วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตา 5-7 ต.ค.นี้ ฝนตกหนัก เช็ก 3 จุดเสี่ยงน้ำท่วม-อ่างเก็บน้ำแน่น

สทนช. เตือน รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก 5-7 ต.ค. นี้ เช็กเลยพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน อ่างเก็บน้ำเกินความจุ และน้ำล้นตลิ่ง

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 4 ตุลาคม 2569 พร้อมออกประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 9/2569 เน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทั่วทุกภาค เตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศแปรปรวน ฝนตกหนักถึงหนักมาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 5 - 7 ตุลาคม 2569 หลังพบหลายพื้นที่เริ่มมีปริมาณน้ำสะสม และอ่างเก็บน้ำหลายแห่งมีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก

รายงานปริมาณฝนสูงสุดรายภาค (ประจำวันที่ 4 ต.ค. 69)

จากการติดตามสภาพอากาศและปริมาณฝนสะสม พบว่าหลายจังหวัดในทุกภูมิภาคมีฝนตกหนัก โดยปริมาณฝนสูงสุดในแต่ละภาค มีดังนี้

  • ภาคตะวันออก จ.สระแก้ว มีปริมาณฝนสูงสุดที่ 151 มิลลิเมตร
  • ภาคใต้ จ.ตรัง มีปริมาณฝนสูงสุดที่ 137 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันตก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีปริมาณฝนสูงสุดที่ 85 มิลลิเมตร
  • ภาคเหนือ จ.อุทัยธานี มีปริมาณฝนสูงสุดที่ 80 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น มีปริมาณฝนสูงสุดที่ 93 มิลลิเมตร
  • ภาคกลาง จ.สุพรรณบุรี มีปริมาณฝนสูงสุดที่ 64 มิลลิเมตร

แนวโน้มและสภาพอากาศ สทนช. คาดการณ์ช่วงวันที่ 5–7 ต.ค. 69 ฝนเพิ่มขึ้น

สำหรับสถานการณ์ฝนในวันนี้ (4 ต.ค. 69) ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย

อย่างไรก็ดี สทนช. ได้ประเมินแนวโน้มช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยจะมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กลุ่มฝนจะเริ่มก่อตัวและส่งผลกระทบในพื้นที่ ภาคเหนือ และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นอันดับแรก หลังจากนั้นจะเคลื่อนตัวเข้าปกคลุม ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคตะวันออก ส่วน ภาคใต้ จะยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ณ วันที่ 4 ต.ค. 69 เวลา 06.00 น.)

การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันปริมาณน้ำเหนือเริ่มไหลผ่านเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ภาพรวมในสถานีวัดน้ำหลักยังมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย ดังนี้

  • สถานี P.17 (อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำอยู่ที่ 35.76 เมตร รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.49 เมตร) แนวโน้มระดับน้ำลดลง
  • สถานี N.67 (อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำอยู่ที่ 26.11 เมตร รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.10 เมตร) แนวโน้มระดับน้ำลดลง
  • สถานี C.2 (อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์) ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,132 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 23.08 เมตร รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.62 เมตร)

สำหรับการบริหารจัดการน้ำ ณ เขื่อนเจ้าพระยา ปัจจุบันมีการควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีระดับน้ำด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ +17.71 เมตร รทก. และระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ +15.93 เมตร รทก. ซึ่งยังคงต้องติดตามปริมาณน้ำไหลมาจากทางตอนบนอย่างใกล้ชิด

สทนช. ออกประกาศ ฉบับที่ 9/2569 แจ้งเตือนภัย 3 จุดเฝ้าระวังสำคัญ

เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก สทนช. ได้ออกประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 9/2569 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง 3 ด้านหลัก ในช่วงวันที่ 5–7 ตุลาคม 2569 ได้แก่

1. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

  • ภาคเหนือ: จ.เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์ และ อุทัยธานี
  • ภาคกลาง จ.ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา รวมไปถึง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และ ตราด
  • ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี, เพชรบุรี และ ประจวบคีรีขันธ์
  • ภาคใต้ จ.ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, พัทลุง, สตูล, สงขลา, ยะลา, ปัตตานี และ นราธิวาส

2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุ

สทนช. ขอให้เฝ้าระวังการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำสะสมสูงเกินร้อยละ 80 เพื่อป้องกันน้ำล้นพรวดและกระทบพื้นที่ท้ายน้ำ

อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่

  • ภาคเหนือ อ่างเก็บน้ำกิ่วลม และ อ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา (จ.ลำปาง), บึงบอระเพ็ด (จ.นครสวรรค์)
  • ภาคกลาง และภาคตะวันออก อ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์ (จ.สระบุรี), อ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล (จ.นครนายก), อ่างเก็บน้ำคลองสียัด (จ.ฉะเชิงเทรา), อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และ อ่างเก็บน้ำประแสร์ (จ.ระยอง), อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา (จ.ปราจีนบุรี)
  • ภาคตะวันตก อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ และ อ่างเก็บน้ำศรีนครินทร์ (จ.กาญจนบุรี), อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน (จ.เพชรบุรี), อ่างเก็บน้ำปราณบุรี (จ.ประจวบคีรีขันธ์)

อ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็ก เฝ้าระวังพื้นที่ จ.เชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง, พะเยา, น่าน, กำแพงเพชร, พิจิตร, เพชรบูรณ์, อุทัยธานี, ลพบุรี, สระบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา, จันทบุรี, ตราด, กาญจนบุรี และ ระนอง

3. เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ

ระวังระดับน้ำย่อตัวขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ดังนี้

  • แม่น้ำปิง: จ.กำแพงเพชร
  • แม่น้ำสะแกกรัง: จ.อุทัยธานี
  • แม่น้ำแควน้อย: จ.พิษณุโลก
  • แม่น้ำป่าสัก: จ.เพชรบูรณ์ และ จ.สระบุรี
  • แม่น้ำท่าจีน: จ.นครปฐม
  • แม่น้ำนครนายก: จ.นครนายก
  • แม่น้ำปราจีนบุรี: จ.ปราจีนบุรี
  • คลองพระสะทึง และ คลองพระปรง: จ.สระแก้ว
  • แม่น้ำจันทบุรี: จ.จันทบุรี
  • แม่น้ำตราด: จ.ตราด
  • แม่น้ำแควน้อย และ แม่น้ำแควใหญ่: จ.กาญจนบุรี
  • คลองบางสะพาน: จ.ประจวบคีรีขันธ์
  • แม่น้ำสายบุรี และ แม่น้ำโก-ลก: จ.นราธิวาส

ข้อแนะนำและการเตรียมพร้อมสำหรับประชาชน

สทนช. ประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และจังหวัดในพื้นที่เสี่ยง ให้เตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือ ตรวจสอบความแข็งแรงของคันกั้นน้ำ และพร่องน้ำในจุดรับน้ำต่างๆ อย่างเหมาะสม

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามประกาศแจ้งเตือนสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ยกสิ่งของขึ้นที่สูง เตรียมแผนอพยพกรณีฉุกเฉิน และระมัดระวังการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังหรือเสี่ยงต่อดินโคลนถล่มในช่วงวันที่ 5–7 ตุลาคมนี้