เช็กด่วนก่อนเสียสิทธิ! กระทรวงการคลัง กำหนดกรอบวันยันตัวตน e-KYC บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 อัปเดตวิธีเปลี่ยนช่องทางการใช้สิทธิ แอป เป๋าตัง - บัตรประชาชน ทำเองได้ทันที
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เช็กด่วนก่อนเสียสิทธิ! ภายหลังเริ่มใช้งานจริงแล้ว 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป กระทรวงการคลัง กำหนดกรอบวันยืนยันตัวตน (e-KYC) เผยชัดผู้มีรายได้น้อย "รายเดิม" ไม่ต้องทำใหม่ แต่ "รายใหม่-ผ่านการทบทวนสิทธิ" ต้องเร่งยืนยันตัวตนภายใน 180 วัน ผ่านแอปฯ เป๋าตัง หรือ 5 ธนาคารรัฐ
พร้อมแนะวิธีกู้คืนสิทธิกรณีบัตรประชาชนหาย หมดอายุ และวิธีเปลี่ยนช่องทางการใช้สิทธิ รับเงินระหว่าง "บัตรประชาชน" กับ "แอปฯ เป๋าตัง" สลับเองได้ง่ายๆ ไม่สะดุดทุกการใช้จ่ายเงินช่วยเหลือล่าสุด
บัตรคนจน 1 ต.ค. 69 ใช้สิทธิแล้ว! เช็กชัดๆ ใครต้องยืนยันตัวตน e-KYC ใหม่บ้าง?
การดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ได้กำหนดโครงสร้างการยืนยันตัวตน (e-KYC) เพื่อรองรับการเริ่มใช้สิทธิอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะและหน้าที่ของตนเองได้ดังนี้
- กลุ่มผู้มีสิทธิรายเดิม (โครงการฯ ปี 2565): ไม่ต้องทำการยืนยันตัวตน (e-KYC) ใหม่ โดยระบบจะต่ออายุสิทธิให้อัตโนมัติและสามารถใช้สิทธิได้ต่อเนื่องทันที
- กลุ่มผู้มีสิทธิรายใหม่ และผู้ผ่านการทบทวนสิทธิ: ต้องทำการยืนยันตัวตน (e-KYC) ให้เสร็จสิ้นภายใน 180 วัน มิฉะนั้นอาจเสียสิทธิในการรับเงินเยียวยาและสวัสดิการย้อนหลัง
เปิดพิกัด-เวลารับยืนยันตัวตน "เป๋าตัง" หรือ "5 ธนาคารรัฐ" พร้อมเงื่อนไขมอบอำนาจ
ประชาชนสามารถเลือกรอบและช่องทางการยืนยันตัวตนได้ตามความสะดวก ทั้งช่องทางออนไลน์และสาขาธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ
- ยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง": สามารถทำรายการได้ด้วยตนเองทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. - 23.00 น.
ยืนยันตัวตนผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารรัฐ (ตามเวลาทำการสาขา)
- ธนาคารกรุงไทย: เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 - 12 มกราคม 2570
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย: เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 - 14 ตุลาคม 2569
กรณีผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการที่ต้อง "มอบอำนาจ"
- ไม่ว่าจะเป็นผู้มีสิทธิรายเดิมหรือรายใหม่ หากมีการมอบอำนาจ จะต้องเดินทางไปดำเนินการ ณ หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารเท่านั้น ไม่สามารถทำผ่านแอปฯ เป๋าตังได้
บัตรประชาชนมีปัญหาอย่าตกใจ! บัตรหาย หมดอายุ แก้ไขอย่างไรไม่ให้ชวดเงิน
สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน Smart Card ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักในการแตะจ่ายสิทธิสวัสดิการ สามารถแก้ไขตามขั้นตอนทางราชการได้ดังนี้
กรณีบัตรประชาชนหมดอายุ หรือเปลี่ยนบัตรใหม่
- ต้องเดินทางไปทำการยืนยันตัวตน (e-KYC) ใหม่ พร้อมทั้งตั้งรหัสคู่บัตร (PIN Code) 6 หลัก ที่ ธนาคารกรุงไทย เท่านั้น
กรณีบัตรประชาชนหาย
แจ้งอายัดบัตรทันทีผ่านระบบ Call Center โทร. 0 2109 2345 (ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง) หรือติดต่อ ธนาคารกรุงไทย ในวันและเวลาทำการ (จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 17.30 น.)
เมื่อทำบัตรประชาชนใบใหม่เรียบร้อยแล้ว ต้องนำบัตรใหม่ไปยืนยันตัวตน (e-KYC) พร้อมกดตั้งรหัสคู่บัตร (PIN Code) 6 หลัก ที่ ธนาคารกรุงไทย เพื่อปลดล็อกการใช้งาน
เลือกได้ตามใจ! วิธีสลับช่องทางใช้สิทธิ แอปฯ เป๋าตัง - บัตรประชาชน
รูปแบบการใช้สิทธิในโครงการปี 2569 เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ถือบัตรอย่างมาก โดยระบบแบ่งช่องทางการใช้งานครั้งแรก และการสลับเปลี่ยนช่องทางไว้ดังนี้
การใช้สิทธิครั้งแรก
- หากลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง: จะใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเป็นหลัก (รองรับระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชัน 15.0 ขึ้นไป และ Android เวอร์ชัน 10.0 ขึ้นไป)
- หากลงทะเบียนผ่านช่องทางอื่น: จะใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชน Smart Card
ขั้นตอนการเปลี่ยนช่องทางการใช้สิทธิ
- เปลี่ยนจาก แอปฯ เป๋าตัง ไปใช้ บัตรประจำตัวประชาชน: ต้องนำบัตรประชาชนไปแจ้งความประสงค์และดำเนินการที่ ธนาคารกรุงไทย เท่านั้น
- เปลี่ยนจาก บัตรประจำตัวประชาชน ไปใช้ แอปฯ เป๋าตัง: สามารถกดดำเนินการเปลี่ยนได้ด้วยตนเองทันทีผ่าน แอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยไม่ต้องเดินทางไปธนาคาร
ข้อควรรู้สำคัญ
- การยืนยันตัวตน (e-KYC) หรือการเปลี่ยนรหัสคู่บัตร (PIN Code) 6 หลัก เมื่อดำเนินการเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว ระบบจะอนุมัติให้สามารถเริ่มใช้สิทธิซื้อสินค้าและบริการได้ทันทีโดยไม่มีระยะเวลารอคอย





