สทนช. เผยสถานการณ์น้ำภาพรวมพุ่ง 82% เตือนรับมือฝนตกหนัก 14-16 ต.ค. ลาม 4 ภาค ชลบุรี-กระบี่ ฝนสะสมสูงสุด เขื่อน EEC แน่นเกินความจุ
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยรายงานสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เผยฝนตกหนักกระจายตัวหลายภาค โดยเฉพาะภาคใต้และภาคตะวันออก ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศรวมอยู่ที่ 82% ของความจุ พร้อมเฝ้าระวังเขื่อนหลักพื้นที่ EEC และสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์ฝนตกหนักสูงสุดรายภาค (13 ต.ค. 69)
จากข้อมูลการวัดปริมาณน้ำฝนสะสมตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกมี ปริมาณฝนตกสะสม สูงสุดในประเทศ โดยมีสถิติฝนสูงสุดในแต่ละภูมิภาคดังนี้
- ภาคใต้ จ.กระบี่ วัดปริมาณฝนได้สูงสุด 158 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี วัดปริมาณฝนได้ 100 มิลลิเมตร
- ภาคเหนือ จ.พิจิตร วัดปริมาณฝนได้ 52 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี วัดปริมาณฝนได้ 41 มิลลิเมตร
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครพนม วัดปริมาณฝนได้ 40 มิลลิเมตร
- ภาคกลาง จ.สมุทรสาคร วัดปริมาณฝนได้ 5 มิลลิเมตร
พยากรณ์อากาศและคาดการณ์ฝนตกหนัก (14 - 16 ต.ค. 69)
สภาพอากาศวันนี้
สภาพอากาศโดยรวม ประเทศไทยมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
- ภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก
- ภาคใต้ตอนบน
คาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศ (14 - 16 ตุลาคม 2569)
สทนช. แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ประเทศไทยตอนบน เตรียมรับมือฝนตกหนักบางแห่ง โดยพื้นที่เสี่ยงส่วนใหญ่อยู่บริเวณ ด้านตะวันตกของภาคเหนือ, ภาคกลาง และภาคตะวันออก สำหรับ ภาคใต้ ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิด
สรุปปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศ
ภาพรวม ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ทั่วประเทศ ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2569 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและบริหารจัดการน้ำช่วงปลายฤดูฝน
- ปริมาณน้ำรวมทั้งประเทศ 82% ของความจุเก็บกัก (คิดเป็น 66,047 ล้านลูกบาศก์เมตร)
- ปริมาณน้ำใช้การได้ 74% ของความจุ (คิดเป็น 41,938 ล้านลูกบาศก์เมตร)
รายงานสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำ แยกตามรายภาค
- ภาคตะวันตก ปริมาณน้ำ 27,264 ล้าน ลบ.ม. (96% ของความจุ) สูงสุดในประเทศ
- ภาคตะวันออก ปริมาณน้ำ 2,729 ล้าน ลบ.ม. (88% ของความจุ)
- ภาคเหนือ ปริมาณน้ำ 20,977 ล้าน ลบ.ม. (76% ของความจุ)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณน้ำ 8,406 ล้าน ลบ.ม. (70% ของความจุ)
- ภาคกลาง ปริมาณน้ำ 1,299 ล้าน ลบ.ม. (69% ของความจุ)
- ภาคใต้ ปริมาณน้ำ 5,371 ล้าน ลบ.ม. (69% ของความจุ)
เจาะลึกสถานการณ์น้ำ 3 เขื่อนหลัก พื้นที่เศรษฐกิจ EEC
สำหรับพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา สทนช. ได้ติดตาม ปริมาณน้ำในเขื่อนหลัก 3 แห่ง อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีฝนตกสะสมต่อเนื่องในพื้นที่
ชื่อเขื่อน/อ่างเก็บน้ำปริมาณน้ำปัจจุบัน (ล้าน ลบ.ม.)สัดส่วนเทียบความจุ (%)
- อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ปริมาณน้ำ 172 ล้าน ลบ.ม. (105% ของความจุ) - เกินความจุ
- อ่างเก็บน้ำประแสร์ ปริมาณน้ำ 267 ล้าน ลบ.ม. (91% ของความจุ)
- อ่างเก็บน้ำบางพระ ปริมาณน้ำ 100 ล้าน ลบ.ม. (85% ของความจุ)
ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลมีปริมาณน้ำเกินความจุเก็บกัก (105%) เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มการเฝ้าระวังและการระบายน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อไม่ให้กระทบพื้นที่ชุมชนท้ายน้ำ
อัปเดตสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา (13 ต.ค. 69)
รายงานการวัดระดับน้ำและอัตราการไหลผ่านของน้ำใน ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ เวลา 06.00 น. มีรายละเอียดดังนี้
- สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ระดับน้ำปัจจุบัน 35.02 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.23 เมตร) มีแนวโน้มทรงตัว
- สถานี N.67 อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ระดับน้ำปัจจุบัน 24.92 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.29 เมตร) มีแนวโน้มลดลง
- สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,813 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำปัจจุบัน 22.22 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.48 เมตร)
การบริหารจัดการน้ำ เขื่อนเจ้าพระยา
- อัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา +16.02 ม.รทก.
- ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา +14.36 ม.รทก.
การบริหารจัดการน้ำในภาพรวมของประเทศขณะนี้ยังคงควบคุมสถานการณ์ได้ดี แต่เนื่องจากช่วงวันที่ 14 - 16 ต.ค. 69 จะมีฝนตกหนักเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่ราบเชิงเขา และพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้ทางน้ำไหล ผ่าน เตรียมพร้อมรับมือและติดตามข่าวสารจาก สทนช. และกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด





