วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้ำท่วม 21 จังหวัดยังวิกฤต ปภ. เฝ้าระวังพื้นที่น้ำเพิ่มต่อเนื่อง

ปภ. อัปเดตน้ำท่วมวิกฤต 21 จังหวัดและกทม. เดือดร้อนทะลุ 3,134,415 คน สมุทรปราการ-ปทุมฯ-อยุธยา อ่วมหนัก ระดับน้ำยังเพิ่ม เร่งฟื้นฟูเยียวยา

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยสถานการณ์อุทกภัยล่าสุดประจำวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ยังคงมีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 21 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานคร กระทบประชาชนมากกว่า 1.1 ล้านครัวเรือน ด้านอธิบดี ปภ. สั่งการระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเร่งบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมลุยฟื้นฟูพื้นที่น้ำลดให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

วันนี้ (8 ต.ค. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย รายงานความคืบหน้าสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทย ซึ่งเกิดจากอิทธิพลของฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ประกอบกับการระบายน้ำจากภาคเหนือไหลลงมาสมทบกับมวลน้ำในพื้นที่ภาคกลาง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่งในหลายจังหวัด ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ วันที่ 8 ต.ค. 69

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ศอ.ปภ.) ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 พบว่ายังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 21 จังหวัด 110 อำเภอ 927 ตำบล 6,928 หมู่บ้าน และพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีประชาชนได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 1,144,019 ครัวเรือน หรือประมาณ 3,134,415 คน

จากการตรวจสอบแนวโน้มสถานการณ์น้ำ พบว่าในหลายพื้นที่ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและลดลงเนื่องจากปริมาณฝนลดลง แต่บางพื้นที่โดยเฉพาะในเขตภาคกลางและพื้นที่รับน้ำตอนล่าง ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

น้ำท่วม 21 จังหวัดยังวิกฤต ปภ. เฝ้าระวังพื้นที่น้ำเพิ่มต่อเนื่อง

รายงานสถานการณ์น้ำท่วมรายภูมิภาค และระดับน้ำล่าสุด

ภาคเหนือ

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างเริ่มมีแนวโน้มคลี่คลายขึ้น แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังมวลน้ำสะสม

  • จังหวัดนครสวรรค์ ประสบอุทกภัย 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพยุหะคีรี ตาคลี บรรพตพิสัย เก้าเลี้ยว เมืองนครสวรรค์ ชุมแสง ท่าตะโก โกรกพระ และหนองบัว รวม 77 ตำบล 398 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,119 ครัวเรือน ภาพรวมระดับน้ำเริ่มลดลง

ภาคกลาง

ภาคกลางถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นที่รับมวลน้ำล้นตลิ่งและการระบายน้ำจากเขื่อนหลัก โดยเฉพาะจังหวัดในเขตปริมณฑลที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

  • จังหวัดอุทัยธานี น้ำท่วมในพื้นที่ อ.เมืองฯ รวม 10 ตำบล 61 หมู่บ้าน ผลกระทบ 2,220 ครัวเรือน (ระดับน้ำลดลง)
  • จังหวัดลพบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บ้านหมี่ รวม 8 ตำบล 33 หมู่บ้าน ผลกระทบ 1,177 ครัวเรือน (ระดับน้ำลดลง)
  • จังหวัดชัยนาท น้ำท่วม 6 อำเภอ (อ.เมืองฯ, มโนรมย์, วัดสิงห์, สรรพยา, หันคา, หนองมะโมง) รวม 26 ตำบล 96 หมู่บ้าน ผลกระทบ 5,266 ครัวเรือน (ระดับน้ำทรงตัว)
  • จังหวัดสิงห์บุรี น้ำท่วม 3 อำเภอ (อ.เมืองฯ, อินทร์บุรี, พรหมบุรี) รวม 7 ตำบล 19 หมู่บ้าน ผลกระทบ 1,268 ครัวเรือน (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
  • จังหวัดสุพรรณบุรี น้ำท่วม 10 อำเภอ (อ.บางปลาม้า, สองพี่น้อง, ดอนเจดีย์, ศรีประจันต์, เมืองฯ, สามชุก, เดิมบางนางบวช, อู่ทอง, ด่านช้าง) รวม 107 ตำบล 933 หมู่บ้าน ผลกระทบ 28,453 ครัวเรือน (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
  • จังหวัดกาญจนบุรี น้ำท่วม 4 อำเภอ (อ.ด่านมะขามเตี้ย, ท่าม่วง, เมืองฯ, สังขละบุรี) รวม 4 ตำบล 7 หมู่บ้าน ผลกระทบ 207 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย (ระดับน้ำลดลง)

น้ำท่วม 21 จังหวัดยังวิกฤต ปภ. เฝ้าระวังพื้นที่น้ำเพิ่มต่อเนื่อง

  • จังหวัดอ่างทอง น้ำท่วม 6 อำเภอ (อ.ป่าโมก, ไชโย, เมืองฯ, เศษชัยชาญ, สามโก้, โพธิ์ทอง) รวม 44 ตำบล 174 หมู่บ้าน ผลกระทบ 2,540 ครัวเรือน (ระดับน้ำทรงตัว)
  • จังหวัดสระบุรี น้ำท่วม 2 อำเภอ (อ.หนองแค, วิหารแดง) รวม 10 ตำบล 23 หมู่บ้าน ผลกระทบ 518 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย (ระดับน้ำลดลง)
  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา น้ำท่วมครอบคลุม 16 อำเภอ (อ.เสนา, บางบาล, ผักไห่, บางไทร, พระนครศรีอยุธยา, บางปะอิน, บางปะหัน, ลาดบัวหลวง, อุทัย, นครหลวง, วังน้อย, ท่าเรือ, ภาชี, บ้านแพรก, บางซ้าย, มหาราช) รวม 205 ตำบล 1,372 หมู่บ้าน ผลกระทบ 59,928 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
  • จังหวัดสมุทรปราการ น้ำท่วม 6 อำเภอ (อ.เมืองฯ, บางเสาธง, บางพลี, บางบ่อ, พระประแดง, พระสมุทรเจดีย์) รวม 38 ตำบล 382 หมู่บ้าน ผลกระทบ 223,346 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 9 ราย (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
  • จังหวัดปทุมธานี น้ำท่วม 7 อำเภอ (อ.ธัญบุรี, เมืองฯ, สามโคก, คลองหลวง, ลำลูกกา, หนองเสือ, ลาดหลุมแก้ว) รวม 60 ตำบล 507 หมู่บ้าน ผลกระทบ 246,818 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
  • จังหวัดนครปฐม น้ำท่วม 3 อำเภอ (อ.นครชัยศรี, สามพราน, บางเลน) รวม 54 ตำบล 412 หมู่บ้าน ผลกระทบ 21,488 ครัวเรือน (ระดับน้ำลดลง)
  • จังหวัดราชบุรี น้ำท่วม 7 อำเภอ (อ.โพธาราม, เมืองฯ, ดำเนินสะดวก, บ้านโป่ง, วัดเพลง, จอมบึง, ปากท่อ) รวม 27 ตำบล 158 หมู่บ้าน ผลกระทบ 11,689 ครัวเรือน (ระดับน้ำลดลง)
  • จังหวัดสมุทรสงคราม น้ำท่วม 3 อำเภอ (อ.เมืองฯ, อัมพวา, บางคนที) รวม 33 ตำบล 255 หมู่บ้าน ผลกระทบ 22,357 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
  • จังหวัดเพชรบุรี น้ำท่วมในพื้นที่ อ.แก่งกระจาน รวม 2 ตำบล 7 หมู่บ้าน ผลกระทบ 23 ครัวเรือน (ระดับน้ำทรงตัว)

น้ำท่วม 21 จังหวัดยังวิกฤต ปภ. เฝ้าระวังพื้นที่น้ำเพิ่มต่อเนื่อง

ภาคตะวันออก

หลายพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มคลี่คลายอย่างต่อเนื่อง แต่บางจังหวัดยังคงต้องระมัดระวังมวลน้ำไหลสะสม

  • จังหวัดนครนายก น้ำท่วม 4 อำเภอ (อ.ปากพลี, เมืองฯ, บ้านนา, องครักษ์) รวม 44 ตำบล 482 หมู่บ้าน ผลกระทบ 53,928 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย (ระดับน้ำทรงตัว)
  • จังหวัดปราจีนบุรี น้ำท่วม 7 อำเภอ (อ.กบินทร์บุรี, ศรีมหาโพธิ, นาดี, เมืองฯ, ประจันตคาม, บ้านสร้าง, ศรีมโหสถ) รวม 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน ผลกระทบ 60,317 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 19 ราย (ระดับน้ำลดลง)
  • จังหวัดฉะเชิงเทรา น้ำท่วม 11 อำเภอ (อ.บางน้ำเปรี้ยว, พนมสารคาม, บางคล้า, ท่าตะเกียบ, สนามชัยเขต, แปลงยาว, เมืองฯ, บ้านโพธิ์, บางปะกง, คลองเขื่อน, ราชสาส์น) รวม 93 ตำบล 844 หมู่บ้าน ผลกระทบ 64,516 ครัวเรือน (ระดับน้ำเพิ่มขึ้น)
  • จังหวัดชลบุรี น้ำท่วม 2 อำเภอ (อ.พนัสนิคม, พานทอง) รวม 12 ตำบล 63 หมู่บ้าน ผลกระทบ 2,781 ครัวเรือน (ระดับน้ำลดลง)
  • จังหวัดระยอง น้ำท่วมในพื้นที่ อ.แกลง รวม 1 ตำบล 11 หมู่บ้าน ผลกระทบ 60 ครัวเรือน (ระดับน้ำลดลง)

พื้นที่กรุงเทพมหานคร

  • กรุงเทพมหานคร จากสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขัง ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ แล้วกว่า 329,000 ครัวเรือน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตสะสม 4 ราย ขณะนี้ สถานการณ์ระดับน้ำเริ่มมีแนวโน้มลดลง ตามลำดับ

น้ำท่วม 21 จังหวัดยังวิกฤต ปภ. เฝ้าระวังพื้นที่น้ำเพิ่มต่อเนื่อง

ปภ. ระดมเครื่องจักรกล เร่งระบายน้ำและเยียวยาผู้ประสบภัย

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวเน้นย้ำว่า ปภ. ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายจิตอาสา ลงพื้นที่ปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้ระดม เครื่องจักรกลสาธารณภัย เช่น รถสูบน้ำระยะไกล เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เรือกู้ภัย และรถย้ายผู้ประสบภัย เข้าปฏิบัติงานในจุดวิกฤตเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม

สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและระดับน้ำลดลงแล้ว ปภ. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเร่งเข้าสำรวจความเสียหาย ทั้งในด้านบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้าง พื้นที่ทำการเกษตร และระบบสาธารณูปโภค พร้อมเข้าฟื้นฟูและทำความสะอาดพื้นที่เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบอย่างละเอียด เพื่อเตรียมเสนอเรื่องดำเนินการช่วยเหลือและมอบเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ ระเบียบกระทรวงการคลัง และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมที่สุด

ทั้งนี้ ปภ. ยังคงจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 หรือช่องทางออนไลน์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ตลอดเวลา

น้ำท่วม 21 จังหวัดยังวิกฤต ปภ. เฝ้าระวังพื้นที่น้ำเพิ่มต่อเนื่อง

อ้างอิง : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)