ปภ. อัปเดตสถานการณ์อุทกภัย 20 จังหวัด รวม กทม. กระทบกว่า 9 แสนครัวเรือน เผยระดับน้ำเริ่มลดลงทุกพื้นที่ เร่งสูบระบายและฟื้นฟูเยียวยาด่วน
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ยังคงมีพื้นที่ประสบภัยรวม 20 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร กระทบกว่า 9 แสนครัวเรือน ชี้ทุกพื้นที่ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและลดลงต่อเนื่อง พร้อมผนึกกำลังทุกภาคส่วนเร่งสูบระบายน้ำ ฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด และจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาประชาชนอย่างเร่งด่วน
ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยประจำวันที่ 14 ตุลาคม 2569
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยว่า ผลกระทบจากสภาวะฝนตกหนักถึงหนักมากสะสมในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับการระบายน้ำมวลใหญ่ที่ไหลมาจากทางภาคเหนือ ลงมาสมทบกับปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่ภาคกลาง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่
จากข้อมูลของศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ศอ.ปภ.) ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. พบว่า ยังมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 20 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่รวม 99 อำเภอ 807 ตำบล 6,071 หมู่บ้าน ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนรวม 905,233 ครัวเรือน (ประมาณ 2,449,019 คน) ทั้งนี้ ภาพรวมในทุกจังหวัดพบว่า ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
เจาะลึกพื้นที่ประสบอุทกภัยจำแนกรายภูมิภาค
ภาคเหนือ (2 จังหวัด)
แม้ปริมาณน้ำส่วนใหญ่จะไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาแล้ว แต่ยังมีพื้นที่น้ำท่วมขังใน 2 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดพิษณุโลก เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางระกำ รวม 3 ตำบล 5 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 65 ครัวเรือน ขณะนี้ระดับน้ำลดลง
- จังหวัดนครสวรรค์ เกิดน้ำท่วมใน 9 อำเภอ ได้แก่ อ.พยุหะคีรี, อ.ตาคลี, อ.บรรพตพิสัย, อ.เก้าเลี้ยว, อ.เมืองนครสวรรค์, อ.ชุมแสง, อ.ท่าตะโก, อ.โกรกพระ และ อ.หนองบัว รวม 83 ตำบล 591 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,108 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
ภาคกลาง (14 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร)
ภาคกลางเป็นพื้นที่รับน้ำสำคัญ ทำให้ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะจังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำท่าจีน
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประสบภัยครบทั้ง 16 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา, อ.บางบาล, อ.ผักไห่, อ.บางไทร, อ.พระนครศรีอยุธยา, อ.บางปะอิน, อ.บางปะหัน, อ.ลาดบัวหลวง, อ.อุทัย, อ.นครหลวง, อ.วังน้อย, อ.ท่าเรือ, อ.ภาชี, อ.บ้านแพรก, อ.บางซ้าย และ อ.มหาราช รวม 205 ตำบล 1,360 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 69,087 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
- จังหวัดปทุมธานี ประสบภัย 7 อำเภอ ได้แก่ อ.ธัญบุรี, อ.เมืองปทุมธานี, อ.สามโคก, อ.คลองหลวง, อ.ลำลูกกา, อ.หนองเสือ และ อ.ลาดหลุมแก้ว รวม 60 ตำบล 507 หมู่บ้าน มีผู้ได้รับผลกระทบสูงถึง 248,818 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย
- กรุงเทพมหานคร ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ รวม 329,000 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 4 ราย
- จังหวัดสุพรรณบุรี เกิดน้ำท่วม 8 อำเภอ (อ.บางปลาม้า, อ.สองพี่น้อง, อ.ดอนเจดีย์, อ.ศรีประจันต์, อ.เมืองสุพรรณบุรี, อ.สามชุก, อ.อู่ทอง, อ.เดิมบางนางบวช) รวม 66 ตำบล 540 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20,369 ครัวเรือน เสียชีวิต 5 ราย
- จังหวัดนครปฐม เกิดน้ำท่วม 2 อำเภอ ได้แก่ อ.บางเลน และ อ.สามพราน รวม 31 ตำบล 303 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 21,488 ครัวเรือน
- จังหวัดสมุทรสงคราม: เกิดน้ำท่วม 3 อำเภอ (อ.เมืองสมุทรสงคราม, อ.อัมพวา, อ.บางคนที) รวม 33 ตำบล 255 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,870 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย
- จังหวัดราชบุรี เกิดน้ำท่วม 9 อำเภอ (อ.โพธาราม, อ.เมืองราชบุรี, อ.ดำเนินสะดวก, อ.บ้านโป่ง, อ.วัดเพลง, อ.จอมบึง, อ.ปากท่อ, อ.บางแพ, อ.สวนผึ้ง) รวม 31 ตำบล 162 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,689 ครัวเรือน
- จังหวัดชัยนาท เกิดน้ำท่วมใน อ.สรรพยา รวม 5 ตำบล 32 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,640 ครัวเรือน
- จังหวัดสมุทรปราการ เกิดน้ำท่วม 2 อำเภอ (อ.บางเสาธง, อ.บางบ่อ) รวม 7 ตำบล 47 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,980 ครัวเรือน เสียชีวิต 9 ราย
- จังหวัดสิงห์บุรี เกิดน้ำท่วม 3 อำเภอ (อ.อินทร์บุรี, อ.พรหมบุรี, อ.เมืองสิงห์บุรี) รวม 10 ตำบล 38 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,808 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย
- จังหวัดอ่างทอง เกิดน้ำท่วม 6 อำเภอ (อ.ป่าโมก, อ.ไชโย, อ.เมืองอ่างทอง, อ.วิเศษชัยชาญ, อ.สามโก้, อ.โพธิ์ทอง) รวม 46 ตำบล 188 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,780 ครัวเรือน
- จังหวัดลพบุรี เกิดน้ำท่วมใน อ.บ้านหมี่ รวม 8 ตำบล 33 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,177 ครัวเรือน
- จังหวัดอุทัยธานี เกิดน้ำท่วมใน อ.เมืองอุทัยธานี รวม 10 ตำบล 61 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,080 ครัวเรือน
- จังหวัดเพชรบุรี เกิดน้ำท่วม 5 อำเภอ (อ.แก่งกระจาน, อ.ท่ายาง, อ.เมืองเพชรบุรี, อ.เขาย้อย, อ.หนองหญ้าปล้อง) รวม 15 ตำบล 51 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 418 ครัวเรือน
- จังหวัดกาญจนบุรี เกิดน้ำท่วม 4 อำเภอ (อ.ด่านมะขามเตี้ย, อ.เมืองกาญจนบุรี, อ.สังขละบุรี, อ.ท่าม่วง) รวม 7 ตำบล 13 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 243 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย
ภาคตะวันออก (4 จังหวัด)
ปริมาณน้ำฝนสะสมและน้ำป่าไหลหลากทำให้พื้นที่ภาคตะวันออกได้รับผลกระทบหนักในหลายจุด
- จังหวัดปราจีนบุรี ประสบภัย 7 อำเภอ (อ.กบินทร์บุรี, อ.เมืองปราจีนบุรี, อ.ศรีมหาโพธิ, อ.ประจันตคาม, อ.บ้านสร้าง, อ.ศรีมโหสถ, อ.นาดี) รวม 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 59,727 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิตสูงสุด 25 ราย
- จังหวัดฉะเชิงเทรา เกิดน้ำท่วม 8 อำเภอ (อ.บางน้ำเปรี้ยว, อ.บางคล้า, อ.พนมสารคาม, อ.แปลงยาว, อ.เมืองฉะเชิงเทรา, อ.บ้านโพธิ์, อ.คลองเขื่อน, อ.ราชสาส์น) รวม 7 5 ตำบล 667 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 54,729 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย
- จังหวัดนครนายก เกิดน้ำท่วม 4 อำเภอ (อ.ปากพลี, อ.เมืองนครนายก, อ.บ้านนา, อ.องครักษ์) รวม 40 ตำบล 490 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 53,490 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย
- จังหวัดชลบุรี เกิดน้ำท่วม 2 อำเภอ (อ.พนัสนิคม, อ.พานทอง) รวม 7 ตำบล 37 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 667 ครัวเรือน
มาตรการช่วยเหลือและเร่งฟื้นฟูหลังน้ำลดของ ปภ.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อุปนายก อบจ. เทศบาล อบต. และกำลังทหาร-ตำรวจ ในการเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยมีแนวทางการดำเนินงานหลักดังนี้
- การเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ จัดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่และเครื่องดันน้ำในจุดยุทธศาสตร์ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชน พื้นที่การเกษตร และเส้นทางคมนาคม
- การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย สำหรับพื้นที่ที่ระดับน้ำแห้งขังและเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ได้สั่งการให้ศูนย์ ปภ. เขต และสำนักงาน ปภ. จังหวัด นำเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าทำความสะอาด เก็บกวาดขยะ และฉีดล้างล้างสิ่งขักขวางทางน้ำ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
- การสำรวจความเสียหายและการจ่ายเงินเยียวยา เร่งจัดทำบัญชีความเสียหายทั้งด้านครัวเรือน สิ่งปลูกสร้าง และพื้นที่ทำการเกษตร เพื่อเตรียมจ่ายเงินช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังและหลักเกณฑ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม
สรุปสถานการณ์และช่องทางการติดต่อขอความช่วยเหลือ
แม้ว่าระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ ปภ. ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดเนื่องจากยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้:
- สายด่วนนิรภัย : 1784 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)
- Line Official Account : "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784" (เพิ่มเพื่อนโดยการสแกน QR Code หรือค้นหา ID @1784DDPM)
- แอปพลิเคชัน : "THAI DISASTER ALERT" เพื่อติดตามการแจ้งเตือนภัยและขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน





