คณะรัฐมนตรีอนุมัติรับโอน “ปิ่นสักก์ สุรัสวดี” ข้ามกระทรวงนั่งอธิบดีกรมประมง พร้อมสลับเก้าอี้บริหารระดับสูง กระทรวงเกษตรฯ อีก 3 ตำแหน่งเพื่อความเหมาะสม
KEY POINTS
- คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมประมง
- มีการแต่งตั้งและสับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีก 3 ตำแหน่ง เพื่อทดแทนตำแหน่งว่างและหมุนเวียน
- ตำแหน่งสำคัญอื่น ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ นายกฤษ อุตตมะเวทิน เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และแต่งตั้งรองปลัดกระทรวง 2 ราย
การปรับทัพข้าราชการระดับสูงในภาคเกษตรกรรม ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและแก้ปัญหาให้เกษตรกรอย่างตรงจุด
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอรับโอน นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี ตำแหน่งอธิบดี (นักบริหารระดับสูง) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหารระดับสูง) กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง
การโอนย้ายครั้งนี้ได้รับความเห็นชอบจากรองนายกรัฐมนตรี (นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) ผู้กำกับการบริหารราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอมการโอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
- แต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนบริหารระดับสูง 3 ตำแหน่ง
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 3 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งว่างและสับเปลี่ยนหมุนเวียน ดังนี้
นางสาวสุมิตรา วัฒนา พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายกฤษ อุตตมะเวทิน พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ทั้งนี้ การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญทุกตำแหน่งข้างต้น ให้มีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มตำแหน่งที่ว่างและสับเปลี่ยนหมุนเวียนตามฤดูกาลบริหารเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการดึงผู้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาขับเคลื่อนภารกิจด้านการเกษตรและทรัพยากรทางทะเลของประเทศ ซึ่งต้องจับตามองต่อไปว่าการปรับทัพใหม่นี้จะช่วยเร่งรัดนโยบายสำคัญและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อเกษตรกรไทยได้มากน้อยเพียงใด





