กทม. อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดเหลือเพียงเขตลาดกระบังและหนองจอก พร้อมเร่งจ่ายเงินเยียวยาผ่านแอป “ทางรัฐ” อนุมัติแล้วกว่า 4 แสนครัวเรือน
สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครเริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น โดยปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569) ยังคงเหลือพื้นที่ประสบสาธารณภัยเพียง 2 เขต ได้แก่ เขตลาดกระบัง และเขตหนองจอก ซึ่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) เร่งเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่อย่างเต็มกำลัง พร้อมอัปเดตความคืบหน้ามาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และระบบ “Claim Bangkok” เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและเป็นธรรมที่สุด
สถานการณ์น้ำท่วม กทม. คลี่คลาย เหลือเพียง 2 เขต และเร่งฟื้นฟูเมือง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมแถลงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ณ หน้าห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง โดยระบุว่า ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมดีขึ้นมาก คงเหลือพื้นที่ประสบภัย 2 เขต คือ เขตลาดกระบัง และ เขตหนองจอก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมคลองที่มีน้ำท่วมขังจากการรับน้ำและรอการระบายอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังสถานการณ์เริ่มบรรเทา กทม. ได้เร่งระดมเจ้าหน้าที่ทุกสำนักงานเขต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วน ร่วมมือกันปฏิบัติงานจนสามารถจัดเก็บขยะออกจากพื้นที่ได้แล้วประมาณ 25,000 ตัน ส่งผลให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เยียวยารวดเร็ว อนุมัติแล้วกว่า 4 แสนครัวเรือน พร้อมขยายเขตเวลายื่นเอกสาร
การช่วยเหลือผ่านระบบดิจิทัลถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว โดย กทม. ได้ขยายระยะเวลาส่งเอกสารเพิ่มเติมและแก้ไขข้อมูลไปจนถึง วันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เพื่อลดความแออัดและให้ประชาชนมีเวลาเตรียมหลักฐานอย่างครบถ้วน
สถิติและข้อมูลการช่วยเหลือผ่าน “ทางรัฐ” (ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2569)
- ยอดคำร้องรวม ประมาณ 1.06 ล้านครัวเรือน
- สำนักงานเขอนุมัติแล้ว 408,427 ครัวเรือน
- ได้รับเงินช่วยเหลือ 9,000 บาท : 215,160 ครัวเรือน
- ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท : 193,267 ครัวเรือน
- วงเงินช่วยเหลือรวม 2,902,775,000 บาท
- ยอดโอนเงินสำเร็จ (อัปเดต 17 ต.ค. 69) : 248,643 ครัวเรือน
เกณฑ์การพิจารณาและสถานะคำร้อง (เขียว - เหลือง - แดง)
เนื่องจากรูปแบบที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครมีความหลากหลาย เช่น บ้านเช่า อพาร์ตเมนต์ อาคารชุด หรือชุมชนที่มีหลายครัวเรือนใช้เลขที่บ้านเดียวกัน กทม. จึงต้องตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียด โดยแบ่งสถานะคำร้องออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
- สีเขียว (อนุมัติได้) ข้อมูลตรงตามหลักเกณฑ์ เอกสารครบถ้วน ไม่มีข้อขัดแย้ง พิจารณาอนุมัติได้ทันที
- สีเหลือง (ต้องตรวจสอบเพิ่ม) ต้องตรวจสอบข้อมูลหรือขอเอกสารเพิ่มเติม เช่น สิทธิในการรับความช่วยเหลือ หลักฐานการอยู่อาศัย ความเสียหายจริง หรือบ้านไม่มีเลขที่
- สีแดง (ไม่เข้าเกณฑ์) ไม่ผ่านเงื่อนไขตามระเบียบ (เช่น บ้านพักข้าราชการ) ซึ่งประชาชนยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตามสิทธิ
ผู้ว่าฯ กทม. เน้นย้ำว่า การอนุมัติเงินต้องยึดตามข้อเท็จจริง หากพบความผิดปกติ เช่น มีผู้ยื่นคำร้องจำนวนมากผิดสังเกตในอาคารหรือห้องเช่าเดียวกัน เจ้าจะหน้าที่ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อป้องกันการสวมสิทธิและรักษาความเป็นธรรม
ระบบ “Claim Bangkok” เตรียมทีมช่าง 500 คน ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายบ้านจริง
สำหรับประชาชนที่ได้รับความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สิน กทม. ได้เปิดระบบ Claim Bangkok เพื่อรองรับการยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม (แยกจากการรับเงินบรรเทาเบื้องต้นผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ) โดยข้อมูล ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 16.00 น. มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 134,752 คำร้อง
ประเภทคำร้องที่มีผู้ลงทะเบียนสูงสุด
- ค่าดำรงชีพ 96,041 คำร้อง
- ค่าซ่อมแซมบ้าน 72,848 คำร้อง
- ค่าเครื่องมือและทุนประกอบอาชีพ 37,737 คำร้อง
- ค่าที่พักชั่วคราว 21,718 คำร้อง
- ค่ารักษาพยาบาล 1,679 คำร้อง
5 เขตที่มีผู้ลงทะเบียนสูงสุด
- เขตลาดกระบัง 20,045 คำร้อง
- เขตบางกะปิ 14,251 คำร้อง
- เขตสายไหม 11,145 คำร้อง
- เขตคลองสามวา 8,291 คำร้อง
- เขตมีนบุรี 7,269 คำร้อง
กระบวนการตรวจประเมินบ้านเรือน
ในส่วนของการช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้าน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจริง (พื้น, ผนัง, ประตู, หน้าต่าง และวัสดุที่ชำรุด) กทม. จึงได้เตรียมระดมกำลัง นายช่างจากส่วนกลางและสำนักงานเขตบัดดี้รวมประมาณ 500 คน จัดเป็นทีมตรวจประเมินทีมละอย่างน้อย 2 คน ใช้แบบฟอร์มมาตรฐานเดียวกันเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนหลังได้ คาดว่าจะสามารถทยอยจ่ายเงินให้บางกรณีได้ภายใน 2 สัปดาห์แรก หลังเริ่มกระบวนการหากเอกสารครบถ้วน
ข้อควรระวัง SMS แจ้งนัดหมายสำรวจความเสียหาย ไม่มีลิงก์แนบเด็ดขาด
เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวต้อนรับทีมช่างได้อย่างถูกต้อง กทม. จะใช้ระบบข้อความ SMS แจ้งกำหนดการลงพื้นที่ล่วงหน้า พร้อมวันสำรองตามความเหมาะสม โดยมีข้อสังเกตสำคัญเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ
- ไม่มีการแนบลิงก์ใดๆ ในข้อความ SMS ทั้งสิ้น
- ข้อความจะระบุเพียงรายละเอียดการนัดหมายและแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์ทางการของ กทม. เท่านั้น
- เจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่จะต้องแสดง บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ กทม. เพื่อแสดงตนอย่างชัดเจน
ทบทวนระบบ “แก้มลิง” และจุดเสี่ยงน้ำท่วมระยะยาว
ในประเด็นการบริหารจัดการพื้นที่แก้มลิง นายชัชชาติระบุว่า กทม. อยู่ระหว่างหารือร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาทบทวนอย่างรอบด้าน เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถตอบข้อกังวลของประชาชนได้อย่างโปร่งใสและเป็นกลางตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ กทม. จะให้ทุกสำนักงานเขตสำรวจและทบทวนจุดเสี่ยงน้ำท่วม ทั้งในหมู่บ้าน ชุมชน และระบบคลองระบายน้ำ เพื่อเตรียมแผนป้องกันและลดผลกระทบในระยะยาวต่อไป





