วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

สทนช. เผย ภาคใต้ ฝนตกหนัก 17-20 ต.ค. ด้าน เขื่อน EEC น้ำทะลักเกิน 100%

สทนช. เตือนภาคใต้รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก 17-20 ต.ค. นี้! ขณะที่เขื่อนหนองปลาไหลพื้นที่ EEC ปริมาณน้ำพุ่งล้น 106% เจ้าพระยาเร่งระบายน้ำต่อเนื่อง

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ชี้ชัดปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศพุ่งสูงถึง 82% ของความจุเก็บกัก โดยภาคตะวันตกและภาคตะวันออกน่าเป็นห่วง ปริมาณน้ำกักเก็บหนาแน่น ด้านอ่างเก็บน้ำเขื่อนหนองปลาไหลในพื้นที่ EEC ปริมาณน้ำเกินความจุแล้วอยู่ที่ 106% ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยายังคงเร่งระบายน้ำต่อเนื่องที่อัตรา 1,800 ลบ.ม./วินาที รับมือฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศ ก่อนที่ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีฝนลดลงและลมหนาวเข้าปกคลุม ส่วนภาคใต้เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องช่วง 17-20 ต.ค. นี้

รายงานสถานการณ์ฝนตกหนักสูงสุดรายภาค (15 ต.ค. 69)

จากอิทธิพลของมวลอากาศเย็นและสภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลให้มีฝนตกกระจายตัวและตกหนักในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยปริมาณฝนสะสมสูงสุดในแต่ละภาค มีรายละเอียดดังนี้

  • ภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ถึง 137 มิลลิเมตร (สูงสุดในประเทศ)
  • ภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี วัดปริมาณฝนได้ 104 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา วัดปริมาณฝนได้ 91 มิลลิเมตร
  • ภาคเหนือ จังหวัดตาก วัดปริมาณฝนได้ 88 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี วัดปริมาณฝนได้ 87 มิลลิเมตร
  • ภาคกลาง จังหวัดสระบุรี วัดปริมาณฝนได้ 74 มิลลิเมตร

พยากรณ์อากาศและแนวโน้มสภาพอากาศ (15 - 20 ต.ค. 69)

สภาพอากาศวันนี้ (15 ต.ค. 69)

บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีน ได้พัดเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้เกิดลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทย ส่งผลให้ ภาคเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง

คาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้า (17 - 20 ต.ค. 69)

  • ประเทศไทยตอนบน (เหนือ, อีสาน, กลาง, ตะวันออก) ฝนจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมวลอากาศเย็นยังคงแผ่ปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับลมตะวันออกพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก
  • ภาคใต้ ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ! ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ เนื่องจากร่องมรสุมเคลื่อนตัวลงมาพาดผ่านภาคใต้โดยตรง ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

สรุปสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศ

ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ขณะนี้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูงอย่างน่าจับตา

  • ปริมาณน้ำรวมทั้งประเทศ 66,320 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 82% ของความจุเก็บกัก
  • ปริมาณน้ำใช้การได้ 42,191 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 74% ของความจุใช้การ

เจาะลึกสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำแยกรายภาค

  • ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 21,059 ล้าน ลบ.ม. (76%)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำ 8,520 ล้าน ลบ.ม. (70%)
  • ภาคกลาง มีปริมาณน้ำ 1,286 ล้าน ลบ.ม. (68%)
  • ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 2,754 ล้าน ลบ.ม. (87%)
  • ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำ 27,321 ล้าน ลบ.ม. (96%)
  • ภาคใต้ มีปริมาณน้ำ 5,380 ล้าน ลบ.ม. (69%)

เฝ้าระวัง 3 อ่างเก็บน้ำหลักในพื้นที่เศรษฐกิจ EEC

ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา สถานการณ์น้ำใน 3 เขื่อนหลักอยู่ในระดับสูงเกือบเต็มความจุ โดยเฉพาะเขื่อนหนองปลาไหลที่มีปริมาณน้ำล้นเกินความจุแล้ว

  • อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล (จ.ระยอง) ปริมาณน้ำ 174 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 106% ของความจุ (เกินความจุเก็บกัก เร่งบริหารจัดการน้ำเร่งด่วน)
  • อ่างเก็บน้ำประแสร์ (จ.ระยอง) ปริมาณน้ำ 263 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 89% ของความจุ
  • อ่างเก็บน้ำบางพระ (จ.ชลบุรี) ปริมาณน้ำ 100 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 86% ของความจุ

อัปเดตสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาและเขื่อนเจ้าพระยา

รายงานสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำสายหลักอย่าง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. มีรายละเอียดระดับน้ำและการระบายน้ำดังนี้

  • สถานี P.17 (อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำอยู่ที่ 34.66 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.59 เมตร) แนวโน้มระดับน้ำ ทรงตัว
  • สถานี N.67 (อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำอยู่ที่ 24.52 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.69 เมตร) แนวโน้มระดับน้ำ ลดลง
  • สถานี C.2 (อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์) ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,684 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 21.85 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.85 เมตร)

การบริหารจัดการน้ำ เขื่อนเจ้าพระยา

ขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยาได้คงอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบริหารจัดการน้ำเหนือและรองรับปริมาณฝนสะสม โดยมีระดับน้ำบริเวณหน้าเขื่อนและท้ายเขื่อนดังนี้

  • ระดับน้ำเหนือเขื่อน +16.35 ม.รทก.
  • ระดับน้ำท้ายเขื่อน +14.05 ม.รทก.

เตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ให้ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำและประกาศเตือนภัยจาก สทนช. และกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด