วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย. ร่วงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน กังวลน้ำท่วม-ดีเซลทะลุ 40 บาท

ม.หอการค้าไทย เผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย. 69 ลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน อยู่ที่ 52.1 เหตุผู้บริโภคกังวลน้ำท่วม-ดีเซลพุ่งเกิน 40 บาท กระทบค่าครองชีพและกำลังซื้อ ประเมินน้ำท่วมเสียหาย 2.2–3 หมื่นล้านบาท ฉุดจีดีพี 0.1–0.2% แต่ยังคงเป้า GDP ปี 69 โต 2.2–2.5%

KEY POINTS

  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2569 ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน มาอยู่ที่ระดับ 52.1
  • สาเหตุหลักมาจากความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในหลายพื้นที่ และราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นเกิน 40 บาทต่อลิตร
  • ปัจจัยลบอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบ ได้แก่ ค่าครองชีพสูง เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
  • ม.หอการค้าไทย  ชี้ เป็นผลกระทบชั่วคราว และคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้หากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย โดยยังคงประมาณการ GDP ปี 69 ไว้ที่ 2.2% – 2.5%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนกันยายน 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 2,241 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 52.1 ซึ่งเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ระดับ 45.1 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม อยู่ที่ระดับ 50.1 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 61.2 โดยดัชนีทุกรายการปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนเช่นกัน

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.69 ที่ปรับลดลงมาจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบอย่างหนักทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือ กระทบต่อทรัพย์สิน ผลผลิตเกษตร ตลอดจนการค้าและการท่องเที่ยว

ราคาพลังงานและค่าครองชีพสูง ราคาน้ำมันขายปลีกปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ขยับเกินระดับ 40 บาทต่อลิตร ณ สิ้นเดือนกันยายน ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งและราคาสินค้าปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ กำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าและมีลักษณะ K-Shape รายได้ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือนสูง รวมทั้งดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET) ลดลงประมาณ 36 จุด และเงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยมาอยู่ที่ 33.22 บาทต่อดอลลาร์

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย. ร่วงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน กังวลน้ำท่วม-ดีเซลทะลุ 40 บาท

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ช่วยประคองกำลังซื้อไว้ ได้แก่ การต่ออายุโครงการ "ไทยช่วยไทย Plus" เพิ่มเติมอีก 2 เดือน (วงเงินเฉลี่ยเดือนละ 500 บาท รวม 1,000 บาท), การคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไว้ที่ 7% ต่ออีก 1 ปี และตัวเลขการส่งออกเดือนส.ค.ที่ยังขยายตัวได้ดีถึง 24.3% และราคาสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

“การปรับตัวลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ก.ย. เป็นเหตุการณ์ชั่วคราวที่เกิดจากปัจจัยเฉพาะหน้า 2 ประการหลัก คือ ปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ และราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งแตะระดับจิตวิทยาเกิน 40 บาทต่อลิตร” นายธนวรรธน์ กล่าว

โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินว่า มูลค่าความเสียหายจากน้ำท่วมอยู่ที่ประมาณ 22,000 – 30,000 ล้านบาท ซึ่งกระทบต่อ GDP ราว 0.1% – 0.2% โดยความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในภาคการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวในภาคกลาง 

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังมีเม็ดเงินจากโครงการ "ไทยช่วยไทย Plus" รวมถึงงบเยียวยาอุทกภัยและเงินชดเชยจากประกันภัยที่จะถูกอัดฉีดเข้ามาช่วยพยุงและชดเชยผลกระทบดังกล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า หากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายได้ภายในเดือนต.ค. และไม่มีปัจจัยลบซ้ำเติม บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยและการท่องเที่ยวจะค่อยๆ ทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพ.ย.2569 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนระยะยาวจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยว, บรรยากาศเทศกาลกินเจ, ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (FDI) ที่คาดว่าสะสม 3 ปี (2567-2569) จะเกิน 1 ล้านล้านบาท รวมทั้งผลจากการเป็นเจ้าภาพการประชุม World Bank และ IMF ที่จะช่วยสร้างภาพลักษณ์การลงทุนและการท่องเที่ยวของไทยในเวทีโลก

"มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยยังคงประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2569 ไว้ที่ 2.2% – 2.5% เนื่องจากมองว่าภาคธุรกิจและผู้บริโภคยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะสัญญาณการจ้างงานที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น" นายธนวรรธน์ กล่าว