบาก





