วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรมชลฯ ชูบริหารน้ำประณีต บูรณาการ 3 จังหวัด รับมวลน้ำฝั่งตะวันออก

กรมชลประทาน ลงพื้นที่คลองบางเสาธง-คลองหลวงแพ่ง เร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ บูรณาการ 3 จังหวัดดันมวลน้ำลงบางปะกง บรรเทาทุกข์ประชาชน

วันนี้ (15 ต.ค. 69) นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำและร่วมวางแนวทางการบริหารจัดการน้ำท่วมขังในพื้นที่จุดเชื่อมต่อสำคัญ ณ คลองบางเสาธง ตำบลศีรษะจรเข้ใหญ่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ และ ประตูระบายน้ำคลองหลวงแพ่ง บริเวณรอยต่อจังหวัดฉะเชิงเทรากับเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เพื่อเร่งผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งในพื้นที่ชุมชน เกษตรกรรม และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ

จุดที่ 1 ตรวจคลองบางเสาธง สมุทรปราการ เร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำสลายจุดขวดน้ำ

สำหรับการลงพื้นที่จุดแรก ณ คลองบางเสาธง ตำบลศีรษะจรเข้ใหญ่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ คณะผู้บริหารกรมชลประทานและหน่วยงานท้องถิ่นได้ร่วมกันสำรวจปริมาณน้ำสะสม และติดตามแนวทางการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังอย่างใกล้ชิด

กรมชลประทานเน้นย้ำถึง การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบอย่างเต็มศักยภาพ โดยใช้หลักการเชื่อมโยงอัตราการระบายน้ำของแต่ละลำคลองในพื้นที่ให้มีความสอดคล้องกัน เพื่อให้การไหลของน้ำเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดการกระจุกตัวหรือไหลย้อนกลับ ซึ่งจะช่วยให้น้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังได้ในปริมาณมากที่สุดและเร็วที่สุด

กรมชลฯ ชูบริหารน้ำประณีต บูรณาการ 3 จังหวัด รับมวลน้ำฝั่งตะวันออก

มาตรการสำคัญ ณ พื้นที่คลองบางเสาธง

  • ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติม พิจารณาจุดติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในตำแหน่งที่เหมาะสม (Bottlenecks) เพื่อเพิ่มความเร็วในการไหลของน้ำ และเสริมประสิทธิภาพการระบายน้ำในจุดที่น้ำไหลช้า
  • บูรณาการสำรวจสภาพลำคลอง ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นลงพื้นที่สำรวจแนวคลอง ตรวจสอบระดับน้ำ ความลึกของลำน้ำ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น ผักตบชวาและขยะ
  • ประเมินความสามารถในการรับน้ำปลายทาง นำข้อมูลสภาพจริงมาวางแผนแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด โดยต้องคำนึงถึงศักยภาพการรองรับน้ำของพื้นที่ปลายทาง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบซ้ำซ้อนแก่ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง

"กรมชลประทานให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงน้ำในทุกลำคลอง การเพิ่มเครื่องผลักดันน้ำในจุดที่เหมาะสมร่วมกับการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ จะช่วยเร่งการไหลและระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด"

จุดที่ 2 บริหารจัดการน้ำเชื่อมโยง สถานีสูบน้ำบางขนาก และประตูระบายน้ำคลองหลวงแพ่ง

ในจุดที่สอง กรมชลประทานได้ติดตามการทำงาน ณ ประตูระบายน้ำคลองหลวงแพ่ง (รอยต่อจังหวัดฉะเชิงเทราและเขตหนองจอก กทม.) พร้อมทั้งกำกับการบริหารจัดการน้ำต่อเนื่องไปยัง สถานีสูบน้ำบางขนาก ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการระบายน้ำทางฝั่งตะวันออก

ในการนี้ กรมชลประทานเน้นการทำงานแบบประสานสอดคล้องกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งกรุงเทพมหานคร จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อกำหนดจังหวะการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำและการเดินเครื่องสูบน้ำให้สอดรับกับศักยภาพของคลองในแต่ละช่วง

กรมชลฯ ชูบริหารน้ำประณีต บูรณาการ 3 จังหวัด รับมวลน้ำฝั่งตะวันออก

ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ ณ สถานีสูบน้ำบางขนาก

  1. จัดสรรน้ำผ่านคลองบางขนาก ใช้คลองบางขนากเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการน้ำและประเมินปริมาณน้ำในระบบอย่างประณีต
  2. เสริมเครื่องสูบและเครื่องผลักดันน้ำ พิจารณาเพิ่มจุดติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำตามแนวคลอง เพื่อเร่งมวลน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังไปสู่แม่น้ำสายหลัก
  3. เฝ้าระวังระดับน้ำตลอดเส้นทาง ติดตามระดับน้ำและผลกระทบต่อชุมชนริมคลองตลอดสายอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน

การเชื่อมโยงโครงข่ายน้ำสู่แม่น้ำบางปะกง อย่างประณีตและรอบคอบ

เนื่องจากระบบคลองในพื้นที่สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก มีความเชื่อมโยงกับ แม่น้ำบางปะกง กรมชลประทานจึงใช้แนวทาง "บริหารจัดการน้ำอย่างประณีต" เพื่อควบคุมการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำสายหลักไม่ให้กระทบต่อระดับน้ำในแม่น้ำจนล้นตลิ่ง

การปรับแผนระบายน้ำในครั้งนี้ คำนึงถึงทั้ง ปริมาณน้ำต้นทาง ที่ไหลมาจากพื้นที่ตอนบน และ ความสามารถในการรับน้ำปลายทาง โดยเฉพาะชุมชนริมน้ำที่ยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง การรักษาสมดุลของระดับน้ำตลอดแนวลำน้ำจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพื่อลดผลกระทบต่อภาพรวมให้ได้มากที่สุด

กรมชลฯ ชูบริหารน้ำประณีต บูรณาการ 3 จังหวัด รับมวลน้ำฝั่งตะวันออก

สรุปมาตรการบูรณาการกรมชลประทาน บรรเทาทุกข์ประชาชน

กรมชลประทานยังคงมุ่งมั่นบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยวางแนวทางปฏิบัติดังนี้:

  • ติดตามระดับน้ำต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ใช้ระบบโทรเมตรและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จริง เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำตลอดเวลา
  • ปรับเกณฑ์การเปิดประตูระบายน้ำและเดินเครื่องสูบน้ำ ปรับแผนตามสภาวะน้ำจริงโดยยึดหลักความประณีต ดูแลทั้งพื้นที่ต้นน้ำและปลายน้ำไปพร้อมกัน
  • ปกป้อง 3 พื้นที่สำคัญ เร่งลดระดับน้ำท่วมขังเพื่อปกป้อง พื้นที่ชุมชนอยู่อาศัย, พื้นที่เกษตรกรรม, และ พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ในเขตจังหวัดสมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพมหานคร

ความร่วมมือและการเร่งเดินหน้าแผนระบายน้ำในครั้งนี้ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ยับยั้งความเสียหายต่อทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตร พร้อมคืนสภาพความเป็นอยู่ปกติให้แก่พี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด

กรมชลฯ ชูบริหารน้ำประณีต บูรณาการ 3 จังหวัด รับมวลน้ำฝั่งตะวันออก