วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้ำท่วมลุ่มน้ำท่าจีน ล่าสุด กระทบ 1.3 แสนคน เร่งระบายน้ำระลอกใหม่

เกาะติดวิกฤตน้ำท่วมลุ่มน้ำท่าจีน ล่าสุดกระทบแล้วกว่า 1.3 แสนคน คณะอนุฯ สั่งเร่งระบายน้ำ ปรับแผนรับมือฝนตกใหม่ และเร่งเยียวยาด่วน

คณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำท่าจีน เปิดประชุมด่วนเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและวางมาตรการรับมือวิกฤตอุทกภัย สั่งการเร่งผันน้ำออกจากพื้นที่ ลดการรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมยกระดับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ และเน้นย้ำการเร่งฟื้นฟูเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม และชัยนาท

สรุปภาพรวมประชุมคณะอนุฯ ลุ่มน้ำท่าจีน ครั้งที่ 2/2569

วันนี้ (15 ต.ค. 69) ณ ห้องประชุมพิมานปฐม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานการประชุม คณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำท่าจีน ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์มวลน้ำในแม่น้ำท่าจีนที่มีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม, นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ รักษาราชการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ, นางสาวศิริวรรณ จุลวนิชรัตนา ผู้อำนวยการกองนโยบายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นายประสงค์ ธัมมะปาละ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและส่วนราชการในพื้นที่ 4 จังหวัดสำคัญ ได้แก่ ชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร เข้าร่วมประชุมทั้งในสถานที่จริงและผ่านระบบสื่อสารทางไกล (e-Meeting)

มาตรการเร่งด่วน ปรับแผนบริหารจัดการน้ำและลดการรับน้ำผ่านประตูระบายน้ำพลเทพ

นายวราวุธ ศิลปอาชา เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า จากการประเมินสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ พบว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีนมีระดับเกินความจุลำน้ำในหลายจุด ผนวกกับการแจ้งเตือนสภาวะฝนตกหนักระลอกใหม่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่เกษตรกรรม ชุมชนริมน้ำ และเขตเศรษฐกิจสำคัญในจังหวัดสุพรรณบุรีและนครปฐม

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ที่ประชุมได้กำหนดมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการน้ำ ดังนี้

1. การบริหารและควบคุมปริมาณน้ำ

  • ลดการรับน้ำเข้าสู่ลุ่มน้ำท่าจีน ขอให้กรมชลประทานพิจารณาลดการรับน้ำผ่าน ประตูระบายน้ำพลเทพ เนื่องจากสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มลดลง เพื่อคุมระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนให้อยู่ในเกณฑ์ที่ศักยภาพของลำน้ำรองรับได้
  • ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เร่งเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่แอ่งกระทะและจุดท่วมขังในชุมชน
  • เสริมคันกั้นน้ำริมแม่น้ำท่าจีน ตรวจสอบความแข็งแรงและเร่งเสริมความสูงของคันกั้นน้ำ เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจสำคัญ ชุมชนเมือง และสถานพยาบาล

2. ใช้เทคโนโลยี Risk Map ประเมินพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า

สั่งการให้นำแผนที่เสี่ยงภัยอุทกภัยและภัยแล้ง (Risk Map) ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) มาบูรณาการร่วมกับข้อมูลปริมาณฝนและสถานการณ์น้ำปัจจุบัน เพื่อคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างแม่นยำและวางแผนรับมือล่วงหน้า

ชู ปภ. จังหวัด เป็นศูนย์กลางข้อมูลและแจ้งเตือนภัย ป้องกันข่าวปลอม

ในด้านการเฝ้าระวังและการสื่อสารวิกฤต ที่ประชุมเน้นย้ำให้ยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยเพื่อความปลอดภัยของประชาชน:

  • ยกระดับสำนักงาน ปภ. จังหวัด กำหนดให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เป็นศูนย์กลางรวบรวม ข้อมูลน้ำ และรายงานสภาพอากาศ โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบเรียลไทม์
  • สื่อสารชัดเจนและป้องกัน Fake News ให้เน้นการกระจายข่าวสารที่ถูกต้อง กระชับ เข้าใจง่าย เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก และเร่งสยบข่าวปลอมในโซเชียลมีเดีย
  • ดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก ยกระดับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด เพื่อทำหน้าที่อำนวยการและสั่งการอพยพ พร้อมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการก่อนเป็นลำดับแรก

เร่งแผนฟื้นฟู-เยียวยาหลังน้ำลด จ่ายเงินช่วยเหลือโปร่งใสและรวดเร็ว

สำหรับแนวทางการช่วยเหลือระยะยาวหลังระดับน้ำเริ่มทรงตัวและลดลง ที่ประชุมมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้

  • สำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกมิติ เร่งเข้าตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน พื้นที่ทำการเกษตร ประสบภัย และโครงสร้างพื้นฐานสาธารณประโยชน์
  • อนุมัติเงินเยียวยาด่วน เร่งรัดกระบวนการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบราชการอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
  • ทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) วางแผนจัดกิจกรรม Big Cleaning ในพื้นที่สาธารณะ เร่งจัดเก็บขยะและสิ่งสถิตทั้งในช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด
  • เฝ้าระวังโรคระบาด จัดทีมสาธารณสุขลงพื้นที่เฝ้าระวังและป้องกันโรคที่มากับน้ำ เช่น โรคฉี่หนู โรคตาแดง และโรคทางเดินอาหาร

รายงานสถานการณ์อุทกภัย 3 จังหวัดลุ่มน้ำท่าจีน (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ต.ค. 69)

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานข้อมูล ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. พบว่ายังมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ริมแม่น้ำท่าจีนรวม 3 จังหวัด 12 อำเภอ 120 ตำบล 945 หมู่บ้าน แม้ภาพรวมระดับน้ำเริ่มมีแนวโน้มลดลงแล้วก็ตาม โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • จังหวัดชัยนาท ยังคงมีพื้นที่ประสบภัยในอำเภอสรรพยา ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,640 ครัวเรือน 11,178 คน
  • จังหวัดสุพรรณบุรี 8 อำเภอ ได้แก่ บางปลาม้า สองพี่น้อง เมืองสุพรรณบุรี ศรีประจันต์ ดอนเจดีย์ สามชุก เดิมบางนางบวช และอู่ทอง ประชาชนได้รับผลกระทบ 20,369 ครัวเรือน 63,959 คน
  • จังหวัดนครปฐม 3 อำเภอ ได้แก่ บางเลน สามพราน และนครชัยศรี ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,058 ครัวเรือน 28,414 คน

ทั้งนี้ ปภ. ได้กำชับให้ศูนย์ ปภ. เขต และ ปภ. จังหวัด เร่งสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย ทั้งเครื่องสูบน้ำและเรือกู้ภัย เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง

รมว.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่อำเภอนครชัยศรี มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายวราวุธ ศิลปอาชา พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำจริง ณ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 2 ตำบลงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์และแนวทางการช่วยเหลือจากนายอำเภอนครชัยศรี

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายวราวุธ ได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจประชาชน พร้อมมอบ ถุงยังชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง โดยย้ำว่าภาครัฐจะเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว