วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม 2569

Login
Login

สทนช. เร่งระบายน้ำองครักษ์ เปิด 3 เส้นทางผันน้ำ คาดคลี่คลายใน 7 วัน

สทนช. ลงพื้นที่องครักษ์ เปิดแผนผันน้ำ 3 เส้นทางผ่านคลองรังสิต กทม. และบางปะกง พร้อมลดระบายน้ำเจ้าพระยา เร่งคลี่คลายท่วมขังใน 7 วัน

วันนี้ (13 ต.ค. 69) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งบริหารจัดการน้ำท่วมขังและวิกฤตคุณภาพน้ำในพื้นที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก และพื้นที่เกี่ยวเนื่อง เร่งเปิด 3 เส้นทางผันน้ำระบายออกสู่ทะเล พร้อมปรับลดการระบายน้ำจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด มั่นใจภายใน 7 วัน สถานการณ์น้ำท่วมขังจุดสำคัญจะเริ่มคลี่คลาย

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำบริเวณคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก จังหวัดปทุมธานี และพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก โดยมี รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต, นายสัณฐิติ ธรรมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่สแกนจุดยุทธศาสตร์น้ำในครั้งนี้

สทนช. เร่งระบายน้ำองครักษ์ เปิด 3 เส้นทางผันน้ำ คาดคลี่คลายใน 7 วัน

สทนช. ขานรับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี เดินหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง-คุณภาพน้ำองครักษ์

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง เปิดเผยว่า จากปัญหาน้ำท่วมขังสะสมเป็นเวลานานจนส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก สทนช. ได้เปิดเวทีประชุมหารือร่วมกับจังหวัดนครนายก จังหวัดปทุมธานี กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานป้องปรามภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการเน้นย้ำจากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี

แผนปฏิบัติการหลักในขณะนี้ คือการเร่งกระจายมวลน้ำที่ตกค้างในพื้นที่ อ.องครักษ์ ออกสู่เส้นทางระบายน้ำต่าง ๆ ในปริมาณที่เหมาะสมและสอดคล้องกับศักยภาพการรองรับน้ำของแต่ละพื้นที่ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบซ้ำเติมประชาชนท้ายน้ำ โดยแบ่งออกเป็น 3 เส้นทางระบายน้ำหลัก ดังนี้

สทนช. เร่งระบายน้ำองครักษ์ เปิด 3 เส้นทางผันน้ำ คาดคลี่คลายใน 7 วัน

เจาะลึก 3 เส้นทางกระจายมวลน้ำ ลดดันน้ำท่วมองครักษ์

1. ผันน้ำผ่านประตูระบายน้ำกลางคลองรังสิตประยูรศักดิ์ (ช่วงคลอง 12-13 และ คลอง 8-9)

การบริหารจัดการน้ำในเส้นทางนี้ ได้เปิดใช้ประตูระบายน้ำกลางคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ช่วงคลอง 12-13 และช่วงคลอง 8-9 ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยมีมาตรการคุมเข้มระดับน้ำในคลองรังสิตฯ ฝั่งจังหวัดปทุมธานี ให้อยู่ในระดับประมาณ 1.7 - 1.9 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง (รทก.) ตามเกณฑ์ข้อตกลงร่วมกับประชาชนในพื้นที่

  • มาตรการเซฟตี้ ควบคุมการยกบานประตูระบายน้ำทีละน้อย ครั้งละประมาณ 10–20 เซนติเมตร พร้อมเฝ้าระวังและติดตามระดับน้ำในคลองรังสิตฯ อย่างใกล้ชิด
  • เงื่อนไขความปลอดภัย หากระดับน้ำมีแนวโน้มปรับตัวสูงเกินกว่า 1.9 เมตร รทก. เจ้าหน้าที่จะปรับลดบานประตูลงทันที เพื่อป้องกันความเสี่ยงน้ำล้นตลิ่งกระทบพื้นที่ท้ายน้ำ
  • การเดินเครื่องสูบน้ำ เร่งสูบและระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำต่าง ๆ ตลอดแนวคลอง เพื่อดึงปริมาณน้ำค้างท่อออก และเตรียมพื้นที่คลองให้พร้อมรองรับปริมาณฝนตกใหม่ในห้วงถัดไป

2. ผันน้ำผ่านคลองหกวาสายล่าง เข้าสู่ระบบระบายน้ำกรุงเทพมหานคร

เส้นทางที่สองคือการรับน้ำผ่านคลองหกวาสายล่างเพื่อส่งต่อเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก โดยทางกรุงเทพมหานครได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนริมคลองหกวาสายล่าง และคลองสาขาที่เชื่อมต่อกัน ให้ยกของขึ้นที่สูงและเฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นเป็นการชั่วคราว

ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครได้เร่งบริหารจัดการประตูระบายน้ำและเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลังในทุกสถานีสูบน้ำ เพื่อเร่งพร่องน้ำ ควบคุมระดับน้ำในระบบคลอง และลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ กทม. ให้ได้มากที่สุด

3. ผันน้ำผ่านคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต เร่งออกสู่คลองชายทะเล

สำหรับเส้นทางที่สามเป็นการระบายน้ำลงสู่ทิศใต้ผ่านคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต โดย สทนช. ได้ดำเนินการติดตั้ง เครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมจำนวน 16 เครื่อง ตามข้อสั่งการเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรี เพื่อเร่งเร้าอัตราการไหลของน้ำ เพิ่มความเร็วในการระบายน้ำออกสู่คลองชายทะเลและอ่าวไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

สทนช. เร่งระบายน้ำองครักษ์ เปิด 3 เส้นทางผันน้ำ คาดคลี่คลายใน 7 วัน

อัปเดตสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำบางปะกง-แม่น้ำเจ้าพระยา

นอกจากแผนการระบายน้ำ 3 เส้นทางหลักข้างต้นแล้ว ในส่วนของ แม่น้ำบางปะกง ได้มีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำรวม 40 เครื่อง เพื่อเร่งผลักดันมวลน้ำออกสู่อ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์น้ำในพื้นที่ใกล้เคียงเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นอย่างชัดเจน

  • ตัวเมืองฉะเชิงเทรา ระดับน้ำลดลงแล้ว 11 เซนติเมตร
  • อ.บ้านสร้าง และ อ.บางน้ำเปรี้ยว ระดับน้ำลดลงแล้ว 5–6 เซนติเมตร

นายไพฑูรย์ ระบุว่า หากระดับน้ำในพื้นที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว ลดลงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเปิดทางและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากพื้นที่ อ.องครักษ์ ตอนบน ได้รวดเร็วและมากยิ่งขึ้น

ปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา-ป่าสักฯ ช่วยหนุนคลองรังสิตฯ

ด้านการบริหารจัดการน้ำใน ลุ่มน้ำเจ้าพระยา สทนช. ร่วมกับกรมชลประทานได้ปรับลดอัตราการระบายน้ำเพื่อลดปริมาณน้ำสะสมในลำน้ำหลัก ดังนี้

  • เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปรับลดการระบายน้ำเหลือประมาณ 280 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • ท้ายเขื่อนพระราม 6 ควบคุมการระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 400-500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ควบคุมการระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ทั้งนี้ สทนช. มีแผนจะพิจารณาปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนหลักเพิ่มเติม หากปริมาณฝนตกในพื้นที่ตอนบนลดลง เพื่อช่วยดึงระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ต่ำลง ซึ่งจะส่งผลให้คลองรังสิตประยูรศักดิ์สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการประเมินและติดตามสถานการณ์ฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวัน

บูรณาการทุกหน่วยงาน มั่นใจจุดสำคัญองครักษ์คลี่คลายใน 7 วัน

รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวทิ้งท้ายว่า นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี (นายทรงศักดิ์ ทองศรี) ได้กำชับและเน้นย้ำให้ สทนช. เป็นหลักในการบูรณาการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน ทั้งกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรุงเทพมหานคร และฝ่ายปกครองจังหวัด เพื่อเข้าช่วยเหลือและคลี่คลายความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มกำลัง

"ขณะนี้ทุกหน่วยงานได้ระดมสรรพกำลัง เครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำ เข้าพื้นที่เพื่อเร่งระบายน้ำและเร่งบำบัดฟื้นฟูคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง คาดว่าการระบายน้ำท่วมขังในจุดสำคัญต่าง ๆ ของพื้นที่ อ.องครักษ์ จะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 7 วัน จึงจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม" นายไพฑูรย์ กล่าว

สทนช. เร่งระบายน้ำองครักษ์ เปิด 3 เส้นทางผันน้ำ คาดคลี่คลายใน 7 วัน