ปภ. เตือนด่วน! 53 จังหวัดรวม กทม. รับมืออากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม 9-13 ต.ค. นี้ เช็กพิกัดเสี่ยงภัยที่นี่
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนภัยระดับเร่งด่วน ประสานงาน 53 จังหวัดครอบคลุมทุกภาคของประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมความพร้อมรับมือสภาพอากาศแปรปรวน เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และลมกระโชกแรง ในช่วงวันที่ 9 - 13 ตุลาคม 2569 พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่จัดส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยและกำลังพลลงพื้นที่เสี่ยงภัย ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน
สาเหตุสภาพอากาศแปรปรวน สภาพอากาศปลายฤดูฝน
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาวะอากาศและปัจจัยเสี่ยง ร่วมกับประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 1 (247/2569) เรื่อง "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย" พบว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงปลายฤดูฝน ส่งผลให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนอย่างเด่นชัด
ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่ต้องเฝ้าระวัง
- มวลอากาศเย็นจากประเทศจีน บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมพื้นที่ประเทศไทยตอนบน
- ร่องมรสุมพาดผ่าน ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนบน
- มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง
- คลื่นลมแรงในทะเล บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองในทะเลอันดามันและอ่าวไทย คลื่นลมจะมีความสูงมากกว่า 2 เมตร เรือเล็กควรรอบคอบและระมัดระวังในการเดินทาง
เจาะลึกพื้นที่เสี่ยงภัย 53 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร (9 - 13 ต.ค. 69)
กอปภ.ก. ได้ระบุรายชื่อพื้นที่เสี่ยงภัยที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และลมกระโชกแรง แยกตามรายภาค ดังนี้
ภาคเหนือ 5 จังหวัด
- ตาก, กำแพงเพชร, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์ และ อุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด
- ชัยภูมิ, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และ อุบลราชธานี
ภาคกลาง 25 จังหวัด
- กาญจนบุรี, ราชบุรี, สุพรรณบุรี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, สระบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ปทุมธานี, นนทบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม, สมุทรปราการ และ กรุงเทพมหานคร
ภาคใต้ 14 จังหวัด
- ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, สตูล
มาตรการรับมือและแนวปฏิบัติของหน่วยงานภาครัฐ
เพื่อลดผลกระทบและป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และหน่วยงานท้องถิ่นดำเนินการ ดังนี้
- เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝนสะสม และระดับน้ำในพื้นที่จุดเสี่ยงอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
- จัดตั้งชุดปฏิบัติการฉุกเฉิน เตรียมพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และกำลังพล เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
- เร่งระบายน้ำ ดำเนินการระบายน้ำในพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากและพื้นที่ที่ยังคงมีน้ำท่วมขังเดิม เพื่อรองรับปริมาณฝนใหม่ที่จะตกเพิ่ม
- คุ้มครองสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ท่องเที่ยวธรรมชาติเสี่ยงภัย โดยเฉพาะถ้ำน้ำตกและถ้ำลอด เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
- จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว เตรียมความพร้อมด้านสถานที่ อาหาร น้ำดื่มสะอาด และสิ่งของจำเป็นพื้นฐานสำหรับรองรับการอพยพประชาชน
ข้อแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย
ติดตามข่าวสารจากทางราชการ เฝ้าระวังประกาศแจ้งเตือนภัยอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
สำรวจความแข็งแรงของสิ่งก่อสร้าง ตรวจสอบบ้านเรือน ป้ายโฆษณา และต้นไม้ใหญ่รอบบ้าน เพื่อป้องกันอันตรายจากลมกระโชกแรง
เตรียมพร้อมสิ่งของจำเป็น จัดเก็บเอกสารสำคัญ ยารักษาโรค และของใช้จำเป็นไว้ในที่ปลอดภัยหรือที่สูง
หลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยงภัย ไม่ควรมือเบาขับรถลุยน้ำท่วมสูง หรือเดินทางเข้าใกล้พื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก
ช่องทางแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนหรือประสบเหตุอุทกภัย สภาพอากาศแปรปรวน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางดังนี้
- Line Official Account : "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784" (Line ID: @1784DDPM)
- สายด่วนนิรภัย : 1784 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)
อ้างอิง : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)





