โอนวันนี้! รัฐบาลเริ่มโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมล็อตแรก 68 ล้านบาท เข้าพร้อมเพย์ผู้ประสบภัย 5 จังหวัดแรก เช็กสิทธิและยอดเงินด่วน!
วันนี้ (8 ต.ค. 69) ณ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมแถลงความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัยอุทกภัยทั่วประเทศ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับเงินช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว โปร่งใส และสอดคล้องกับสถานการณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เปิดเผยโครงสร้างการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ครอบคลุมตั้งแต่เงินทดรองราชการ เงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเงินสินไหมทดแทนจากโครงการประกันภัยพิบัติภาครัฐ โดยมีรายละเอียดและหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาดังนี้
เงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568
การช่วยเหลือส่วนแรกดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 โดยในพื้นที่ต่างจังหวัดเป็นอำนาจหน้าที่การอนุมัติของผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานครร่วมกับอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาในส่วนนี้ กำหนดวงเงินและอัตราการจ่าย ดังนี้
- ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ จ่ายตามจริง หลังละไม่เกิน 88,600 บาท
- ค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราว ไม่เกิน 2,500 บาทต่อเดือน (ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 2 เดือน)
- ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ ช่วยเหลือครอบครัวละไม่เกิน 13,500 บาท
- กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส รักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป จ่ายเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท
- กรณีบาดเจ็บถึงขั้นพิการ จ่ายเงินช่วยเหลือ 16,600 บาท
- ค่าจัดการศพกรณีเสียชีวิต รายละไม่เกิน 35,700 บาท (หากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัวหลัก จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 35,700 บาท)
ช่องทางการยื่นขอรับเงิน ประชาชนในต่างจังหวัดสามารถยื่นคำร้องได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต. หรือ เทศบาล) ในพื้นที่ ส่วนประชาชนในกรุงเทพมหานครสามารถยื่นได้ที่สำนักงานเขต ทั้งนี้ หลายจังหวัดได้เริ่มทยอยโอนเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ผ่านการตรวจสอบเอกสารเรียบร้อยแล้ว
เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามมติคณะรัฐมนตรี (ครอบคลุม 66 จังหวัด)
รัฐบาลได้อนุมัติขยายพื้นที่ความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยล่าสุดได้เพิ่มจังหวัดสมุทรสงคราม ทำให้มีพื้นที่ที่เข้าเกณฑ์ได้รับเงินช่วยเหลือตามมติ ครม. รวมทั้งสิ้น 66 จังหวัด โดยกำหนดจ่ายเงินช่วยเหลือในอัตรา flat rate 9,000 บาท และ 5,000 บาท ตามเงื่อนไขผลกระทบ ดังนี้
- ได้รับเงิน 9,000 บาท/ครัวเรือน กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมไม่เกิน 7 วัน และมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือกรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป
- ได้รับเงิน 5,000 บาท/ครัวเรือน กรณีบ้านพักอาศัยถูกน้ำล้อมรอบจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป
กรณีพิเศษสำหรับอาคารสูงและคอนโดมิเนียม สำหรับผู้อยู่อาศัยในอาคารหรือตึกสูง แม้ตัวอาคารจะไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมโดยตรง แต่หากพื้นที่รอบอาคารถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถเดินทางเข้า-ออก หรือดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป จะได้รับเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาทเช่นกัน
ความคืบหน้าการโอนเงินล็อตแรก
ปภ. ได้เร่งตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับจากท้องถิ่นและจัดส่งข้อมูลชุดแรกจำนวน 8,219 ครัวเรือน ให้แก่ธนาคารออมสินเรียบร้อยแล้ว ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ, สระแก้ว, ตาก, จันทบุรี และแม่ฮ่องสอน คิดเป็นวงเงินเยียวยารวม 68,003,000 บาท ซึ่งธนาคารออมสินได้ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนของผู้ประสบภัยภายในวันนี้
ปรับลดขั้นตอนเพื่อความรวดเร็ว
เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้า รัฐบาลได้ปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบเอกสาร โดยกำหนดให้ ปภ. ตรวจสอบข้อมูลขั้นตอนสุดท้ายให้เสร็จสิ้นภายใน 1 วันทำการ ก่อนส่งต่อให้ธนาคารออมสิน ตรวจสอบสถานะบัญชีทางการเงินเพื่อโอนเงินเข้า บัญชีพร้อมเพย์ ทันที
ขั้นตอนการลงทะเบียนและช่องทางขอรับเงินเยียวยา มติ ครม.
ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความเสียหายเพื่อขอรับเงินเยียวยาได้ผ่าน 2 ช่องทางหลัก
- ลงทะเบียนออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"
- ยื่นเอกสารด้วยตนเอง ณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หรือสำนักงานเขตใน กทม.
ขั้นตอนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่
เมื่อได้รับคำร้อง ท้องถิ่นจะนำข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อตรวจสอบที่อยู่และเอกสารหลักฐาน ก่อนส่งเรื่องให้คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอและระดับจังหวัดรับรอง จากนั้นจังหวัดจะส่งข้อมูลให้ ปภ. ตรวจสอบความถูกต้องขั้นสุดท้ายภายใน 1 วันทำการ และส่งต่อธนาคารออมสินเพื่อโอนเงิน
สถิติการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"
ปัจจุบันมียอดผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" รวมทั้งสิ้น 1,422,167 ครัวเรือน โดยจังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- กรุงเทพมหานคร 582,855 ครัวเรือน
- จังหวัดสมุทรปราการ 205,152 ครัวเรือน
- จังหวัดปทุมธานี 177,655 ครัวเรือน
- จังหวัดฉะเชิงเทรา 58,052 ครัวเรือน
- จังหวัดนนทบุรี 49,628 ครัวเรือน
โครงการประกันภัยพิบัติภาครัฐ ประเดิมจ่ายสินไหมล็อตแรก 2 ล้านบาท
ส่วนที่สามคือการช่วยเหลือผ่าน โครงการจัดซื้อประกันภัยพิบัติภาครัฐให้แก่ประชาชน ซึ่งเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ครอบคลุมความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย การสูญเสียชีวิต และการบาดเจ็บทางร่างกาย
ล่าสุด รัฐบาลได้อนุมัติจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยใน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นรายแรก จำนวน 2,000,000 บาท โดยธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีทายาทภายในวันนี้ ส่วนกรณีผู้เสียชีวิตอีก 1 รายใน จังหวัดสิงห์บุรี ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเงื่อนไขของบริษัทประกันภัยเพื่อเร่งจ่ายเงินสินไหมทดแทนโดยเร็วที่สุด
ข้อควรปฏิบัตสำหรับผู้ประสบภัยในการรับเงินเยียวยา
ปภ. ขอความร่วมมือให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ยื่นเรื่องขอรับความช่วยเหลือ ตรวจสอบสถานะ บัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) ของตนเอง โดยต้องเป็นบัญชีที่ ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เท่านั้น (ไม่ใช่อัตราผูกกับเบอร์โทรศัพท์) และต้องมีสถานะบัญชีที่ใช้งานได้ปกติ เพื่อป้องกันปัญหาการโอนเงินไม่สำเร็จ
พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้กรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เร่งรัดเจ้าหน้าที่ในระดับท้องถิ่นและอำเภอ ให้รีบยืนยันข้อมูลผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ เพื่อส่งเรื่องให้ ปภ. และธนาคารออมสิน ดำเนินการโอนเงินงวดต่อไปให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด





