ปภ. ยกระดับรับมือฝนตกหนักภาคใต้ 22-25 ต.ค. 69 สั่งระดมเครื่องจักรกล เปิดศูนย์พักพิง และเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast ตลอด 24 ชม.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สั่งการด่วนยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยและสาธารณภัยในพื้นที่ภาคใต้ หลังอุตุฯ เตือนมรสุมพาดผ่าน เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง พร้อมเปิดศูนย์พักพิง เร่งระบายน้ำ และอำนวยความสะดวกเรื่องค่าสินไหมทดแทนประกันภัยพิบัติแก่ประชาชน
วันนี้ (22 ต.ค. 69) ณ ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ชั้น 5 อาคาร 3 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มอบหมายให้ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ครั้งที่ 3/2570
การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฝ้าระวัง ติดตามการรายงานสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด และวางแนวทางเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น โดยมีผู้บริหาร ปภ., ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.จ.) เข้าร่วมประชุมทั้ง ณ ที่ตั้ง และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยพร้อมเพรียงกัน
พยากรณ์อากาศ 22 - 25 ต.ค. 69 เตือนภาคใต้ฝนตกหนัก คลื่นสูงเกิน 3 เมตร
นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยข้อมูลการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 22 - 25 ตุลาคม 2569 มีปัจจัยเสี่ยงสำคัญจาก
- ร่องมรสุม พาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลาง
- มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง
พื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบ
- ภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก บริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านรวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำ
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง, ภาคกลางตอนล่าง, กทม.และปริมณฑล, ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่
- ทะเลอันดามันและอ่าวไทย บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นลมจะมีความสูงมากกว่า 3 เมตร
ปภ. จึงขอเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกพื้นที่สุ่มเสี่ยง ติดตามระดับน้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมกำลังพลและเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
มาตรการเชิงรุก สั่งการจังหวัดภาคใต้เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม
เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รองอธิบดี ปภ. ได้เน้นย้ำให้จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้เร่งดำเนินมาตรการป้องกันและเตรียมพร้อมอย่างเข้มข้นในทุกมิติ ดังนี้
1. การเตือนภัยและสื่อสารวิกฤต
- บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างแม่นยำ
- แจ้งเตือนภัยล่วงหน้าผ่านระบบ Cell Broadcast, หอกระจายข่าว, ผู้นำชุมชน และสื่อท้องถิ่น
- กำชับให้ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ชัดเจน ระบุพื้นที่เสี่ยง ช่วงเวลาเฝ้าระวัง และข้อปฏิบัติสำหรับประชาชนอย่างถูกต้อง
2. การบริหารจัดการน้ำและพื้นที่เสี่ยง
- เร่งตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ปรับปรุงระบบระบายน้ำ และแก้ไขจุดคอขวดในพื้นที่สำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ
3. การอพยพและการดูแลกลุ่มเปราะบาง
- จัดทำแผนอพยพและจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมสำรองสิ่งของอุปโภคบริโภคจำเป็นให้เพียงพอ
- ให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ
ระดมศูนย์ ปภ. เขต 11, 12, 18 เสริมกำลังเครื่องจักรกลกู้ภัย
ปภ. ได้สั่งการไปยัง ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 (สุราษฎร์ธานี), ศูนย์ ปภ. เขต 12 (สงขลา) และ ศูนย์ ปภ. เขต 18 (ภูเก็ต) ให้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และยุทโธปกรณ์ด้านอุทกภัยเพื่อพร้อมสนับสนุนจังหวัดในพื้นที่ทันที ได้แก่
- รถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล และเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่
- รถผลิตน้ำดื่ม และ รถประกอบอาหาร เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ตัดขาด
- รถไฟฟ้าส่องสว่าง และ รถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย
- เรือและอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้เฝ้าระวังภัยทางทะเล โดยแจ้งเตือนชาวประมง ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยว ให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือหรือทำกิจกรรมทางทะเลในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนองและคลื่นลมแรง รวมถึงให้ประสานความร่วมมือกับมูลนิธิและหน่วยกู้ภัยที่ได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกัน พร้อมทดสอบระบบการสื่อสารสำรองให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
เร่งรัดขั้นตอนการช่วยเหลือและประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
ในด้านการเยียวยาหลังเกิดภัย รองอธิบดี ปภ. ได้กำชับให้สำนักงาน ปภ. จังหวัด เร่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการขอรับ ค่าสินไหมทดแทนจากการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
- เร่งประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นเคลมประกันได้ทันตามกรอบเวลา
- บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และสำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ จัดตั้งจุดอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนและตรวจสอบคำขอ เพื่อให้การจ่ายเงินช่วยเหลือและค่าสินไหมทดแทนถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมที่สุด
ช่องทางการติดต่อขอรับความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย หรือต้องการแจ้งเหตุสาธารณภัย สามารถติดต่อได้ที่
- สายด่วนนิรภัย : 1784 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)
- Application : "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784"
- Line Official Account : "@1784DDPM"





