รัฐบาล จับมือฝรั่งเศส เปิดตลาดแรงงานดัน "เชฟไทย–นวดไทย" สู่ยุโรป ยกระดับมาตรฐานฝีมือ เร่ง Upskill รับมือ AI และเศรษฐกิจสีเขียว
วันนี้ (6 ต.ค. 69) รัฐบาลไทยยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ ขยายโอกาสให้แรงงานฝีมือไทยก้าวสู่ตลาดแรงงานต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุดกระทรวงแรงงานจับมือกระทรวงแรงงานและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทางสังคมของฝรั่งเศส ณ กรุงปารีส มุ่งผลักดันแรงงานทักษะสูง โดยเฉพาะสาขา “เชฟไทยและผู้ให้บริการนวดไทย” ซึ่งเป็น soft power และวิชาชีพเฉพาะทางที่มีศักยภาพสูงในตลาดยุโรป ควบคู่กับการวางแนวทางรับมือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเศรษฐกิจสีเขียว
ไทย–ฝรั่งเศส จับมือสร้างมาตรฐานรับรองฝีมือ เปิดทางแรงงานไทยสู่ตลาดยุโรป
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การหารือระหว่างกระทรวงแรงงานของไทยและฝรั่งเศส ณ กรุงปารีส ในครั้งนี้ ถือเป็นสะพานเชื่อมสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับแรงงานฝีมือไทย โดยทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องตรงกันถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาดงานในยุโรป
หัวใจสำคัญของการหารือ คือการส่งเสริม การจ้างงานที่มีมาตรฐานและการรับรองทักษะฝีมือแรงงาน (Skill Certification) ในระดับสากล ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งฝ่ายนายจ้างและแรงงาน ทำให้แรงงานไทยสามารถเดินทางไปทำงานในต่างประเทศได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีสวัสดิการและรายได้ที่เหมาะสม ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานฝรั่งเศส
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า วิชาชีพ “เชฟไทย” (ผู้ประกอบอาหารไทย) และ “นวดไทย” (ผู้ให้บริการนวดแผนไทย) ถือเป็นจุดแข็งทางวัฒนธรรมและเป็นทักษะเฉพาะด้านที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน การมีระบบการรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ไม่เพียงแต่จะเปิดโอกาสให้แรงงานไทยได้ประกอบอาชีพ สั่งสมประสบการณ์ และสร้างรายได้ที่มั่นคงในต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการเผยแพร่เอกลักษณ์และอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในทวีปยุโรป
รับมือ AI และเศรษฐกิจสีเขียว ด้วยการ Upskill & Reskill ตลอดชีวิต
นอกเหนือจากการขยายตลาดแรงงานในสาขาดั้งเดิมที่มีศักยภาพแล้ว โลกแห่งการทำงานปัจจุบันกำลังเผชิญกับการดิสรัปชันอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการเติบโตของเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงวัย และการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)
เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว รัฐบาลไทยจึงให้ความสำคัญสูงสุดกับการยกระดับทักษะ (Upskill) การปรับเปลี่ยนทักษะใหม่ (Reskill) และการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เพื่อให้กำลังคนของประเทศมีทักษะทันสมัย ยืดหยุ่น และมีความพร้อมในการแข่งขันบนเวทีระดับสากล
“โอกาสของแรงงานไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตลาดในประเทศ หากเรามีทักษะที่ตรงกับความต้องการและได้รับการรับรองอย่างเหมาะสม ก็สามารถต่อยอดไปสู่ตลาดแรงงานโลกได้ รัฐบาลจึงเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อเปิดช่องทางให้คนไทยนำทักษะเฉพาะตัวไปสร้างรายได้และประสบการณ์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสาขาที่เรามีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร
บทบาทไทยในฐานะประธาน ALMM ขับเคลื่อนความร่วมมือระดับอาเซียน-ฝรั่งเศส
ในฐานะที่ประเทศไทยดำรงตำแหน่ง ประธานรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน (ASEAN Labour Ministers Meeting: ALMM) ไทยพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างฝรั่งเศสและกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน
การขับเคลื่อนในระดับภูมิภาคนี้จะมุ่งเน้นไปที่ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่
- การพัฒนาระบบรับรองทักษะฝีมือแรงงานร่วมกัน เพื่อให้การเคลื่อนย้ายแรงงานมีมาตรฐานและได้รับการยอมรับในระดับสากล
- การกำกับดูแลการใช้ AI ในโลกการทำงาน เพื่อให้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นไปอย่างคุ้มค่า ปลอดภัย และเป็นธรรมต่อแรงงานทุกคน ซึ่งจะช่วยให้กำลังคนในภูมิภาคอาเซียนสามารถปรับตัวและเติบโตได้ทันท่วงทีกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่
ก้าวต่อไป กลไกประสานงานผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส
สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของทั้งประเทศไทยและฝรั่งเศสจะร่วมกันหารือรายละเอียดเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง โดยมี สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการประสานงานและผลักดันข้อตกลงต่าง ๆ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม
เป้าหมายสูงสุดของรัฐบาลคือการเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาแรงงานให้กลายเป็น “โอกาสที่จับต้องได้” สำหรับคนไทย เริ่มต้นตั้งแต่การฝึกอบรมทักษะที่ตรงเป้า การประเมินเพื่อรับรองมาตรฐานตามเกณฑ์สากล ไปจนถึงการจัดสรรช่องทางเข้าสู่ตลาดแรงงานต่างประเทศอย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยมีสาขา “เชฟไทย-นวดไทย” เป็นโมเดลต้นแบบในการขยายผลไปสู่ทักษะอาชีพอื่น ๆ ในอนาคต





